xs
xsm
sm
md
lg

"บุหรี่" คู่เคียงร้านอาหารญี่ปุ่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ภาพจาก www.nippon.com
คอลัมน์ "เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น" โดย "ซาระซัง"

เมื่อพูดถึงคนญี่ปุ่นแล้วคงมีหลายคนที่นึกถึงภาพชนชาติที่เพียบพร้อมด้วยมารยาท รู้จักเกรงอกเกรงใจ และคอยระวังไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่กระนั้นคนญี่ปุ่นก็มีบางมุมที่ดูเหมือนจะไม่ใยดีต่อค่านิยมอันแสนดีเช่นนี้เอาเลยเหมือนกัน ที่เห็นได้ชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของการสูบบุหรี่

ในบรรดาเพื่อนหญิงชาวญี่ปุ่นที่สนิทกันมีหลายคนที่ตอนสาว ๆ สูบบุหรี่ เวลาไปร้านอาหารหรือร้านกาแฟด้วยกันและพนักงานถามว่าจะเลือกที่นั่งไหนระหว่างพื้นที่สูบบุหรี่กับพื้นที่ปลอดบุหรี่ เพื่อนที่สูบบุหรี่มักรีบตอบอย่างรวดเร็วว่า “พื้นที่สูบบุหรี่ ” แม้จะรู้ว่าเพื่อนคนอื่นส่วนใหญ่ไม่สูบก็ตามที

พอได้นั่งโต๊ะเพื่อนที่สูบบุหรี่ก็กุลีกุจอหยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบอย่างมีความสุข บางคราวก็เงยหน้าขึ้นสูงพ่นควันปุ๋ย ๆ ไม่ให้ลอยใส่หน้าคนอื่นโดยตรง บ้างก็หันไปด้านข้างที่ไม่มีคนนั่งอยู่ แม้พวกเธอจะดูเหมือนเกรงใจคนไม่สูบบุหรี่ด้วยการหันไปทางอื่น แต่อย่างไรโต๊ะอื่น ๆ รอบข้างก็สูบกันหมด ทั้งบริเวณเต็มไปด้วยควันบุหรี่อบอวล ชวนอึดอัดและรบกวนคนไม่สูบอยู่ดี เพื่อนฉันอ้างว่าเครียดเลยต้องสูบบุหรี่ ฉันถามว่า “สูบแล้วหายเครียดจริงหรือ” เพื่อนหัวเราะตอบ “ไม่หาย”

เรื่องสูบบุหรี่ในร้านอาหารหรือกระทั่งร้านกาแฟที่ญี่ปุ่นเป็นเรื่องห้ามกันยาก โดยเฉพาะร้านอาหารส่วนใหญ่ที่นักศึกษาหรือคนวัยทำงานไปนั่งรับประทานเป็นร้านอิซากายะหรือร้านเหล้า ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็ปล่อยให้ลูกค้าสูบบุหรี่ได้โดยอิสระเสรี ถึงแม้จะไปร้านแบบ family restaurant หรือร้านกาแฟซึ่งมีให้เลือกระหว่างพื้นที่สูบบุหรี่กับพื้นที่ปลอดบุหรี่ บางคราวควันบุหรี่หรือกลิ่นบุหรี่ก็ยังลอยละล่องอยู่ในร้านอยู่ดี โดยเฉพาะร้านกาแฟซึ่งมีพื้นที่ขนาดเล็ก บางแห่งไม่มีกระจกหรือประตูกั้นมิดชิด บางแห่งจัดพื้นที่ยกพื้นว่าเป็นที่นั่งสำหรับสูบบุหรี่ได้และพื้นที่อื่นปลอดบุหรี่ แต่ทั้งหมดก็อยู่ในบริเวณเดียวกันนั้นเอง
ภาพจาก https://commons.wikimedia.org
ฉันเคยเข้าร้านกาแฟแห่งหนึ่งเพราะเห็นเมนูที่โฆษณาหน้าร้านแล้วอยากลอง พอเข้าไปปั๊บก็ได้กลิ่นบุหรี่ฉุนกึก พอแสบจมูกขึ้นมา ร่างกายก็เริ่มต่อต้านด้วยการกลั้นหายใจ ร้านกาแฟร้านนี้ชื่อฟังดูโมเดิร์นและดูจากภายนอกแล้วน่าจะเป็นร้านบรรยากาศดี แต่กลับเต็มไปด้วยควันบุหรี่อัดแน่นราวกับห้องที่จัดไว้สำหรับสูบบุหรี่โดยเฉพาะตามสนามบิน เมื่อหันไปดูรอบ ๆ ก็เต็มไปด้วยลูกค้าชายวัยกลางคนขึ้นไปซึ่งสูบบุหรี่กันหมดทุกโต๊ะ ฉันทั้งแสบตาและหมดแรงกลั้นหายใจต่อไปจึงรีบออกมาจากร้าน ทีแรกนึกว่าคงเป็นแค่สาขานี้ แต่เมื่อไปสาขาอื่น ๆ ก็พบว่าเป็นอย่างนี้เช่นกัน

