xs
xsm
sm
md
lg

มายาปีศาจ ตอนที่ 25 ปีศาจอสรพิษ (ต่อ) ฝันร้าย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บทประพันธ์ของ เอโดงาวะ รัมโป (1894-1965)
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา

หนี้ที่ถูกกำหนดให้ต้องชำระด้วยเลือดและชีวิต...ตามตราสารคำสาปแห่งมายาปีศาจ

และแล้วคดีสยองขวัญป่วนประสาทคนทั่วนครหลวงก็สงบลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเมื่อปีศาจมายากลปลิดชีวิตตัวเอง ทิ้งฉากหฤโหดให้ตามหลอกหลอนผู้ประสบเหตุการณ์ไปอีกนาน สมุนทั้งแปด (เจ็ดบนเรือและหนึ่งที่ถูกมัดกลิ้งอยู่บนทำนบชายฝั่งสึกิชิมะ) สิ้นฤทธิ์ถูกตำรวจควบคุมตัวไปคุมขังไว้เรียบร้อย ส่วนฟุมิโยะลูกสาวโฉมงามของปีศาจร้ายผู้ให้ความร่วมมือกับตำรวจนำจับพ่อบังเกิดเกล้าของตนเองนั้น แม้จะเอาผิดไม่ได้แต่ตำรวจก็ต้องกักกันตัวเอาไว้ชั่วระยะหนึ่งเนื่องจากคดียังไม่สิ้นสุด

ทั้งนายทามามุระเองและตำรวจต่างเกรงกันว่าอาจยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดซุ่มตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งเพื่อคอยจังหวะล้างแค้น แต่แม้จะสอบปากคำสมุนโจรอย่างเข้มงวดเพียงไร ขู่ก็แล้วปลอบก็แล้ว จนถึงกับต้องลงไม้ลงมือเอาบ้างเพียงไร พวกมันก็ไม่อาจปั้นน้ำให้เป็นตัวขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอดไปได้ และเมื่อฟุมิโยะยืนยันแน่วแน่แล้วว่าไม่มีสมัครพรรคพวกเหลืออยู่อีก ก็เลยไม่มีอะไรจะต้องสงสัยกันอีก เป็นอันว่าโจรกลุ่มนี้ถูกปราบสิ้นซากไปแล้วน่าจะปิดคดีได้เสียที

เอาเถอะ...หากจะมีสมุนสักคนสองคนหนีรอดมือตำรวจไปได้ แต่มันก็ไม่ได้เคียดแค้นพยาบาทอะไรกับครอบครัวนายทามามุระเป็นการส่วนตัว และคงไม่มีใครเอาตัวเข้าเสี่ยงกับกฎหมายบ้านเมืองด้วยการล้างแค้นให้คนอื่นโดยไม่ได้อะไรตอบแทน

เมื่อคิดได้เช่นนี้คนในครอบครัวทามามุระก็กลับมาใช้ชีวิตด้วยความสดชื่นแจ่มใสกันอีกครั้ง นายทามามุระกับลูกชายทั้งสองที่ต้องทรมานเจียนตายอยู่ในน้ำซึ่งถูกปล่อยเข้ามาท่วมเกือบถึงเพดานห้องใต้ดิน ฟื้นตัวเป็นปกติในไม่ช้า ที่อาการหนักหน่อยคือทาเอโกะที่ไข้ขึ้นสูงต้องนอนซมไปหลายวันหลังจากที่เป็นลมไปเมื่อเห็นภาพสยดสยองก่อนสิ้นใจของปีศาจฆาตกร แต่นั่นก็เป็นเพียงสภาพทางร่างกายส่วนจิตใจของทุกคนเบิกบานเต็มที่กับชีวิตอันสงบสุขที่กลับคืนมา

