xs
xsm
sm
md
lg

รหัสรักจากอเวจี ตอนที่ 1 ตระกูลผู้ดีเชื้อสายขุนนางชั้นสูง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บทประพันธ์ของ เอโดงาวะ รัมโป (1894-1965)
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา

หรือด้วยฤทธิ์พิศวาส..รหัสปริศนาที่ถูกทิ้งไว้จึงมีมนต์มายาราวกับส่งสัญญาณขึ้นมาจากอเวจี

ตอนที่ 1 ตระกูลผู้ดีเชื้อสายขุนนางชั้นสูง

โชจิ ทาเคฮิโกะเป็นหนุ่มโสดวัย 25 ปี บิดาเป็นเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของเคียวมารู บริษัทธุรกิจศิลปวัตถุโบราณที่มีร้านจำหน่ายอยู่ในย่านกินซ่า เคียวมารูที่เคยเป็นแค่ร้านค้าในช่วงหลังครามได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นบริษัทเพื่อความสะดวกในการบริหารธุรกิจ โดยพ่อของทาเคฮิโกะเป็นพนักงานที่ร่วมลงทุนด้วย

ทาเคฮิโกะสำเร็จการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังไม่เข้าทำงานที่ไหนและแสดงที่ท่าว่าอยากเข้าทำงานในบริษัทที่พ่อทำอยู่ด้วย เขาไม่ได้ทำตัวสำมะเลเทเมาอะไร ได้แต่เก็บเนื้อเก็บตัวอ่านหนังสืออยู่กับบ้านไปวัน ๆ อย่างที่เรียกกันว่าหนุ่มอักษร หนังสือที่ทาเคฮิโกะอ่านส่วนใหญ่เป็นวรรณกรรมทั่วไป แต่ที่ชอบเป็นพิเศษจนเกือบเรียกได้ว่าคลั่งไคล้ก็คือนิยายนักสืบ ซึ่งนับเป็นเรื่องแปลกมากสำหรับหนุ่มอักษร

บิดาของทาเคฮิโกะมีธุระต้องเข้าออกบ้านนายโองาวาระ โยชิอากิอดีตขุนนางชั้นสูงเป็นประจำ จึงชวนลูกชายให้ลองเข้าไปทำงานเป็นเลขานุการที่นั่น ชายหนุ่มใช้เวลาคิดอยู่สองวันก่อนให้คำตอบว่า...จะลองทำดู

โองาวาระ โยชิอากิ อดีตขุนนางชั้นสูงที่ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาขุนนางในสมัยก่อนสงครามตั้งแต่ยังหนุ่มเมื่ออายุแค่สามสิบกว่า ๆ ผู้นี้สนใจการเมืองอย่างลึกซึ้งมาก แต่พอญี่ปุ่นแพ้สงคราม สถานการณ์ช่วงนั้นกดดันให้เขาต้องปลีกตัวห่างออกมาจากการเมือง และปัจจุบันเข้าไปมีบทบาทที่ค่อนข้างพิเศษในวงการธุรกิจ ในฐานะประธานและเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของบริษัทอุตสาหกรรมหลายแห่ง

ตะกูลโองาวาระสืบเชื้อสายมาจากเจ้าผู้ครองแคว้นใหญ่ที่มีความสำคัญยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ขณะที่ตระกูลขุนนางสมัยก่อนสงครามล่มสลายลงเกือบทั้งหมด มีแต่ตระกูลโองาวาระนี้เท่านั้นที่ดำรงคงอยู่มาได้อย่างประหลาด และนอกจากจะอยู่รอดมาได้แล้วยังปรากฏว่าฐานะความเป็นอยู่ยังมั่งคั่งสมบูรณ์พูนสุข ด้วยทรัพย์ที่สินล้นเหลือยิ่งกว่าช่วงก่อนสงครามเสียอีก

