xs
xsm
sm
md
lg

"ที่นั่ง" บอกนิสัยคนญี่ปุ่น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คอลัมน์ "เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น" โดย "ซาระซัง"

สวัสดีค่ะเพื่อนผู้อ่านที่รักทุกท่าน ใกล้ถึงปลายปีหลายท่านก็คงวางแผนเดินทางด้วยเครื่องบินกันเรียบร้อยแล้ว ฉันเองก็กำลังจะเดินทางไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่ญี่ปุ่นกับเขาเหมือนกันค่ะ พูดถึงนั่งเครื่องบินแล้วก็ไม่ค่อยอยากจะนึกถึงสักเท่าไหร่เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและทรมานไม่น้อยเลยทีเดียว

เวลาจะเดินทางจากนิวยอร์กไปโตเกียว ถ้าบินตรงก็ต้องนั่งเครื่องบินประมาณ 13 ชั่วโมง ฉันเลือกที่นั่งริมทางเดินเสมอเพราะรู้ว่าจะต้องเข้าห้องน้ำหลายหน และไม่อยากสะกิดเรียกคนข้าง ๆ ให้ช่วยขยับให้ฉันออกไปหน่อย รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ไม่สบายใจอย่างไรพิกล ฉันเคยเห็นชาวต่างชาติบางคนนั่งที่นั่งข้างหน้าต่างแถวเดียวกับฉันไม่ลุกออกมาเลยตลอดการเดินทางสิบกว่าชั่วโมงนั้น จนฉันไม่สบายใจว่าเขาเกรงใจเลยอั้นไว้ไม่ลุกไปห้องน้ำหรือเปล่า จนต้องหันไปบอกว่าถ้าคุณอยากลุกไปห้องน้ำหรืออะไร คุณบอกได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ

ฉันเคยนั่งที่นั่งริมทางเดินติดกับแม่ลูกชาวญี่ปุ่นซึ่งนั่งติดริมหน้าต่าง คนลูกดูเหมือนจะโตที่อเมริกาจึงส่งภาษาอังกฤษกับคุณแม่ ตอนนั้นฉันกำลังเริ่มหลับได้ที่ และคุณแม่ก็สะกิดฉันเพื่อขอไปห้องน้ำกับลูก เธอดูท่าทางเกรงใจมาก ขอโทษขอโพยตามสไตล์คนญี่ปุ่นที่ขี้เกรงใจและรู้สึกผิดง่ายเมื่อไปรบกวนคนอื่น ขนาดลูกสาวเธอซึ่งน่าจะเป็นเด็กประถมยังพลอยมองฉันด้วยแววตาเกรงใจพลางบอก “ซอรี่ ” เห็นแล้วชวนให้รู้สึกเอ็นดูว่าน้องยังเด็กแต่ก็รู้จักเกรงใจและใส่ใจคนอื่น ฉันยิ้มตอบขัน ๆ พลางบอกว่าไม่เป็นไร

การนั่งเครื่องบินอันยาวนานนี้เองทำให้ฉันเผลอคิดไปว่าผู้โดยสารทุกคนคงอยากจะนั่งริมทางเดินกันมากกว่าที่นั่งอื่น ๆ และหากได้ที่นั่งด้านในก็คงจะรู้สึกอึดอัดหรือลำบากเวลาต้องลุกออกมา ตอนที่เพื่อนชาวญี่ปุ่นเล่าให้ฟังว่าคนญี่ปุ่นมักเลือกที่นั่งริมทางเดินกัน ฉันก็ไม่รู้สึกว่าแปลกตรงไหน คนชาติไหน ๆ ก็น่าจะเลือกที่นั่งริมทางเดินมิใช่หรือ แต่กลับไม่เป็นดังคาด เพราะคนชาติอื่นไม่ได้เลือกที่นั่งริมทางเดินกันมากเท่ากับคนญี่ปุ่น

บริษัท Expedia (ญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นเอเย่นต์ท่องเที่ยวซึ่งหลายท่านคงรู้จักดีได้ทำการสำรวจถึงพฤติกรรมการเลือกที่นั่งของคนใน 23 ประเทศไว้ และพบว่าคนญี่ปุ่นเลือกที่นั่งข้างทางเดินมากกว่าคนประเทศอื่น ๆ