เวลาผ่านไปสองเดือนกว่าย่างเข้าสู่เดือนมีนาคมโดยไม่เกิดเหตุอะไรเกิดขึ้น คดีปีศาจพยาบาทที่เกิดขึ้นกับตระกูลทามามุระสร้างชื่อเสียงให้แก่ร้านอัญมณีทามามุระไม่น้อย พ่อค้าในวงการเดียวกันแวะเวียนมาไม่ขาดสายส่งผลให้ยอดจำหน่ายสูงขึ้นทันตาเห็น สุขภาพของทุกคนในครอบครัวฟื้นตัวสู่สภาพปกติกันแล้ว ซากุระพันธุ์ออกดอกเร็วเริ่มผลิดอกออกช่อ ความสดใสของฤดูกาลแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในธรรมชาติจรรโลงใจให้คนในบ้านจนลืมนึกถึงเรื่องร้ายกาจที่ผ่านมาไม่นานนัก

ทว่า ความพยาบาทล้างแค้นสิ้นสุดลงแล้วจริงหรือ...คำสาปแช่งก่อนสิ้นลมปราณของโอคุมุระ เก็นโซเป็นแค่คำที่เปล่งออกมาด้วยแรงแค้นที่ค้างชำระหรือมีมนต์ขลังแรงกล้าที่มีพลังเหนือจริง งูพิษลายสีน้ำตาลแดงที่เลื้อยออกมาจากแผลฉกรรจ์มาปากปีศาจในวินาทีที่มันสิ้นลมปราณ...คือคำตอบอย่างนั้นหรือ

เช้าตรู่วันหนึ่ง คนทั้งบ้านต้องสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างอธิบายไม่ถูก ดังมาจากห้องที่ทาเอโกะกับเด็กชายชินอิจิลูกเลี้ยงของตระกูลทามามุระ นอนอยู่ด้วยกัน (เด็กชายชินอิจิเคยเยี่ยมหน้าออกมาให้เห็นกันในตอนต้นเรื่องนิดหนึ่งแล้วหายไปตอนเกิดเรื่องวุ่นวายในครอบครัวจนหลายคนอาจลืมไปแล้ว แม้ว่าเด็กชายที่ไม่ได้สืบสายเลือดของตระกูลทามามุระผู้นี้จะไม่ได้พลอยติดร่างแหการล้างแค้นของปีศาจพยาบาทไปด้วย แต่เหตุการณ์สยองขวัญที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวทำให้เด็กชายหวาดผวาไม่เป็นสุข

เสียงกรีดร้องเรียกความทรงจำอันโหดร้ายที่ซุกซ่อนอยู่ในใจกลับคืนมา “หรือว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นอีก” แวบหนึ่งที่คิดขึ้นมาทำให้เย็นสันหลังวาบไปทั้งพ่อและลูกชาย ขณะวิ่งไปที่ห้องต้นเสียงโดยไม่รั้งรอ

พอไปถึงก็เห็นทาเอโกะน้องสาวคนเล็กนั่งอยู่บนเตียงกำลังเบิกตาโพลงมองไปรอบ ๆ ตัว มีเด็กชายชิจิซุกตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขน โชคดีที่ทั้งสองไม่มีบาดแผลอะไรที่แสดงว่าถูกทำร้าย

“นึกว่าอะไร ที่แท้ก็ฝันร้าย ร้องเสียตกใจหมด”

นายทามามุระพูดอย่างโล่งอก แต่ทาเอโกะสั่นศีรษะแรง ๆ

“ไม่ใช่ฝันค่ะคุณพ่อ มัน...มันมาขดตัวอยู่ตรงนี้ บนผ้าปูที่นอนนี้ค่ะ หนูรู้สึกเหมือนมีอะไรหนัก ๆ ก็เลยลืมตาดู”

“ขดตัวอยู่รึ”

“ค่ะ คุณพ่อกับคุณพี่ ไม่พบกับใครที่ระเบียงทางเดินหรอกหรือคะ ผู้ชายตัวใหญ่อย่างกับซูโม่”

พอได้ยินคำถามจากปากสาวน้อยทุกคนรวมทั้งบริวารในบ้านที่รีบรุดมาดูเหตุการณ์ ต่างสะดุ้งหน้าซีดไปตาม ๆ กัน ชายร่างใหญ่ขนาดนักปล้ำซูโม่ อสุรกายร่างสูงใหญ่เกือบสองเมตรที่วิ่งหายเข้าไปในความมืดมิดกลางดึก...ผู้อ่านคงจำเรื่องราวของผู้ต้องหาฆาตกรรมรายแรกเจ้าของรอยมือใหญ่ยักษ์เปื้อนเลือดแดงฉานที่ประทับอยู่บนเพดานห้อง ได้ดีเช่นเดียวกับคนในบ้าน และภาพนั้นคงผุดเด่นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำว่า “ผู้ชายตัวใหญ่อย่างกับซูโม่”