แน่นอนว่านั่นคือผลที่เกิดจากความสามารถอันมหัศจรรย์ของตัวนายโองาวาระเอง แต่ยังมีบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งที่ฝีไม้ลายมือเป็นเอกด้านนโยบายการเงินเป็นผู้หนุนหลังเขาอยู่ นั่นก็คือพ่อเฒ่าคุโรอิวะ เก็นโซ คนเก่าแก่ของตระกูลที่สมัยก่อนเรียกกันว่าทนายหน้าหอ ทรัพย์สมบัติที่ถูกปรับลดไปไม่รู้ว่ากี่สิบเท่าทันทีหลังจากที่ประเทศแพ้สงครามกลับเพิ่มพูนขึ้นมาเป็นหลายร้อยเท่าในช่วงเวลาไม่กี่ปี
รหัสรักจากอเวจี
คฤหาสน์โอ่อ่าโอฬารที่ตั้งตระหง่านอยู่ในตำบลโมโตอาซาบุซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตมินาโตะนั้น เคยถูกใช้เป็นที่ทำการของกองกำลังยึดครองของกองทัพพันธมิตรอยู่ระยะหนึ่ง และเมื่อได้รับคืนมาเจ้าของก็ได้จัดการฟื้นฟูบูรณะให้กลับสู่สภาพความเป็นคฤหาสน์ขุนนางตระกูลสูงที่สง่างามเป็นที่น่าเกรงขาม ซึ่งปัจจุบันมีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโตเกียว

ทว่า นั่นไม่ใช่แรงจูงใจให้โชจิ ทาเคฮิโกะคิดเข้าไปลองทำงานเป็นเลขานุการของบุคคลผู้นี้ คือเขาเกือบไม่มีความสนใจเกี่ยวกับนายโองาวาระ โยชิอากิในฐานะที่เป็นนักธุรกิจ แต่ที่เขาตกลงก็เพราะรู้ว่าขุนนางตระกูลสูงวัย 56 ปีผู้นี้รักการอ่านนิยายสืบสวนของอังกฤษเป็นชีวิตจิตใจนั่นเอง

ใคร ๆ ในวงสังคมต่างก็รู้กันดีว่าโองาวาระ โยชิอากิขุนนางผู้ดีเก่าตระกูลสูงคนนี้ชอบอ่านนิยายนักสืบ ครั้งหนึ่งนักเขียนนิยายสืบสวนชื่อดังคนหนึ่งไปเยือนนายโยชิอากิถึงคฤหาสน์ และนั่งลงสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องนิยายนักสืบกันหลายชั่วโมง นักข่าวนำเรื่องนี้ไปเขียนเป็นบทความพาดหัวตัวใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งทำให้เป็นที่เลื่องลือกันทั่วไปว่า นายโองาวาระได้ยกเอาประวัติศาสตร์อาชญากรรมของโลกตะวันตก และนิยายสืบสวนคลาสสิคที่แม้แต่นักเขียนนิยายสืบสวนชื่อดังคนนั้นขึ้นมาเป็นหัวข้อสนทนา ทำเอาเขาต้องยกมือยอมแพ้ไปในที่สุด

ทาเคฮิโกะเองเคยมีโอกาสได้พูดกับนายโองาวาระแค่คำสองคำเมื่อครั้งติดตามบิดาไปงานเลี้ยงอย่างเป็นพิธีการครั้งหนึ่ง ผู้เป็นบิดาบอกเขาว่าพอนายโองาวาระรู้ว่าลูกชายพ่อค้าศิลปะวัตถุโบราณผู้นี้เป็นคนคลั่งนิยายสืบสวน ก็เกิดความคิดที่จะให้ลองมาทำงานเป็นเลขา คำบอกเล่าของบิดายิ่งทำให้ชายหนุ่มสนใจยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นอดีตขุนนางชั้นสูงผู้นี้ยังเป็นประธานสโมสรมายากรสมัครเล่น ในงานชุมนุมใหญ่ของสโมสรที่จัดขึ้นปีละครั้ง นายโองาวาระจะขึ้นเวทีแสดงมายากลรายการใหญ่ด้วยตนเองทุกครั้ง งานอดิเรกที่เขานิยมชมชอบอีกอย่างหนึ่งซึ่งทุกคนรู้กันดีก็คือการส่องกล้องจุลทรรศน์และกล้องส่องทางไกล คือชอบความลี้ลับราวมีมนต์มายาของเลนส์ นิสัยเหมือนเด็ก ๆ เหล่านี้เองที่เป็นแรงจูงใจสำคัญให้ทาเคฮิโกะสนใจที่จะเข้าไปทำงานกับนายโองาวาระ

บิดาของทาเคฮิโกะรักเคารพนายโองาวาระอย่างลึกซึ้ง และพรรณาความดีงามของบุรุษผู้นี้ให้ลูกชายฟังหลายครั้งหลายหนจนแทบจะจำขึ้นใจ