เมื่อถามว่าหากคนญี่ปุ่นนั่งริมหน้าต่างหรือที่นั่งตรงกลางแล้วต้องการลุกออกไปจะทำอย่างไร ส่วนใหญ่ตอบว่าใช้วิธีหันหลังให้คนที่นั่งอยู่(เดาว่าคงหลับอยู่)แล้วก้าวผ่านออกไป ส่วนวิธีที่คนญี่ปุ่นทำกันน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับคนชาติอื่น ๆ คือการปลุกคนอื่นให้ตื่นแล้วขอออกไป

จากข้อมูลนี้ทำให้บริษัทตั้งสมมติฐานว่าบางทีเหตุผลที่คนญี่ปุ่นเลือกที่นั่งริมทางเดินกันมากอาจเป็นเพราะเกรงใจที่จะปลุกคนอื่นก็เป็นได้

ส่วนคนที่เลือกที่นั่งข้างหน้าต่างนั้นจะให้เหตุผลว่าถ้าบินระยะใกล้ก็จะเลือกที่นั่งข้างหน้าต่าง แต่ถ้าบินยาวก็จะนั่งริมทางเดิน และถ้านั่งริมหน้าต่างแล้วหากต้องการลุกออกไปก็จะรอจนกว่าคนที่นั่งริมทางเดินจะลุกออกไป ตนถึงจะลุกบ้าง เพราะรู้สึกลำบากใจที่จะไปปลุกคนอื่นเพื่อให้ตัวเองได้ออก

นอกจากนี้ คนญี่ปุ่นยังเป็นชาติที่ขอแลกที่นั่งกับคนอื่นน้อยที่สุดด้วย คืออย่างเช่นถ้าได้ที่นั่งห่างจากคนในครอบครัว เพื่อน หรือแฟนก็จะแทบไม่ไปขอเปลี่ยนกับคนอื่น อันนี้ฉันว่าสะท้อนนิสัยคนญี่ปุ่นได้ชัดเจนหลายอย่าง ทั้งการไม่เป็นฝ่ายเข้าหาคนอื่นก่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนแปลกหน้า ความไม่อยากเป็นฝ่ายไปรบกวนคนอื่น ความรู้จักเกรงใจผู้อื่น การไม่เอาความต้องการของตนเองเป็นใหญ่ ความคำนึงเรื่องมารยาทสังคม เป็นต้น ยิ่งถ้าอีกฝ่ายเป็นคนต่างชาติและตนเองไม่พูดภาษาอังกฤษหรือไม่คุ้นเคยกับคนต่างชาติก็ยิ่งไม่เข้าหาเข้าไปใหญ่

ไม่เพียงแค่บนเครื่องบินเท่านั้น คนญี่ปุ่นยังเลือกที่นั่งริมสุดบนรถไฟด้วยเช่นกัน ตอนที่ฉันได้ยินก็รู้สึกว่าไม่เห็นแปลกอีก เพราะที่ผ่านมาเวลาขึ้นรถไฟก็เห็นคนส่วนมากไม่ว่าจะชาติไหน ๆ เลือกที่นั่งริมสุดกันก่อน เพราะมันลุกออกง่าย แถมฝั่งหนึ่งก็ไม่ต้องโดนตัวใคร จะพิงหลับสักงีบก็ได้อีกเช่นกัน คนญี่ปุ่นที่เลือกที่นั่งริมสุดก็คิดเฉกเดียวกัน

แต่นอกเหนือจากนั้นก็มีเหตุผลบางข้อที่บ่งบอกความเป็นคนญี่ปุ่นอยู่บ้างเหมือนกัน คือ หลายคนจะรู้สึกว่าถ้านั่งติดคนอื่นสองฝั่งเลยจะรู้สึกอึดอัดที่ต้องใส่ใจหรือเกรงใจคนข้าง ๆ ไปด้วย เพราะฉะนั้นจึงขอลดจำนวนความอึดอัดเช่นนี้เหลือเพียงฝั่งเดียวพอเพื่อความสบายใจ

