xs
xsm
sm
md
lg

ย้อนรอยมหันตภัยที่ญี่ปุ่นในความทรงจำ (2)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คอลัมน์ "เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น" โดย "ซาระซัง"

สัปดาห์ก่อนฉันได้เล่าประสบการณ์ที่อยู่กรุงโตเกียวในวันที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น รวมถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นใกล้ตัวไปแล้ว สัปดาห์นี้ขอเล่าถึงภาพในวงกว้างที่เกิดขึ้นทั่วญี่ปุ่นให้ฟังบ้างนะคะ

แผ่นดินไหวครั้งนั้นมีความรุนแรงสูงถึง 9 แมกนิจูด ณ บริเวณศูนย์กลางที่เกิดแผ่นดินไหว แม้ในกรุงโตเกียวที่อยู่ห่างจากจังหวัดมิยางิซึ่งอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวราว 300 กิโลเมตรก็ยังได้รับผลกระทบมาก กระทั่งพื้นผิวถนนบางแห่งยังแปรสภาพจากของแข็งเป็นของเหลว ถนนที่ราบเรียบสนิทดีอยู่ ๆ ก็กลายเป็นเสมือนถนนดินโคลน คงเพราะเหตุนี้เองบ้านเรือน อาคาร รวมถึงเสาไฟฟ้าในจังหวัดที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวมากกว่าจึงหลุดจากพื้นลอยออกไปอย่างง่ายดายเมื่อกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากพัดผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว

สิ่งหนึ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของประชาชนมากมายคือนึกว่าถ้าอยู่ห่างจากชายฝั่งจะไม่เป็นไร แต่กลับมีผู้เสียชีวิตในกรณีเช่นนี้เป็นจำนวนไม่น้อย เนื่องจากในความเป็นจริงแล้วแม้จะอยู่ห่างจากชายฝั่งออกไปมาก แต่ถ้าอยู่ใกล้แม่น้ำก็เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งเช่นกัน เพราะความรุนแรงของคลื่นสึนามิเมื่อไหลผ่านเข้าสู่แม่น้ำแล้วจะทำให้แม่น้ำไหลเชี่ยวและล้นทะลักอย่างรวดเร็วรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณโค้งของแม่น้ำซึ่งจะเป็นจุดที่เสียหายหนัก ดังนั้นทางหนีที่ดีที่สุดคือออกไปให้ห่างจากชายฝั่งและแม่น้ำให้มากเท่าที่จะทำได้

นอกจากมหันตภัยแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งนี้แล้ว สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอีกอย่างคือการรั่วไหลของกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุคุชิมะไดอิจิที่จังหวัดฟุคุชิมะ

เมื่อเกิดแผ่นดินไหว เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ซึ่งกำลังทำงานอยู่ก็หยุดการทำงานโดยอัตโนมัติ ปกติแล้วเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉินจะมีระบบไฟฟ้าสำรองที่ช่วยให้ระบบหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ยังทำงานต่อได้ แต่เมื่อคลื่นสึนามิที่สูงกว่ารั้วกั้นไหลทะลักเข้าสู่โรงไฟฟ้าฯ ระบบไฟฟ้าสำรองจึงถูกทำลายเกือบหมด เมื่อขาดกระแสไฟฟ้า ระบบหล่อเย็นของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์จึงไม่สามารถทำงานได้ และเกิดการหลอมละลายของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ตามมาด้วยการเกิดระเบิดไฮโดรเจน ส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสีออกสู่ภายนอก

พอเกิดการหลอมละลายของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์จากการขาดกระแสไฟฟ้าที่ใช้หล่อเย็น ระยะเริ่มแรกโรงไฟฟ้าฯ สูบน้ำจากทะเลมาเป็นตัวหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ แต่ดูเหมือนจะมีความไม่เหมาะสมบางประการ จึงได้เปลี่ยนมาใช้น้ำธรรมดาต่อมาในภายหลัง และในเวลาไล่เลี่ยกันก็พยายามหาทางป้องกันและลดการรั่วไหลของกัมมันตรังสีออกสู่อากาศและนำ้ทะเล