“สมัยนี้คนที่เราจะเรียกได้อย่างเต็มปากว่าเป็นขุนนางชั้นสูงนั้นไม่มีอีกแล้ว แม้แต่บรรดาราชนิกูลก็ยังลดตัวลงมาใช้ชีวิตอย่างสามัญชน แต่ท่านโองาวาระนี่แหละคือขุนนางชั้นสูงอย่างที่เป็นมาแต่โบราณ คนสมัยนี้ไม่รู้หรอกว่าขุนนางชั้นสูงมีคุณประโยชน์ควรแก่การระลึกถึงบุญคุณเพียงไร มีอะไรที่เกินกว่าจะกล่าวออกมาเป็นคำพูดอยู่ในความฉลาดปราดเปรื่อง ความเป็นผู้ดี ความมีท่วงท่าสง่างามของขุนนางชั้นสูง ระบบศักดินาถูกมองว่าเลวร้ายไปหมดไม่ว่าอะไร แต่ถ้าไม่มีระบบศักดินาคนที่สมบูรณ์แบบเช่นนั้นก็ไม่มีทางเกิดขึ้นมาได้ ภาพเขียนและปฏิมากรรมก็เหมือนกัน เพราะมีขุนนางชั้นสูงสมัยโบราณและพระราชาในตะวันตกเป็นผู้อุปถัมภ์ ภาพเขียนจึงมีราศีสูงส่ง สง่างามเหนือความเป็นสินค้า ปฏิมากรรมก็เช่นกัน คนก็เช่นกัน ในสมัยศักดินาคนในตระกูลสูงที่ยืนหยัดเป็นผู้นำคนเป็นหมื่นย่อมมีอะไรที่สามัญชนไม่สามารถเลียนแบบได้ ท่านโองาวาระเป็นคนสุดท้ายที่ยุคสมัยของท่านสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ ที่เรียกว่าท่าน คนอย่างเจ้าอาจหัวเราะ แต่ไม่มีใครจะเหมาะสมกับคำว่า “ท่าน” ไปกว่าท่านอีกแล้ว

ภรรยาของท่านก็เช่นกัน คุณนายเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว รูปทรงก็สง่างามสมกับเป็นลูกสาวขุนนางตระกูลสูง คุณนายเป็นภรรยาคนที่สองอายุจึงอ่อนกว่าท่านหลายปีแต่ก็เป็นคู่สามีภรรยาที่เหมาะสมกันมาก ท่านเป็นผู้ชายที่มีความสุขจริง ๆ เจ้าก็เหมือนกัน ถ้าได้เข้าไปอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของผู้ดีชั้นสูงอย่างนั้น พ่อคิดว่าจะต้องมีบุคลิกดีขึ้นแน่นอน และก็จะเป็นผลดีต่ออนาคตของเจ้าด้วย”

ทว่า เมื่อมาคิดดูหลังจากที่เรื่องราวล่วงเลยไปแล้ว จะเห็นว่าความคาดหมายของบิดาทาเคฮิโกะไม่ได้ถูกต้องตรงจุดเลยแม้แต่น้อย การที่ทาเคฮิโกะตกลงใจเจ้าไปทำงานเป็นเลขานุการของนายโองาวาระครั้งนี้ ทำให้เข้าต้องไปอยู่ในวังวนของคดีฆาตกรรมที่ประหลาดลึกลับอย่างที่ไม่เคยมีใครพบมาก่อน และต้องเผชิญกับความหวาดผวาสยองขวัญเกินกว่าจะหาคำมาบรรยาย

หลังจากการเจรจาตกลงเรื่องเข้าทำงานกันเรียบร้อยแล้ว วันหนึ่งเมื่อย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วงได้ไม่กี่วัน โชจิ ทาเคฮิโกะก็เดินผ่านซุ้มประตูใหญ่เข้าไปในฐานะเลขานุการของท่านประมุข ซึ่งจะอยู่อาศัยในคฤหาสน์อันใหญ่โตโอฬารแห่งนี้ ตัวคฤหาสน์แนกเป็นสองส่วนคือส่วนที่สร้างแบบญี่ปุ่นกับส่วนที่เป็นตึกฝรั่ง แขกผู้มาเยือนจะต้องไปที่เรือนญี่ปุ่นและกดกริ่งเรียกคนในบ้านให้ออกมาต้อนรับที่ห้องโถงทางเข้ากว้างขวาง มีแท่นไม้รองก่อนก้าวขึ้นเรือนแบบบ้านโบราณ

