xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวดังซูเปอร์อาสาสมัครลุงขายปลาญี่ปุ่น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สวัสดีครับผม Mr.Leon มาแล้ว เวลาแต่ละวันนั้นช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจริงๆ นี่ก็เข้าสู่เดือนธันวาคมและอีกไม่กี่วันก็จะปีใหม่แล้ว เพื่อนๆ สบายดีนะครับ ปี ค.ศ. 2018 นี้เป็นอย่างไรบ้างครับเป็นปีที่ดีหรือป่าว สำหรับผมนั้นยังงงอยู่เลยว่าเวลามันไวจนหมดไปปีหนึ่งๆ เหมือนยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก ช่วงนี้ที่ญี่ปุ่นก็เริ่มมีการสรุปข่าวเด่นๆ ในรอบปีกันบ้างแล้ว วันที่ผมเขียนบทความนี้ยังไม่ถึงสิ้นเดือนธันวาคมนะครับอาจจะยังมีข่าวใหญ่ๆ เกิดขึ้นอีกก็เป็นได้ แต่ถึงขณะนี้มีข่าวอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นบ้าง สำหรับวันนี้จะมาสรุปข่าวที่อยู่ในระดับ B ( B Rank News ) ครับ

ก่อนอื่นเหตุผลที่บอกว่าข่าวระดับ B ( B Rank News ) บางท่านอาจนึกว่าข่าวอะไร วันนี้มาเล่าเรื่องเบาๆ ดีกว่า ข่าวระดับ B ก็คือข่าวเบาๆ น่ารักๆ ในความหมาย B ไม่ได้แปลว่าข่าวไม่ดีนะครับ แม้ว่าจะเป็นระดับ B ก็ไม่ถึงกับเลวร้ายอะไร B เรื่องอื่นๆ ก็มีมากมาย เช่น จังหวัดต่างๆ ที่ญี่ปุ่นจะมีโครงการ B 級グルメ (B kyuu gourmet) เพื่อพัฒนาของพื้นเมืองในเขตพื้นที่ น่าจะคล้ายๆ Otop ของเมืองไทย หรือที่เรียกว่าโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นโครงการส่งเสริมรายได้และช่วยกระตุ้นธุรกิจประกอบการท้องถิ่น เพื่อช่วยสนับสนุนผลิตภัณฑ์เฉพาะที่ผลิตและจำหน่ายในท้องถิ่นนั่นเอง

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์หนึ่งผลิตภัณฑ์ของเมืองใกล้ๆ โตเกียว แถบคันโต ก็อย่างเช่นที่เมือง

🍝Fujinomiya city มีการพัฒนาเรื่องยากิโซบะ 富士宮やきそば ก็จะทำซอสออกมาให้อร่อยขึ้นชื่อ เพื่อนๆ อาจจะเคยทานยากิโซบะนะครับ เป็นบะหมี่ญี่ปุ่นผัดกับซอสและผักอาจจะมีเนื้อหมูหรือเนื้อไก่ใส่ไปด้วยตามความชอบของแต่ละคน อาหารเมนูนี้ที่จริงแล้วมีขายทั่วไปตามร้านต่างๆ อย่างแพร่หลาย และทำเองได้ไม่ยากนัก

🐖หรือที่เมือง 宇都宮 Utsunomiya ก็เด่นเรื่องเกี๊ยวซ่า ใครที่ไปเที่ยวนิกโกเมืองมรดกโลกจะผ่านเมือง Utsunomiya อย่าลืมแวะทานเกี๊ยวซ่าที่เขาว่าอร่อยขึ้นชื่อนะครับ

🍜และเมืองอื่นๆ ก็มีของดีของเด่นของภูมิภาคตนเอง ถ้าเทียบกับเมืองไทยก็อาหารของประจำท้องถิ่นละครับ เช่น กะปิ น้ำปลา ปลาร้า ขนมต่างๆ กล้วยตาก กล้วยกวนเอย คือเรียกว่าระดับ B kyuu คือไม่เชิงเป็นของที่เลิศหรู แต่ออกแนวบ้านๆ น่ารักๆ จับต้องได้

ส่วนข่าวระดับ A นั้นเป็นข่าวแรงๆ ข่าวหนักๆ เครียด มึน ต่างๆ ในปีนี้รู้สึกว่าเกิดขึ้นเยอะเกินไป เช่น

🗝ข่าวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอเมริกาและเกาหลีเหนือ ที่มีการจัดการประชุมกันที่สิงคโปร์ หลายคนวิตกกังวลกลัวว่าต่อไปจะเกิดสงครามหรือเปล่า

