xs
xsm
sm
md
lg

ไอเท็มเด็ดร้านร้อยเยน (ตอนที่ 2)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คอลัมน์ "เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น" โดย "ซาระซัง"

สวัสดีค่ะเพื่อนผู้อ่านที่รักทุกท่าน สัปดาห์นี้เรามาดูกันต่อนะคะว่าร้านร้อยเยนมีสินค้าอะไรอื่น ๆ น่าสนใจอยู่อีกบ้าง บางอย่างก็คิดไม่ถึง บางอย่างก็ “คิดได้ไง” เหมือนกัน แต่ทุกอย่างก็ชวนให้ทึ่งในความช่างคิดช่างสร้างสรรค์ไม่รู้จบของคนญี่ปุ่นจริง ๆ ค่ะ

ปลอกขยายขนาดถ่าน (แบตเตอรี่)
ภาพจาก http://xp.officialblog.jp/archives/4024467.html
เพื่อนผู้อ่านหลายคนคงเคยพบว่าบางทีต้องการใช้ถ่านไฟฉายขึ้นมา แต่ถ่านที่มีเหลืออยู่ในบ้านเป็นขนาดเล็กกว่า จึงต้องไปซื้อขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่ต้องใช้งาน ที่ร้านร้อยเยนเขาก็มีของที่ช่วยให้เราไม่ต้องไปหาซื้อถ่านไฟฉายกันใหม่ด้วยการใช้ปลอกขยายขนาดถ่านขนาด AA (หรือถ่านเบอร์ 3 ของญี่ปุ่น) ให้เป็นขนาด C (ถ่านเบอร์ 2 ของญี่ปุ่น) และ/หรือ D (ถ่านเบอร์ 1 ของญี่ปุ่น)

เวลาเลือกซื้อลองดูดี ๆ สักนิดนะคะ เขามีขายทั้งแบบเปลี่ยนจากขนาด AA เป็นขนาด C หรือ D ขนาดใดขนาดหนึ่งเท่านั้น แต่มีหลายอันในแพ็คเดียว และมีแบบเปลี่ยนให้ใหญ่ขึ้นได้สองขนาด (AA → C → D) และญี่ปุ่นเรียกขนาดถ่านไม่เหมือนบ้านเรา จะเรียกเป็นเบอร์ 3 → 2 → 1 จากเล็กไปใหญ่

วิธีใช้ก็ง่ายดายมากเลยค่ะ ถ้าเป็นแบบแรกก็แค่สวมปลอกตามขนาดถ่านที่เราต้องการ แต่ถ้าเป็นแบบที่เปลี่ยนได้สองขนาดนั้น สมมติว่าเรามีถ่านขนาด AA (เมื่อก่อนฉันเรียกมันว่า “ถ่านซาวด์อเบาท์” เพราะมักใช้เครื่องเล่นเทปเสียบหูฟังซึ่งต้องใช้ถ่านเบอร์นี้) และต้องการถ่านขนาด C ก็เสียบปลอกอันเล็กสุด หรือถ้าต้องการถ่านขนาด D ก็เสียบปลอกอันเล็กสุดก่อนแล้วเสียบปลอกอันใหญ่ตาม หรือถ้ามีถ่านขนาด C อยู่แล้ว และต้องการถ่านขนาด D ก็แค่เสียบปลอกอันใหญ่สุด เท่านี้ก็เรียบร้อย

ข้อควรระวังของการใช้ปลอกขยายขนาดถ่านนี้ก็คือ (1) ไม่ควรใช้ถ่านที่เสียบปลอกนี้ร่วมกับถ่านที่ไม่ได้เสียบปลอก (2) แม้จะใช้ถ่านเสียบปลอกตั้งแต่สองก้อนขึ้นไป ก็ไม่ควรใช้ถ่านใหม่กับถ่านเก่าร่วมกัน รวมทั้งไม่ควรใช้ถ่านคนละชนิดกัน (3) ไม่ควรใช้ถ่านเสียบปลอกตั้งแต่ 4 ก้อนขึ้นไป เขาว่าถ้าไม่ระวังตามที่ว่ามาทั้งหมดนี้ ก็อาจเสี่ยงที่ถ่านจะระเบิดได้

เพราะฉะนั้นถ้าต้องการใช้ถ่านขนาด C สองก้อน แต่ที่บ้านมีถ่านขนาด AA ก็จำเป็นต้องมีปลอกเปลี่ยนจาก AA → C สองปลอก ไม่อย่างนั้นก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี

จุกสเปรย์เสียบมะนาว

ภาพจาก https://bg-mania.jp/2018/03/31246482.html
อุปกรณ์ชนิดนี้เห็นแล้วก็ขำ ดูเหมือนของเล่นฮา ๆ แต่ใช้ได้จริง คือคนญี่ปุ่นเขามักจะบีบมะนาวลงบนคาราอาเกะ (เนื้อสะโพกไก่ชุบแป้งทอด) พอมีอุปกรณ์ชิ้นนี้ก็นับว่าสะดวกดีเพราะใช้แค่สเปรย์ลงบนเนื้อไก่ทอดในปริมาณที่พอดี ๆ และไม่เลอะเทอะมือด้วย

วิธีใช้คือเอามะนาวเหลืองมาฝานจุกออกให้เหลือเปลือกสีขาวด้านใน จากนั้นเอาจุกนี้เสียบลงไปจนสุด แล้วนำมาใช้สเปรย์ลงบนอาหารได้เลย (คิดได้ไง!) ฉันว่าถ้าเจอจะซื้อมาลองใช้สักอันหนึ่ง เวลาเชิญเพื่อนมารับประทานอาหารที่บ้านจะหยิบมาให้ยลเล่นกันขำ ๆ แต่ขอสารภาพว่ายังนึกไม่ออกเลยค่ะว่าจะใช้กับอาหารอะไรอย่างอื่นอีกดี นอกจากเจ้าไก่คาราอาเกะนี่ ส่วนใหญ่ฉันมักทำอาหารไทยเวลาเพื่อนมาบ้าน ถ้าจะมีอาหารอะไรที่ต้องบีบมะนาวก็คงเป็นผัดไท แต่ถ้าจะใช้สเปรย์ก็คงต้องกดสเปรย์กันจนหน้ามืดกว่าจะได้ปริมาณที่ต้องการ ถ้าเพื่อนผู้อ่านท่านใดมีไอเดียช่วยบอกหน่อยนะคะ

ชาม/ถ้วยหุงข้าวหนึ่งถ้วยตวงใน 5-7 นาทีด้วยไมโครเวฟ
ภาพจาก https://rocketnews24.com/2017/09/07/951676/
อันนี้ฉันยังไม่เคยใช้นะคะ เพราะปกติก็หุงข้าวจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้าเอาโดยไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรเว้นแต่ความขี้เกียจจะมาเยือน พูดถึงเรื่องความขี้เกียจแล้วก็นึกถึงครูบาอาจารย์ที่เคยสอนไว้ทำนองว่า ถ้าเราดูเบากับความขี้เกียจ ปล่อยให้มันเติบโตจนกลายมาเป็นนิสัย ความขี้เกียจจะสร้างหายนะให้ชีวิตเราได้ นึกถึงคำพูดนี้แล้วก็ได้แต่ถีบตัวเองให้ขยัน ขี้เกียจอย่างไรก็ต้องหุงข้าวทำกับข้าวตามหน้าที่

ทีแรกฉันเข้าใจว่าชามหรือถ้วยนี่คงหุงได้เร็วกว่าหม้อหุงข้าวไฟฟ้า เหมาะสำหรับเวลาเร่งรีบกระมัง ตอนนั้นจึงไม่ได้สนใจจะซื้อมา แต่เห็นเขาว่าคนญี่ปุ่นบางคนอาจจะอยากใช้เพราะเพิ่งย้ายบ้านมา ยังไม่มีหม้อหุงข้าว หรือไม่มีหม้ออื่นที่จะใช้หุงข้าวกับเตาแก๊สได้ หรือไม่อยากเอาข้าวที่หุงทีละมาก ๆ และแช่แข็งเก็บไว้มาอุ่นรับประทานอีก เป็นต้น