ภาพคนญี่ปุ่นสูบบุหรี่โดยไม่สนใจคนรอบข้างเป็นภาพที่ชวนให้ฉันรู้สึกแปลกใจเสมอ เพราะรู้สึกว่าขัดแย้งกับค่านิยมคนญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของตัวเองค่อนข้างมาก และระวังเป็นพิเศษที่จะไม่ทำเรื่องที่เสียมารยาทหรือสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ไฉนพอเป็นเรื่องบุหรี่แล้วดูเหมือนใครต่อใครจะพากันลืมค่านิยมนี้ไปเสียเฉย ๆ

แม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะมีความพยายามผลักดันให้เกิดกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในอาคารที่เป็นพื้นที่สาธารณะโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อรองรับโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิกในปี 2020 แต่กระนั้นก็ยังมีข้อยกเว้นในส่วนของร้านอาหารและเครื่องดื่ม เดิมทีตั้งเกณฑ์ไว้ว่า จะห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ในร้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 30 ตารางเมตรขึ้นไป แต่ไปไม่ถึงดวงดาวเพราะโดนสมาชิกในพรรครัฐบาลเองต่อต้าน ปัจจุบันจึงตั้งเกณฑ์ไว้ว่าจะบังคับใช้กับร้านที่มีขนาดตั้งแต่ 100 ตารางเมตรขึ้นไป นั่นหมายความว่า ร้านอาหารและเครื่องดื่มในกรุงโตเกียวถึงร้อยละ 80-90 จะยังคงให้สูบบุหรี่ในร้านต่อไปได้

บรรดาร้านอาหารและเครื่องดื่มโดยเฉพาะร้านเหล้าเกรงว่าหากมีกฎหมายห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ในร้านอีก ลูกค้าก็จะไม่เข้าร้าน แม้ตนเองซึ่งเป็นผู้ประกอบการจะไม่สูบบุหรี่แต่ก็ไม่อยากให้มีกฎหมายห้ามไม่ให้ลูกค้าสูบ เพราะลูกค้าประจำบางคนมาที่ร้านตนบ่อย ๆ ก็เพราะรู้ว่าสูบบุหรี่ได้ นักการเมืองที่เป็นกระบอกเสียงให้ผู้ประกอบการเหล่านี้อ้างว่าการออกกฎหมายห้ามไม่ให้สูบบุหรี่จะเป็นการละเมิด “สิทธิในการสูบบุหรี่”

เมื่อมองจากนิสัยคนญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบมากกว่าเรื่องสิทธิอย่างเทียบกันไม่ได้แล้ว ก็แปลกอยู่ที่ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องความรับผิดชอบต่อยอดผู้เสียชีวิตจากควันบุหรี่มือสองถึง 15,000 คนในแต่ละปี อีกทั้ง “สิทธิในการสูบบุหรี่” ก็ไม่มีกฎหมายใด ๆ ระบุไว้ การออกนโยบายที่มีช่องโหว่เปิดโอกาสให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มส่วนใหญ่ยังคงมีการสูบบุหรี่ได้เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่าความพยายามในการควบคุมบุหรี่ในญี่ปุ่นดูเหมือนจะไม่ได้เอาเรื่องสุขภาพของประชาชนมาเป็นปัจจัยสำคัญเท่าใดนัก ทั้ง ๆ ที่รัฐต้องเสียค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีสาเหตุมาจากบุหรี่ปีละไม่น้อย และแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากบุหรี่ปีละประมาณ 120,000-130,000 คน

ในทางกลับกัน “สิทธิด้านสุขภาพ” ซึ่งเป็นหนึ่งในสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศกลับไม่ได้รับการเหลียวแลเท่าใด เอาเข้าจริงพนักงานของร้านและคนไม่สูบบุหรี่ก็มีสิทธิตามกฎหมาย ที่จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและได้รับอากาศที่ดีเช่นกัน แต่ที่ผ่านมาร้อยละ 40 ของคนไม่สูบบุหรี่สูดควันบุหรี่มากที่สุดก็จากร้านอาหารและเครื่องดื่มนี้เอง

ความหวังในการควบคุมบุหรี่ในญี่ปุ่นโดยเฉพาะในร้านอาหารและเครื่องดื่มยังไม่ถึงกับริบหรี่เสียทีเดียว เพราะตอนนี้กรุงโตเกียวได้ดำเนินการร่างข้อบัญญัติของกรุงโตเกียวขึ้นมาเอง โดยไม่สนใจว่าร้านอาหารและเครื่องดื่มจะมีพื้นที่เท่าใด ตราบใดที่ร้านไหนมีการจ้างพนักงานก็ต้องห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ หากเป็นร้านในครอบครัวกันเองก็ไม่บังคับ แต่สามารถเลือกได้ว่าจะให้สูบหรือไม่ เท่ากับว่าร้านอาหารและเครื่องดื่มร้อยละ 84 ในกรุงโตเกียวจะตกอยู่ภายใต้ข้อบังคับที่ว่านี้ โดยกรุงโตเกียวชี้ว่าเป็นไปเพื่อปกป้องสุขภาพของลูกค้าและพนักงานจากการสูดควันบุหรี่มือสอง ซึ่งข้อบัญญัตินี้จะยกขึ้นเสนอในเดือนมิถุนายนนี้ และถ้าผ่านก็จะบังคับใช้อย่างเต็มตัวในปี 2020
ป้ายหน้าร้านอาหารระบุว่าจะตั้งแต่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไปจะปลอดบุหรี่ทั้งร้าน ภาพจาก https://rocketnews24.com
ส่วนความเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มนั้น แม้จะมีผู้เกรงว่าผลประกอบการจะลดลง แต่ก็มีบางฝ่ายให้ความเห็นที่น่าสนใจว่าน่าจะเป็นการดีในหลายด้าน อย่างเช่น จะมีลูกค้าที่เป็นหญิงและลูกค้าที่มากันเป็นครอบครัวเพิ่มมากขึ้น จะมีลูกค้าที่ไม่สูบบุหรี่แต่อยากดื่มคนเดียวหลังเลิกงานมาเข้าร้านมากขึ้น ผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียวและอยากออกมาหาอะไรรับประทานนอกบ้านบ้าง รวมทั้งหาคนทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้นเพราะปัจจุบันคนหนุ่มสาวที่ไม่สูบบุหรี่เพิ่มขึ้น