ต่อมาเมื่อคดีคลี่คลายจนถึงจุดหนึ่งว่าฆาตกรตัวจริงคือปีศาจมายากล ทั้งตำรวจและนักสืบเอกอาเกจิ โคโงโรก็ไดเห็นพ้องต้องกันและสรุปว่าอสุรกายที่ลงมือฆ่าฟุกุดะ โทกุจิโรเป็นเหยื่อรายแรกแล้วตัดหัวไปลอยน้ำประจานนั้น ก็คือปีศาจมายากลปลอมตัวมา และก็ไม่ได้สืบเรื่องราวของอสุรกายต่อไป หลังจากทลายรังโจรราบคาบและสอบปากคำสมุนโจรที่จับตัวมาได้ ก็ไม่มีใครรู้เล่ห์มายาเรื่องอสุรกายนี้เลยสักคนเดียว

“หนูเห็นผู้ชายรูปร่างใหญ่โตคนนั้นรึ” นายทามามุระถามด้วยท่าทีหวาดผวา

“ค่ะ มันเพิ่งเดินก้มหัวลอดประตูออกไปเมื่อกี้นี้เอง ไม่น่าจะลอดสายตาทุกคนไปได้”

“มันหนีไปเพราะหนูกรีดร้องรึ”

“ใช่ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นมันก็ไม่มีเวลาพอจะหนีพ้นไปได้ เพราะพอได้ยินเสียงหนูร้องเราก็กรูกันเข้ามาจากทั้งสองด้านของระเบียงทางเดิน จะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งเห็นมัน อิจิโร..จิโร เจ้าสองคนเห็นอะไรบ้างไหม”

“ไม่เห็นครับ” อิจิโรคนไม่เชื่อเรื่องผีสางตอบอย่างหัวเสีย “ผมเชื่อว่าไม่มีใครเห็นอะไรบ้า ๆ อย่างนั้น คนตัวเท่ายักษ์เท่ามารจะเข้ามาในบ้านเราได้ยังไง ทาเอโกะฝันไปหรือไม่ก็ถูกผีอำ นอนเอามือทาบอกหรือเปล่าล่ะ”

“ไม่ค่ะคุณพี่ หนูไม่ได้ฝันไป ถึงฝันไปจริง ๆ หนูก็ไม่กรีดร้องปลุกคนทั้งบ้านอย่างนี้”

“เอาละ เอาละ แล้วไอ้ผู้ชายร่างยักษ์เหมือนซูโม่มันทำอะไร มันลงไปบนขดตัวบนเตียงน้องอย่างนั้นรึ” จิโรทำสีหน้าล้อเลียน

“คุณพี่ละก็” ทาเอโกะค้อนพี่ชายแล้วหันไปทางบิดา “คุณพ่อคะ ไอ้ที่ขดตัวอยู่บนที่นอนหนูคืองูตัวเล็ก ๆ ลายสีน้ำตาลแดงค่ะ ดูซิคะที่นอนตรงนั้นยังเป็นรอยบุ๋มอยู่เลย”

นายทามามุระหน้าซีดด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เขาเป็นคนเกลียดงู แค่ได้ยินคำว่างูเท่านั้นก็ขนลุกด้วยความขยะแขยง แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้เขากลัวจนตัวสั่นถึงขนาดนี้ อิจิโรกับจิโรไม่รู้ว่าบิดาของเขาได้ยินเรื่องราวอย่างละเอียดของเหตุการณ์เมื่อปีศาจร้ายสิ้นลมมาจากนักสืบอาเกจิ โคโงโร นายทามามุระได้ยินเรื่องงูลึกลับและคำสาปแช่งของปีศาจพยาบาท ซึ่งชวนให้คิดในเชิงภูมิผีปีศาจว่างูพิษลายน้ำตาลแดงตัวนั้นอาจเป็นร่างที่วิญญาณของปีศาจพยาบาทเข้าไปสิงอยู่