คนญี่ปุ่นบางคนคิดว่าการขึ้นมาแล้วนั่งริมสุดก่อนทำให้ดูแล้วเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นมารยาท และทำให้คนที่ขึ้นตามหลังมาหาที่นั่งได้ง่ายกว่า อันนี้ฉันฟังแล้วรู้สึกงงนิดหน่อย เพราะที่นั่งริมสุดมันจะติดประตูเปิดเข้าออก จึงรู้สึกว่าถ้าขึ้นมาก่อนแล้วเขยิบเข้าไปที่นั่งตรงกลาง ๆ เพื่อให้คนอื่นที่ขึ้นตามมาสามารถนั่งได้ในที่นั่งถัดไปน่าจะดูเป็นมารยาทและเป็นน้ำใจมากกว่า

บางคราวฉันสังเกตเห็นว่าผู้สูงอายุหลายคนจะไม่ยอมมานั่งที่นั่งตรงกลาง ๆ แม้จะมีที่นั่งว่างก็ตาม คาดว่าคงเพราะลุกไม่สะดวก หาที่ยึดจับพยุงตัวยากตอนจะลุก และหากรถไฟคนแน่นขึ้นมาคงลุกออกไปไม่ทัน จึงมักเห็นพวกเขายืนอยู่ใกล้ประตูกันเสียมาก

จากผลสำรวจพบว่ามีคนญี่ปุ่นเพียงแค่ร้อยละหนึ่งเท่านั้นที่เจาะจงบอกว่าขอเลือกที่นั่งตรงกลางไว้ก่อน ชวนให้สงสัยว่าเพราะอะไรหนอ พอได้ทราบเหตุผลแล้วก็ถึงบางอ้อ คือส่วนใหญ่บอกว่าถ้าเป็นที่นั่งริมสุดซึ่งใกล้ประตูเปิดปิดนั้น ฤดูร้อนก็มีไอร้อนเข้ามา ฤดูหนาวก็มีลมหนาวโชยเข้ามา คนกลุ่มนี้จึงมักเลือกนั่งที่นั่งกลาง ๆ ไว้ก่อน

บางคนบอกว่าถ้านั่งกลาง ๆ สบายกว่าเพราะไม่ค่อยมีคนมายืนบังอยู่ด้านหน้า แถมยังไม่ต้องกังวลว่าจะต้องไปให้ความใส่ใจกับคนที่ยืนอยู่เท่ากับคนที่นั่งริมสุดซึ่งมีคนยืนกันอยู่บริเวณนั้นเยอะ บางคนก็ว่ามักเห็นคนที่นั่งที่นั่งตรงกลางทำตัวไม่เหมาะสมเพราะยึดที่นั่งไว้สองที่เลย ตัวเองจึงขอเสียสละยอมไปนั่งตรงกลาง อย่างน้อยจะได้ลดจำนวนคนอย่างนี้ แบบนี้ก็มี

โดยสรุปแล้วอาจกล่าวได้ว่าการตัดสินใจเลือกที่นั่งริมทางเดินบนเครื่องบินหรือที่นั่งริมสุดบนรถไฟของคนญี่ปุ่นก็สะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดอ่านแบบคนญี่ปุ่นจ๋าได้ไม่น้อยเหมือนกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความกังวลที่จะต้องไปรบกวนคนอื่น หรือความกังวลว่าจะต้องไปข้องแวะกับคนอื่นที่ไม่รู้จักหรือต้องใส่ใจคนอื่นก็ตาม ตัวแปรบางส่วนในการเลือกที่นั่งของคนญี่ปุ่นจึงอยู่ที่ความสบายใจไร้กังวลกับเรื่องเหล่านี้

แล้วเพื่อนผู้อ่านที่รัก เลือกที่นั่งแบบไหนด้วยเหตุผลใดกันบ้างคะ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีค่ะ.



"ซาระซัง"
สาวไทยที่ถูกทักผิดว่าเป็นสาวญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ เรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ชั้นประถม และได้พบรักกับหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย เป็น “สะใภ้ญี่ปุ่น” เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโตเกียวนานกว่า 5 ปี ปัจจุบันติดตามสามีไปทำงาน ณ สหรัฐอเมริกา ติดตามคอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” ที่ MGR Online ทุกวันอาทิตย์.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...