ทาเคฮิโกะยืนอยู่หน้าแท่นไม้ที่ว่านี้ และพอกดกริ่งที่เสาเด็กหนุ่มอายุราวสิบสี่สิบห้าในชุดเครื่องแบบคอตั้งสีน้ำเงินใหม่เอี่ยมก็เปิดประตูเลื่อนออกมา ทรุดตัวลงนั่งบรรจบมือลงกับพื้นแล้วก้มศีรษะคำนับอย่างถูกต้องตามมารยาท ชายตาขึ้นมามองและถามว่า “ท่านคือใคร มีธุระอะไรหรือครับ” ทาเคฮิโกะส่งจดหมายของบิดาให้และพอบอกชื่อ เด็กหนุ่มก็บอกว่า “กรุณารอสักครู่” แล้วก็เดินหายเข้าไปข้างใน ไม่นานก็กลับมาบอกว่า “เชิญทางนี้ครับ” แล้วออกเดินนำหน้าไป

ทาเคฮิโกะถอดรองเท้าก้าวขึ้นเรือนเดินตามเด็กหนุ่มไปตามระเบียงทางเดิน เลี้ยวสองครั้งจนมาถึงห้องแบบฝรั่งกว้างขวางแต่ดูทึบทึม ผนังด้านหนึ่งเป็นชั้นหนังสือสูงจรดเพดานอัดแน่นไปด้วยหนังสือฝรั่ง ที่นี่ไม่ใช่ห้องรับแขกแต่น่าจะเป็นห้องทำงานของเจ้าของคฤหาสน์

ทาเคฮิโกะนั่งรออยู่บนเก้าอี้ยาวไม่นานนายโองาวาระในชุดกิโมโนคาดโอบิแบบลำลองก็เข้ามาในห้อง และพอชายหนุ่มลุกขึ้นกล่าวคำทักทายทำความเคารพ เจ้าของบ้านผู้สูงศักดิ์ก็ยกมือขึ้นเป็นทีห้ามและบอกให้นั่งตามสบาย ส่วนตนเองทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวมมีเท้าแขนตัวใหญ่น่าสบาย

“เราไม่ได้เจอกันเป็นครั้งแรก และฉันก็ได้ยินเรื่องของเธอจากพ่อเธอบ่อย ๆ เรามาพูดเรื่องธุระกันก่อนนะ ถึงจะบอกว่าให้มาเป็นเลขานุการแต่มันก็ไม่ใช่งานยากอะไร แค่ช่วยดูแลงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ของฉันให้เรียบร้อยในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวเท่านั้นเอง ก็จะมีให้เขียนจดหมายบ้าง จัดเอกสารให้เข้าที่เข้าทาง ออกไปซื้อของข้างนอก ก็คงประมาณนี้ อ้อ...และเวลามีแขกมาหาก็ให้มาช่วยรับแขกอยู่ข้าง ๆ ฉัน และเวลาฉันออกไปทำธุระข้างนอกก็ต้องขอให้ตามไปด้วย บางครั้งภรรยาฉันอาจขอให้เธอทำธุระบางอย่างด้วยก็ได้”

นายโองาวาระเป็นชายรูปร่างสันทัดดูล่ำสันแข็งแรง ผิวขาวละเอียดดูผ่องใส เครื่องหน้าดูใหญ่ไปหมดไม่ว่าจะเป็นตา ปาก หรือว่าจมูก และใบหน้าเองก็ใหญ่ด้วย นายโองาวาระไว้ผมทรงเสยเปิดหน้าผากมีผมหงอกขาวแซมเห็นได้ชัด และไม่ไว้หนวด ทาเคฮิโกะมองริมฝีปากที่เหนือขึ้นไปถูกโกนหนวดเกลี้ยงเกลาและคางที่เคลื่อนไหวด้วยความมั่นใจแล้ว แอบคิดในใจว่านี่เองคือหน้าตาของขุนนางผู้สูงศักดิ์ ส่วนการใช้คำพูดก็บ่งบอกถึงความเป็นคนที่คุ้นเคยกับการออกคำสั่งแบบผู้ดี

“เดี๋ยวเธอจะได้พบกับผู้ดูแลทั่วไปของบ้าน ตาเฒ่าหัวดื้อชื่อคุโรอิวะคนนี้จะพาเธอไปดูห้องพัก และทุก ๆ เรื่อง แล้วนี่ข้าวของของเธออยู่ที่ไหน