ทั้งงูพิษลายน้ำตาลแดงและชายร่างยักษ์ราวอสุรกาย ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้นึกถึงปีศาจมายากลผู้มีความพยาบาทฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ จึงไม่แปลกเลยที่นายทามามุระจึงได้กลัวจนออกนอกหน้าเช่นนั้น

“แล้วงูมันไปทางไหน” พ่อค้าเพชรถามพลางเหลียวลอกแลกไปรอบ ๆ

“พอหนูตกใจผลุดลุกขึ้นนั่งมันก็เลื้อยลงจากเตียงไปทางประตู และพอถึงตรงนั้นมันก็ชูคอแผ่แม่เบี้ย จ้องหน้าหนูเขม็ง ตาของมันเหมือนตาคนเลยค่ะ”

“แล้วไง”

“เกิดเรื่องประหลาดมากค่ะ คุณพี่อิจิโรอาจดุหนูว่าเหลวไหลแต่มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ค่ะ คือที่กำแพงสีเทาด้านโน้นหนูเห็นผู้ชายร่างสูงใหญ่หัวเกือบจรดเพดานปรากฏตัวออกมา และระหว่างที่หนูตกตะลึงอยู่ มันก็หายตัวออกไปทางประตู และงูตัวนั้นก็หายไปด้วยค่ะ”

อิจิโรหัวเราะลั่น “ยังกับศาสตร์แห่งนินจาอิชิคาวะ โกะเอมอน ผิดแต่ว่าใช้งูแทนที่จะใช้หนู”

ทว่า นายทามามุระผู้บิดาหัวเราะไม่ออก ยิ่งได้ยินคำว่าศาสตร์แห่งนินจาก็ยิ่งรู้สึกใจไม่ดีขึ้นไปอีก หรือว่าโอคุมุระ เก็นโซจะยังไม่ตาย เป็นไปได้ไหมว่าที่เห็นกัดลิ้นฆ่าตัวตายในเรือก็ดี ศพถูกนำไปฝังในสุสานสาธารณะเรียบร้อยแล้วก็ดี ล้วนแล้วแต่เป็นมายากลของปีศาจร้ายทั้งนั้น ปีศาจพยาบาทอาจเล่นละครตบตาว่าตายจากโลกนี้ไปแล้วแต่แอบไปซ่อนตัวคอยอยู่จนได้จังหวะเหมาะจึงเริ่มออกมาสำแดงเดชอีกครั้ง ถ้ามันยังมีชีวิตอยู่จริงมันก็จะต้องเป็นปีศาจที่มีฤทธิ์ สามารถให้ศาสตร์ของนินจาบังคับงูหรืออะไร ๆ ได้เป็นแน่

นายทามามุระสั่งให้ลูกชายทั้งสองและบริวารทุกคนในบ้านแยกย้ายกันค้นหาจนทั่วทุกซอกทุกมุมในคฤหาสน์และรอบบริเวณ แต่ก็ไม่พบชายร่างใหญ่ราวอสุรกายและงูพิษลายน้ำตาลแดงแม้แต่เงา

“ผมว่าคุณพ่อไม่ต้องกังวลอะไรเลย ทาเอโกะฝันไปน่ะครับ”

เมื่อเป็นเช่นนี้บิดาก็เห็นด้วยกับลูกชายและไม่คิดที่จะแจ้งตำรวจ วันนั้นจึงผ่านไปอย่างสงบ แต่หลังจากนั้นสองสามวันก็ได้เกิดเหตุสยองขวัญขึ้นในคืนวันหนึ่ง ผู้ตกเป็นเหยื่อคราวนี้คือนายทามามุระ

พ่อค้าเพชรผู้มั่งคั่งออกไปเดินเล่นในสวนและหยุดดูเต่าที่กำลังว่ายน้ำอยู่ในสระ กำลังคิดว่าเต่าน้อยน่าเอ็นดูจริงอยู่นั้นเองหัวเต่าก็ยืดยาวออกมากลายเห็นหัวงูพิษลายน้ำตาลแดง นายทามามุระคนเกลียดงูถึงกับร้องลั่นแล้ววิ่งหนี แต่ยิ่งหนีหัวงูก็ยิ่งประชิดตัวเข้ามา หัวของมันยืดยาวออกมาจากกระดองเต่าราวกับเส้นเชือกที่ไม่มีวันสิ้นสุด