🗝 หรือข่าวเกี่ยวกับภัยพิบัติแรงๆ ที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นทั้งแผ่นดินไหวและพายุฝนดินถล่ม ถึงขั้นต้องประกาศปิดสนามบินที่โอซาก้าและซับโปโร (ฮอกไกโด) ในวันเดียวกัน ซึ่งไม่เคยเกิดแบบนี้มาก่อน

🗝หรือข่าวประหารชีวิตกลุ่มโอมชินริเกียว หรือข่าวการค้าพาณิชย์ของอเมริกากับจีน ส่งผลให้จีนเปลี่ยนทีท่ามาดีกับญี่ปุ่นทั้งๆ ที่ก่อนนี้เขม่นกันมาตลอด ก็ไม่รู้ว่าคือข่าวดีหรือข่าวไม่ดี ต่างๆ เหล่านี้เป็นต้น ข่าวต่างๆ เช่นนี้บางทีก็ไม่อยากเขียนถึงรายละเอียดหรือรื้อฟื้นขึ้นมาเท่าไหร่นะครับ

ส่วนข่าวระดับ B Rank ที่จะจัดอันดับในครั้งนี้ ขอเริ่มจากอันดับที่ 5 ครับ

อันดับที่ 5 ครับ Super Volunteer ซุปเปอร์อาสาสมัคร 尾畠 春夫さん Obata Haruo san

“ตำรวจหลายสิบนายออกตามหาเด็ก 2 ขวบที่พลัดหลงกับพ่อแม่หายไปในป่า 2-3 วัน หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ แต่พอลุงคนนี้เดินทางมาช่วย เข้าป่าไปแค่ 30 นาทีก็ออกมาพร้อมกับเด็กที่หายไปอย่างน่าอัศจรรย์ใจ.."

เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอยู่ที่คุณลุง 尾畠 春夫さん Obata Haruo san ผู้ที่มีอายุเกือบจะ 80 ปีแล้วล่ะ ลุงทำงานเป็น Volunteer หรืออาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัย เน้นโดยเฉพาะช่วยผู้ที่หลงป่า เพราะลุงแกเชี่ยวชาญในการค้นหาในป่ามาก ก่อนหน้านี้ 2 ปี ลุงเขาเคยช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่งที่หายในป่าใหญ่ที่จังหวัดบ้านเกิดของเขาที่ จ. โออิตะ เมืองชนบทที่ห่างไกล ลุงเองเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน เป็นลูกคนที่ 4 ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 7 คน ที่บ้านยากจนมาก ต้องหาเช้ากินค่ำ พ่อแม่เลี้ยงไม่ไหวต้องไปขอความช่วยเหลือฝากให้คนข้างบ้านขอรับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม เรียนจบแค่มัธยมต้น หรือ ม.3 ตามการเรียนขั้นพื้นฐานการศึกษาภาคบังคับจากรัฐบาล จากนั้นลุงก็ออกมาทำงานที่ร้านขายปลาที่เมืองเบปปุ จนสามารถเก็บหอมรอมริบจนเปิดร้านขายปลาของตัวเองได้ และเมื่ออายุย่างเข้า 40 ปีจึงย้ายกลับเมืองเกิดเเละเปิดร้านขายปลาอีก และเริ่มสนใจการปีนเขาเดินเข้าป่า จึงหาเวลาไปอยู่บ่อยๆ ด้วยความสนใจพอทำงานไปจนอายุ 60 ปี จึงปิดกิจการร้านขายปลาและหันมาทำงานเป็นอาสาสมัครอย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะมีภัยพิบัติที่ไหนลุงก็จะไปช่วยเหลือเสมอ