“บริษัทขนส่งจะเอามาส่งให้ทีหลังครับ แล้วคุณพ่อก็บอกว่าจะมาพบเพื่อฝากเนื้อฝากตัวผมด้วย”

“อย่างนั้นรึ เอาละ เป็นอันว่าเสร็จธุระของเราแล้ว”

ว่าแล้วนายโองาวาระก็เอื้อมมือไปหยิบบุหรี่ออกมาจากชุดบุหรี่เงินบนโต๊ะ ใช้ไฟแช็กที่วางไว้ข้าง ๆ จุดสูบ แล้วมองหน้าทาเคฮิโกะพร้อมทั้งยิ้มอย่างมีเลศนัย

...เอาละซี...เริ่มแล้ว ทาเคฮิโกะมองออก แล้วก็จริงอย่างที่คิด

“ฉันเคยพบกับเอโดงาวะ รัมโปะ ครั้งหรือสองครั้งในงานชุมนุมอะไรสักอย่าง อ้อ...แล้วก็เคยมาที่บ้านนี้ครั้งหนึ่งด้วย จะว่าไปเขาก็เป็นผู้ชายที่ดูธรรมดามาก แต่รู้สึกว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจแฝงอยู่ลึก ๆ เธอเคยพบผู้ชายคนนี้ไหม”

“ไม่เคยครับ เคยแค่อ่านแต่...อาจารย์” ทาเคฮิโกะไม่รู้ว่าจะใช้คำแทนตัวเจ้านายของเขาว่าอย่างไรดี ก็เลยลองเรียกว่าอาจารย์ ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำท่าว่าไม่พอใจ “อาจารย์รู้จักอาเกจิ โคโงโร นักสืบเอกชนไหมครับ”

“รู้จักชื่อแต่ไม่เคยเจอตัว เธอล่ะ”

“ผมไปหาเขาบ่อย ๆ ครับ จะเรียกว่าสนิทกันก็ได้ ผมเคยพูดถึงเรื่องนี้กับท่านครั้งหนึ่ง ตอนไปงานเลี้ยงกับคุณพ่อครับ”

“อ้อ อย่างนั้นรึ รู้สึกว่าจะลืมไปแล้ว นักสืบเอกชนลือนามคนนี้เป็นคนยังไงรึ”

“เอโดงาวะ รัมโปะเอาเรื่องการสืบสวนของอาเกจิ โคโงโรมาเขียนตามอำเภอใจโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเองสักครึ่งหนึ่งได้ครับ แต่ถ้าพูดถึงรูปลักษณ์ภายนอกหรือว่าอุปนิสัยใจคอ ก็เห็นจะเป็นอย่างที่ รัมโปะเขียนไว้แหละครับ คือเป็นชายรูปงาม ผอม สูง และผมยุ่งเหยิงอยู่เสมอ”

“ดูเหมือนว่าจะอายุห้าสิบกว่าแล้วไม่ใช่รึ”

“ใช่ครับ แต่ยังดูหนุ่มมาก แต่งตัวดีมีรสนิยมเลิศหรู ไม่ใช่แบบจอมปลอมเลยครับ รัมโปะชอบเขียนว่านักสืบ อาเกจิยิ้มอยู่เสมอ ซึ่งจริง ๆ ก็ยิ้มอยู่หรอกครับ แต่เป็นยิ้มเย้ย ๆ ทำหน้าแบบรู้ทันยังไงชอบกล คือไม่ว่าคนร้ายไม่ว่าจะโกหกเก่งแค่ไหน นายคนนี้ก็อ่านออกทะลุปรุโปร่งทันทีเลย”

“อือม์ เป็นคนที่น่าสนใจมาก ชักอยากจะพบสักครั้งหนึ่งเสียแล้ว”

นายโองาวาระหยุดพูด ดูดบุหรี่วาบ ๆ แล้วยิ้มอีกก่อนบอกว่า

“คิดว่าเธอคงจะอ่านหนังสือรวมเล่ห์กลฆาตกรรม ที่รัมโปะเขารวบรวมเอาไว้แล้วนะ”

ทาเคฮิโกะอดตกใจไม่ได้เมื่อรู้ว่าขุนนางชั้นสูงคนนี้อ่านหนังสือแบบนี้ด้วย

“อ่านแล้วครับ รวบรวมได้ดีทีเดียว แต่คิดว่าวิธีแยกประเภทนั้นดูเหมือนจะมีแบบอื่นอีกมาก”