นายทามามุระวิ่งพลางร้อง “ช่วยด้วย ช่วยด้วย” เข้าไปที่สามพี่น้องซึ่งกำลังเกาะกลุ่มคุยกันหัวเราะกันอยู่ครื้นเครงที่อีกด้านหนึ่งของสวน พอเข้าไปอยู่ในวงล้อมของลูก ๆ แล้วเหลียวหลังกลับไปมอง อะไรกันนั่น...งูตัวเล็กเท่าเส้นเชือกกลายเป็นงูใหญ่มหึมาคับสวนไปต่อหน้าต่อตา

“เฮ้ย” ยังไม่ทันสิ้นเสียงอุทาน งูยักษ์ตัวลื่นเป็นเมือกน่าขยะแขยงเป็นที่สุดก็เลื่อยปราด ๆ เข้ามารัดสี่พ่อลูกเอาไว้หลายทบหลายเปลาะจนกระดิกตัวไม่ได้หายใจไม่ออก กลิ่นสาบสางของงูพลุ่งเข้ามาจนแสบจมูกไปหมด

งูชูคอแผ่แม่เบี้ยแลบลิ้นแดงฉานราวเปลงเพลิง อ้าปากกว้างเข้ามาประชิดเหนือหัวเหยื่อที่มันรัดรวมกันไว้ หมายจะกลืนเข้าไปทั้งสี่คนในคำเดียว

นายทามามุระตกใจตื่นด้วยเสียงแผดร้องราวบ้าคลั่งของตนเอง เหงื่อโชกไปทั้งตัว

“ที่แท้ก็ฝันไป เฮ้อ ตกใจแทบแย่”

เขาถอนใจด้วยความโล่งอก แต่พอพลิกตัวจะนอนต่อ...เอ๊ะ รู้สึกมีอะไรหนัก ๆ อยู่บนผ้านวมที่ห่มนอน จึงผงกหัวขึ้นมองไปทางนั้น และพอเห็นว่าอะไรเป็นอะไรก็แผดเสียงร้องลี่นเหมือนถูกใครบีบคอ...นี่มันเรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน งูพิษลายน้ำตาลแดงขดตัวอยู่บนนั้น ทำให้คิดถึงเหตุการณ์ที่ทะเอโกะเล่าเมื่อวันก่อน

พอนายทามามุระผลุดลุกขึ้นจากที่นอน งูพิษก็เลื้อยหนีไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีเงาดำทะมึน (ชายร่างใหญ่ราวแชมป์ ซูโม่ เดวะงะทาเกะ ไท่ใช่หรือนั่น) เคลื่อนตัวไปที่ประตูแล้วลับหายไป มาคิดดูในภายหลังดูเหมือนว่าชายร่างยักษ์นั้นจะเฝ้าจ้องมองนายทามามุระที่นอนหลับอยู่มาจากมุมห้องที่มืดสลัว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องนอนของนายทามามุระไม่ผิดอะไรกับที่เกิดขึ้นในห้องนอนของทาเอโกะเมื่อวันก่อนทุกอย่าง ทั้งงูพิษและชายร่างใหญ่ราวอสูรกายหายวับไปราวกับอากาศธาตุ ไม่ว่าจะค้นหาเท่าใดก็ไม่พบแม้แต่เงา
ที่ต่างกันมีอยู่อย่างเดียวคือหลังจากที่อสูรกายหายตัวไป มีกระดาษชิ้นหนึ่งตกอยู่

แค่เห็นแวบเดียวขนก็ลุกซู่ไปทั้งตัว อักษรสี่ตัวที่เขียนด้วยลายมือเรียบ ๆ แต่สยองขวัญอ่านได้ว่า “โอคุมุระ เก็นโซ” จะให้คิดว่าวิญญาณพยาบาททิ้งนามบัตรเอาไว้อย่างนั้นหรือ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...