เมื่อปี 2016 เกิดมีเหตุการณ์เด็กน้อยอายุ 2 ปี พลัดหลงกับผู้ปกครองในป่าที่โออิตะบ้านเกิดของลุงเขาเอง และลุงก็เข้าไปเป็นส่วนร่วมช่วยค้นหา เขาเป็นผู้พบเด็กเป็นคนแรกโดยใช้เวลาประมาณ 1 วัน ทำให้เริ่มมีข่าวของลุงเผยแพร่ออกไปทั่วญี่ปุ่น ผ่านมาจนถึงปีนี้ 2018 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีข่าวเด็กผู้ชายอายุ 2 ปี หลงป่าที่จังหวัดยามากุจิ (เด็ก 2 ขวบอีกแล้วน่าสงสารมากยังทำอะไรเองไม่ได้เลย พ่อแม่ก็ช่างเอามาเข้าป่าแล้วปล่อยให้หลงได้!? ) ครั้งนี้มีคนจากที่ต่างๆ ทั้งตำรวจเอย เจ้าหน้าที่ป่าไม้เอยร่วมกันค้นหา จนเวลาผ่านไป 3 วัน เวลาผ่านไปหาอย่างไรก็ยังหาไม่เจอ คนญี่ปุ่นก็รอข่าวลุ้นคล้ายๆ กับเรื่องเด็กๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ ติดถ้ำอย่างไรอย่างนั้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รับการติดต่อจากลุงขอเข้ามาช่วยค้นหา เมื่อลุงเขามาถึงและเริ่มค้นหาปรากฏว่าไม่ต้องลุ้น ลุงเข้าไปแค่ 30 นาทีเท่านั้นก็เจอเด็กน้อยที่หายไป !! คือทุกคนงงมาก แต่มีคนเล่าว่าตำรวจพากันไปตามหาด้านล่างของภูเขา แต่ลุงใช้ประสบการณ์คาดการณ์ว่าอยู่ข้างบนจึงลองไปตามหาดู แต่ทว่าแค่นี้ก็มีดราม่าถล่มลุงว่า หรือว่าลุงจับเด็กไปซ่อนเพื่อต้องการสร้างชื่อให้ตนเอง!! แต่มาคิดดูดีๆ ก็ไม่น่าเป็นไปได้เลย ลุงคงไม่จับเด็กไปซ่อนหรอกล่ะมัง ลุงน่าจะช่วยด้วยความที่มีจิตอาสาและมืออาชีพมากกว่า เพราะตอนที่แผ่นดินไหวใหญ่ที่จังหวัดคุมาโมโต้ ลุงก็ไปเป็นอาสาสมัครและไปช่วยค้นหารูปถ่ายที่เป็นความทรงจำดีๆ ให้ผู้ประสบภัยเท่านั้น ไม่ได้ออกสื่อ หรือพยายามสร้างชื่อเสียงอะไร ไม่ใช่แค่ลุงเท่านั้นที่โดนถล่ม นอกจากนี้ยังมีคนอีกฝ่ายที่มาเขียนกระทู้ถล่มตำรวจหาว่าเต่าเหนื่อย เพราะทำงานอย่างไร ตั้ง 3 วันค้นหาไม่เจอ บอกว่าที่ญี่ปุ่นอาชีพอื่นๆ ทุกอาชีพจะค่อนข้างมีความเป็นมืออาชีพ มีความเอาจริงเอาจัง ยกเว้นก็แค่อาชีพตำรวจเท่านั้นเองที่เช้าชามเย็นชาม !! เหตุการณ์นี้จึงทำให้เป็นข่าวฮีโร่รุ่นลุง スーパーボランティア Super volunteer ขึ้นมานั่นเอง

ที่ญี่ปุ่นมีคำพูดที่ว่า やらない善よりやる偽善 Yaranai zen yori yaru gizen เป็นคำแสลงที่เกิดขึ้น ทางอินเตอร์เน็ต หมายถึง "คนที่ทำเพราะอยากแสดงให้คนเห็นว่าตนทำดี ยังจะดีกว่าคนที่ไม่ทำอะไรเลย” ก่อนหน้านี้มีดารารุ่นลุงส่งอาหารไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ หลายคันรถบรรทุก และมีคนวิจารณ์ว่า ดาราคนนี้ทำไปเพราะอยากจะโฆษณาตัวเองนะสิ ถ้าคนอื่นตอบอาจจะเลี่ยงๆ แต่ดาราคนนั้นตอบไปว่า “ มันก็ถูกต้องไม่ใช่เหรอ” คือจะโฆษณาหรืออะไรมันก็ทำได้นิ หลายคนมองว่าดาราตอบได้ดี ไม่เสแสร้ง เพราะอย่างที่บอกว่า ”คนที่ทำเพราะอยากแสดงให้คนเห็นว่าตนทำดี ยังจะดีกว่าคนที่ไม่ทำอะไรเลย” แต่คนญี่ปุ่นที่สร้างประเด็นดราม่านี่มันสะท้อนให้เห็นได้เลยว่าสังคมญี่ปุ่นขี้อิจฉากันจริงๆ นะครับ อย่างน้อยคนที่มีน้ำใจต้องการจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังประสบทุกข์ภัย ก็ด้วยใจที่อยากช่วย บางทีอาจจะมีบางคนส่งผักผลไม้ หรืออาหารที่อยู่ได้ไม่กี่วันไปกับหน่วยงานที่รับส่งของบริจาค ของหรือขนมนั้นๆ อาจจะมีคนแอบเอาไปทานก่อนถึงมือผู้ประสบภัยก็ได้ เพราะถ้าไม่ทานกว่าจะถึงปลายทางของก็อาจจะเน่าเสียไปเสียก่อน แต่แค่คิดจะให้ก็คือได้ให้แล้วใช่ไหม เรื่องแบบนี้ถึงแม้จะเกิดขึ้นบ้างก็ยังดีกว่าไม่ช่วย ไม่ส่งของ ไม่รับรู้อะไรเลยหรือเปล่านะ