“ใช่ ก็มีต่าง ๆ กันออกไป เรื่องเล่ห์กลฆาตกรรมก็เหมือนกัน ยังมีเล่ห์กลอีกมากมายที่ไม่ได้เขียนไว้ในนั้น เวลาเหนื่อยจากงานฉันมักจะอ่านนิยายนักสืบเป็นการพักสมอง แต่ไม่ได้อ่านอย่างเดียวนะ บางครั้งฉันจะลองคิดเล่ห์กลฆาตกรรมไปด้วย เป็นการลับสมองที่ดีมากเลย บางทีฉันก็คิดเล่ห์กลได้เฉียบแหลมอย่างที่ไม่มีในหนังสือของรัมโปะด้วยนะ แต่ส่วนใหญ่ก็จะสนุกตื่นเต้นอยู่แค่ตรงนั้น พอรุ่งขึ้นอีกวันก็ลืมหมด

ในหนังสือเล่มนั้นมีบทที่พูดถึงแรงจูงใจให้ฆ่าที่แปลกและน่าสนใจอยู่เหมือนกัน แต่แรงจูงใจให้ฆ่ามันก็มีอยู่มากมายอีกนั่นแหละ มีแบบที่ใคร ๆ คิดไม่ถึงอีกมาก อ่านหนังสือของรัมโปะเล่มนี้แล้วทำให้คิดว่าแนวคิดของนักเขียนนิยายสืบสวนนี่แคบเกินคาดเลยทีเดียว”

ทาเคฮิโกะรู้สึกทึ่งกับรสนิยมการอ่านที่ฟังดูแปลกของขุนนางชั้นสูงผู้นี้ ชายหนุ่มชำเลืองมองหน้าขาวและกว้างใหญ่ของผู้พูดก่อนชมว่า

“เยี่ยมมากครับ ตอนนี้ทั้งญี่ปุ่นและเมืองนอก นักเขียนนิยายสืบสวนกำลังหาเล่ห์กลการฆ่ามาเขียนยากขึ้นทุกที...สักวันหนึ่ง ตอนไหนที่พอมีเวลาผมอยากขอฟังเล่ห์กลฆาตกรรมที่อาจารย์คิดบ้างได้ไหมครับ”

“อือ สักวันหนึ่งนะ จากนี้ไปฉันคงมีโอกาสคุยเรื่องนิยายนักสืบกับเธอบ่อย ๆ เอาละ ฉันจะให้เขาเรียกคุโรอิวะ ผู้จัดการทั่วไปมาที่นี่ ระหว่างรอเธอไปดูชั้นหนังสือตรงนั้นซิ ฉันรวบรวมนิยายสืบสวนเก่า ๆ และหนังสือประวัติศาสตร์อาชญากรรมของฝรั่งเอาไว้มากพอดูทีเดียวละ”

นายโองาวาระพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปทางประตูอีกด้านหนึ่ง

ทาเคฮิโกะเดินไปหยุดยืนที่หน้าชั้นหนังสือไล่สายตาไปตามชื่อบนสันหนังสือด้วยความกระหายใคร่รู้ พบเล่มที่น่าอิจฉาที่ตนไม่มีจำนวนนับไม่ถ้วน หนังสือบนชั้นมีทั้งนิยายสืบสวนและหนังสือวิชาการด้านอาชญากรรม เป็นภาษาต่าง ๆ ทั้งภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส และอิตาลี

ชายหนุ่มตื่นตาตื่นใจอยู่กับหนังสือจนไม่สนใจกับสิ่งรอบข้าง แต่อยู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีใครเข้ามาในห้องจึงหันหน้าไปดูก็พบตาเฒ่าหน้าตาดุดันในชุดกิโมโนผ้าพื้นสีน้ำตาลที่มีกางเกงทับยืนขึงอยู่ ใบหน้าสี่เหลี่ยมยับย่นดำคล้ำ ตาลึกเป็นประกายคมกล้า ขนคิ้วหนายาวดูน่ากลัว ทั้ง ๆ อายุน่าจะเกินหกสิบแต่ผมยังดำสนิทดูแปลกจนขนลุก นี่เอง...คุโรอิวะ เก็นโซ อดีตทนายหน้าหอของตระกูลขุนนางชั้นสูง และปัจจุบันคือผู้ดูแลทั่วไปของคฤหาสน์แห่งนี้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...