ฉันเองก็เคยเจอปัญหาไม่มีหม้อหุงข้าวตอนเพิ่งย้ายมาอเมริกาใหม่ ๆ เหมือนกันค่ะ ตอนนั้นเราดันส่งหม้อหุงข้าวมากับของใช้อื่น ๆ ทางเรือ กว่าจะมาถึงก็เป็นเดือน โชคดีที่ในอพาร์ตเมนต์ชั่วคราวที่เราอยู่ตอนนั้นมีหม้อด้าม สามีซึ่งแต่ก่อนชอบปีนเขาและตั้งแคมป์กับเพื่อน ๆ รู้วิธีหุงต้มอาหารแบบอุปกรณ์น้อย เลยเอาหม้อนี้มาหุงข้าวกับเตาแก๊ส ฉันก็เพิ่งเคยเห็นการหุงข้าวแบบไม่ใช้หม้อหุงข้าวเป็นครั้งแรก จึงรู้สึกตื่นตาตื่นใจ ไปยืนดูอยู่ใกล้ ๆ ด้วยความสนุก พลอยนึกไปถึงสมัยก่อนที่คนหุงข้าวด้วยเตาถ่าน พอมีหม้อหุงข้าวไฟฟ้าแล้วความรู้พื้นบ้านง่าย ๆ ที่จำเป็นและมีประโยชน์กลับกลายเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา หาคนทำอะไรง่าย ๆ แบบนี้เป็นน้อยเต็มที ชวนให้รู้สึกเสียดายไม่น้อยเหมือนกันนะคะ
ภาพจาก https://entabe.jp/24855/daiso-rice-cook-mug-review
ชามพลาสติกสำหรับหุงข้าวปริมาณหนึ่งถ้วยตวงอยู่ที่ราคาร้อยเยน ถ้าเป็นถ้วยกระเบื้องแบบ mug cup ราคาจะสูงขึ้นหน่อยคือสามร้อยเยน มีวางขายในร้านร้อยเยนเหมือนกันทั้งสองแบบ (ร้านร้อยเยนบางทีจะมีพวกของที่ราคาสูงกว่าร้อยเยนปะปนอยู่ด้วย คงเพราะต้นทุนสูงกว่า จะมีแปะป้ายบอกไว้หากไม่ใช่ราคาร้อยเยน)

วิธีใช้คือเอาข้าวสารปริมาณหนึ่งถ้วยใส่ลงชามหรือถ้วย ซาวข้าว แล้วใส่น้ำสะอาด แช่ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง (ยุ่งตรงที่ต้องรอแช่นี่แหละ) จากนั้นก็หุงในไมโครเวฟด้วยกำลังไฟและเวลาตามที่เขากำหนดให้ ถ้าเป็นถ้วยกระเบื้อง พอเอาออกจากไมโครเวฟแล้วก็ปิดฝาทิ้งไว้อีก 10-15 นาทีให้ระอุ

ถ้าเป็นชามพลาสติกก็ดีตรงที่สามารถซาวข้าวได้ง่ายเพราะมีรูที่ฝาให้รินน้ำออกได้ เบาดีด้วย (บางคราวก็อาจเอาไปใส่กับข้าวจากร้านข้าวแกงเดินถือกลับมารับประทานที่ทำงานก็ได้นะคะ ไม่เปลืองถุง) ถ้าเป็นถ้วย mug cup ก็ดีไปอย่างตรงที่อาจจะเอาไปใช้เป็นแก้วน้ำได้หากวันไหนไม่คิดจะใช้หุงข้าว แต่ก็มีข้อเสียเรื่องน้ำหนักกับที่ว่ามันแตกได้ ฉันคิดว่าอาจจะซื้อแบบพลาสติกมาลองหุงข้าวเหนียวดู เพราะปกติหุงปริมาณน้อย ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะใช้ได้ดีไหมนะคะ

ซองใส่ร่มพับเปียก
ภาพจาก https://ameblo.jp/maipapa-maimama-10/entry-12383113749.html
ในฤดูฝนที่เพื่อนผู้อ่านที่รักหลายท่านพกร่มพับเวลาเดินทางไปไหนมาไหน คงเข้าใจดีว่าเวลาร่มเปียกแล้วพับเก็บขึ้นหรือถือไว้ก็มักจะเปียกเลอะเสื้อผ้า ไม่ก็ทำกระเป๋าเปียก ซองที่ว่านี้ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ค่ะ ภายในซองเป็นผ้าไมโครไฟเบอร์ จึงดูดซับความชื้นได้ดี ไม่ว่าร่มจะเปียกขนาดไหน น้ำก็ไม่หกออกจากซองให้ต้องกังวลใจแต่อย่างใด

เป็นอย่างไรบ้างกับสินค้าไอเดียร้านร้อยเยน มีอย่างไหนที่เพื่อนผู้อ่านสนใจ หรือนึกอยากให้มีสินค้าอย่างนี้ ๆ บ้างไหมคะ สินค้าร้านร้อยเยนที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ผลิตมาเพื่อรองรับความต้องการการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น ถ้าบ้านเรามีไอเดียผลิตสินค้าที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนไทยคงน่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีค่ะ

ย้อนอ่าน : ไอเท็มเด็ดร้านร้อยเยน (ตอนที่ 1)





"ซาระซัง"
สาวไทยที่ถูกทักผิดว่าเป็นสาวญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ เรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ชั้นประถม และได้พบรักกับหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย เป็น “สะใภ้ญี่ปุ่น” เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโตเกียวนานกว่า 5 ปี ปัจจุบันติดตามสามีไปทำงาน ณ สหรัฐอเมริกา ติดตามคอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” ที่ MGR Online ทุกวันอาทิตย์.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...