ย้อนกลับมาเรื่องลุง Super Volunteer และรวมถึงผู้ที่เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ ด้วย ผมคิดว่าครอบครัวของบุคคลเหล่านี้อาจจะลำบากนะครับ เพราะว่าบางคนไม่ได้อยากดัง ไม่ได้อยากออกสื่อเลย แต่พอบังเอิญช่วยคนแล้วดังขึ้นมา ก็จะมีนักข่าว มีสื่อต่างๆ ตามไปถึงบ้าน ครอบครัวก็ไม่เป็นส่วนตัวแล้วล่ะ อย่างลุงนอกจากเป็นที่รู้จักแล้วก็ถูกขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว เรื่องที่ภรรยาหนีออกจากบ้าน เป็นต้น ผมเองก็เพิ่งรู้จักลุงจากสื่อเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี่เอง เห็นรูปแล้วไม่รู้เลยว่าลุงอายุเกือบ 80 ปีแล้ว ยังดูอ่อนกว่าวัยและแข็งแรงอยู่เลย ตอนแรกนึกว่าลุงเป็นคนในยุค 団塊の世代 Dankai generation คือ รุ่นลูกของคนที่ผ่านยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังจะชมว่า แปลกนะคนในยุค Dankai มีคนดีด้วย แต่พอรู้อายุก็สรุปว่า ลุงไม่ใช่คนยุค Dankai ถึงว่าทำไมดี

ข่าวอันดับที่ 4 ทักษะความสามารถทางคอมพิวเตอร์ของลุงป้าญี่ปุ่นยุค Dankai สมัยนี้อะไรๆ ก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ เพราะปัจจุบันเป็นยุคไอที ยุคแห่งการสื่อสารไร้พรมแดนมีการใช้คอมพิวเตอร์ในการรักษาพยาบาลทั่วไป การใช้คอมพิวเตอร์ในด้านการศึกษา การใช้คอมพิวเตอร์ด้านต่างๆ, ด้านการศึกษา, ด้านความบันเทิง, ด้านวิทยาศาสคร์, วิศวกรรมและสถาปัตยกรรม สถาปนิก, ด้านการคมนาคมและการสื่อสาร, ด้านวงราชการ, การใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งรุ่นลุงป้า Dankai นั้นสมัยก่อนไม่ใช่ยุคที่มีการใช้คอมกัน การมาเริ่มต้นใหม่ก็คือเป็นมือใหม่หัดใช้นั่นเอง แน่นอนทุกคนเกิดความเครียด อาจจะงงๆ ว่าปุ่มไหนใช้ทำอะไร จนกลัวไปหมด แต่สมัยที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนยุคนั้นทำงานกันอย่างไรนะครับ จะว่าเก่งก็เก่งนะ

คิดว่าคนญี่ปุ่นยุคนี้ไม่ค่อยชอบคนญี่ปุ่นยุค Dankai นัก ขอแนะนำคนยุคดังไกสักหน่อยคร่าวๆ ครับ 団塊の世代 Dankai generation. คนที่เกิดสมัยรุ่นดังไก Dankai คือคนญี่ปุ่นที่เกิดช่วงปี 1946 ~1950 ถือเป็นคนรุ่น Dankai หรือคือคนที่มีอายุราวๆ 68-72 ปี แต่คนรุ่นนี้กลับเป็นกลุ่มช่วงอายุที่มีประชากรมากที่สุดในญี่ปุ่น เป็นกลุ่มที่มีลักษณะและภาพลักษณ์รุนแรง ทะลึ่ง ดูถูกเพศหญิง เป็นต้น คนญี่ปุ่นรุ่นนี้ไม่ค่อยมีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ มีแต่คนอยากให้เกษียณออกไปเร็วๆ แต่ลุงๆ จะตอบมาว่า ผมอยู่บริษัทมานานหลายสิบปี จะทำไม !!! คนรุ่นลุง Dankai นี่จะค่อนข้างเรื่องมากและโวยวายหน่อย ถ้าเจอคนรุ่นนี้ก็เหมาได้ว่าพฤติกรรมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

วันนี้คิดว่าจะเล่าข่าวเบาๆ แต่ดูเหมือนไม่ได้เบาสักเท่าไหร่นะเนี่ย นี่ถ้าข่าวระดับ A คงมีแต่เครียดๆ หนักๆ เป็นแน่ แต่ไม่ว่าจะพบเจออะไรก็ขอให้สุขสดชื่นแจ่มใสนะครับ วันนี้สวัสดีครับ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...