แม้จะยังไม่ประกาศใช้ แต่ปัจจุบันร้านอาหารและเครื่องดื่มหลายแห่งก็มีการสนองนโยบายโดยไม่ให้สูบบุหรี่ในร้านแล้ว คาดว่ากระแสการดำเนินนโยบายปลอดบุหรี่น่าจะค่อย ๆ แพร่หลายขึ้นเรื่อย ๆ ฉันว่าเป็นเรื่องน่าสนใจดีนะคะที่ธุรกิจหลายแห่งกล้าลงมือเปลี่ยนแปลงท่ามกลางกระแสที่มีแต่คนกลัวว่ายอดขายจะตก แถมไม่ใช่ว่ารอจนกว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้แล้วค่อยมาเปลี่ยน แต่รู้ว่าอย่างไรก็จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้วก็ค่อย ๆ เริ่มปรับไปทีละส่วน แต่ทั้งนี้ก็อาจมีปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการที่ร้านแบบ family restaurant มียอดขายสูงขึ้นหลังจากหันมาดำเนินนโยบายปลอดบุหรี่ จึงอาจทำให้ธุรกิจอื่น ๆ มีกำลังใจหันมาเอาอย่างกันมากขึ้นก็เป็นได้
ภาพจาก https://style.nikkei.com
โดยส่วนตัวฉันคิดว่าถ้ามีการกำหนดให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มทุกร้านต้องปลอดบุหรี่ก็ไม่น่าจะทำให้เสียลูกค้าเพราะทุกร้านใช้มาตรฐานแบบเดียวกันหมด อย่างไรคนเราก็ต้องการสังสรรค์ ต้องกินต้องดื่ม อย่างไรก็ต้องเข้าร้านไปจนได้นั่นเอง เอาเข้าจริงจำนวนคนไม่สูบบุหรี่ในญี่ปุ่นก็มีมากกว่าคนสูบ เวลาไปตามร้านที่มีที่นั่งแบบสูบบุหรี่ได้กับที่นั่งปลอดบุหรี่ มักพบว่าที่นั่งปลอดบุหรี่มักจะเต็ม เหลือที่ว่างเฉพาะที่นั่งสูบบุหรี่ เวลาเจอแบบนี้คนที่ไม่สูบบุหรี่มักพากันไปหาร้านอื่นมากกว่าจะยอมนั่งที่นั่งในพื้นที่สูบบุหรี่ เพราะฉะนั้นหากร้านไหนปลอดบุหรี่ก็น่าจะมีคนอยากเข้าร้านมากกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในญี่ปุ่นยังอาจมีส่วนทำให้ร้านเหล่านี้ได้ลูกค้าต่างชาติที่ไม่นิยมบุหรี่เพิ่มมากขึ้นไปด้วย

ในขณะที่ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนาต่างก็หันมาควบคุมบุหรี่กันอย่างเอาจริงเอาจังตามแนวทางกรอบอนุสัญญาการควบคุมการบริโภคยาสูบขององค์การอนามัยโลก (FCTC) ไม่ว่าจะเป็นการห้ามสูบบุหรี่ในอาคาร หรือให้สูบเฉพาะในพื้นที่ที่จัดไว้ ห้ามโฆษณาบุหรี่ ห้ามสปอนเซอร์ รวมทั้งมีการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ตามสื่อต่าง ๆ ญี่ปุ่นเรียกได้ว่ายอดแย่เพราะไม่สามารถทำตามแนวทางที่ระบุไว้ได้เลยทั้งที่เป็นหนึ่งในประเทศพัฒนาแล้วและยังเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก กลายเป็นว่าโดนประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศแซงหน้าไปในเรื่องนี้

ภายในสองปีกว่าจะถึงโตเกียวโอลิมปิก ถ้าเราได้เห็นโฉมหน้าใหม่ของญี่ปุ่นที่ปลอดบุหรี่ตามร้านอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้นก็คงจะดี หากไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายไปเสียก่อนนะคะ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีค่ะ.



"ซาระซัง" สาวไทยที่ถูกทักผิดว่าเป็นสาวญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ เรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ชั้นประถม และได้พบรักกับหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย เป็น “สะใภ้ญี่ปุ่น” เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโตเกียวนานกว่า 5 ปี ปัจจุบันติดตามสามีไปทำงาน ณ สหรัฐอเมริกา ติดตามคอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” ที่ MGR Online ทุกวันอาทิตย์.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...