ในเวลานั้นเรียกได้ว่าญี่ปุ่นอยู่ในภาวะความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก ในที่สุดรัฐบาลจึงอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ โดยเริ่มจากรัศมี 2 กิโลเมตรจากโรงไฟฟ้าฯ และขยายพื้นที่ออกไปจนถึงรัศมี 30 กิโลเมตร ประเด็นปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์นี้คือมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่เสียชีวิตในระหว่างการอพยพ อาจเพราะการอพยพผู้สูงอายุในสถานพยาบาลไม่เคยมีมาก่อน หรือไม่ก็ไม่ค่อยมี การอพยพเคลื่อนย้ายผู้ป่วยสูงอายุภายใต้ภาวะคับขันเช่นนี้จึงเป็นไปโดยไม่มีการเตรียมการที่พร้อมและเหมาะสมที่สุด

รัฐบาลหลายประเทศเตือนให้ประชาชนของตนออกจากญี่ปุ่น และให้ผู้แทนทางการทูตกลับประเทศเพื่อความปลอดภัย ในหมู่ชาวต่างชาติที่พากันเร่งออกจากญี่ปุ่นนั้นรวมนักเรียนนักศึกษาต่างชาติอยู่หลายคน ซึ่งต่อมานักเรียนนักศึกษาเหล่านี้ต้องประสบปัญหาไม่สามารถกลับเข้าญี่ปุ่นได้ด้วยวีซ่านักเรียนนักศึกษาเดิม สาเหตุก็เนื่องมาจากบรรดานักเรียนต่างชาติที่ไม่ได้ทำเรื่อง re-entry (ขอกลับเข้าประเทศญี่ปุ่นหลังออกไปชั่วคราว โดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่าใหม่) ไว้ล่วงหน้านั้น หลังจากกลับไปประเทศตนแล้วก็ถือว่าวีซ่าเดิมหมดอายุ หากจะกลับไปเรียนก็ต้องไปทำเรื่องยื่นขอวีซ่านักเรียนใหม่ตั้งแต่ต้น

ในขณะที่มีชาวต่างชาติลี้ภัยออกนอกญี่ปุ่นหรือหนีไปจังหวัดไกล ๆ กันมาก แต่เรื่องที่น่าสังเกตคือคนญี่ปุ่นส่วนมากก็ยังคงไปทำงานตามปกติหลังเกิดเหตุ แม้จะมีโอกาสหนีภัยไปต่างประเทศหรือต่างจังหวัดไกล ๆ ได้ก็ไม่ทำเพราะรู้สึกว่าตัวเองยังมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อการงานที่ยังทำอยู่ แม้จะมีคนญี่ปุ่นบางคนหนีภัยเพราะเห็นว่าหากเกิดอันตรายแก่ชีวิตตนบริษัทก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่ก็ถือเป็นส่วนน้อยมาก

จากบทเรียนของมหันตภัยในครั้งนี้ทำให้ทั่วประเทศเกิดความตื่นตัวในการรับมือกับแผ่นดินไหวในครั้งหน้า โดยเฉพาะที่สำคัญคือแผ่นดินไหวแนวแอ่งนันไกซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีความรุนแรงระดับแมกนิจูด 8 ขึ้นไป กินอาณาบริเวณตามแนวชายฝั่งด้านตะวันออกตั้งแต่จังหวัดชิสึโอกะของภูมิภาคฮอนชูเรื่อยไปจนถึงภูมิภาคคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เมืองใหญ่อย่างกรุงโตเกียว โยโกฮามะ โอซากา นาโงยะ โกเบ ก็คาดว่าจะพลอยได้รับผลกระทบมากตามไปด้วย คาดว่าแผ่นดินไหวนี้มีโอกาสเกิดขึ้นจริง 70-80% ภายในระยะเวลา 30 ปี จึงมีการเร่งศึกษาและเตรียมรับมือกับสถานการณ์ในหลายระดับทั่วประเทศ

ตัวอย่างเช่น มีการขบคิดว่าจะในสถานการณ์คับขันที่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยสูงอายุ ควรจะทำอย่างไรให้ปลอดภัย และมีการสูญเสียน้อยที่สุด? หากอยู่ในพื้นที่ที่โอบล้อมทั้งทะเลและแม่น้ำ จะสามารถไปยังสถานที่หลบภัยทางไหนถึงจะปลอดภัย? หากทราบว่าสึนามิกำลังจะมา ผู้คนจะหนีไปยังที่ที่ปลอดภัยที่สุดได้สำเร็จหรือไม่? หากเกิดแผ่นดินไหวในย่านที่มีผู้คนคับคั่งจะเป็นอย่างไร?

ก็ได้มีการทดลองสร้างระบบที่สามารถแจ้งเตือนทางสมาร์ทโฟนได้ว่าอีกกี่นาทีสึนามิจะมาถึง และจำลองสถานการณ์โดยให้ผู้เข้ารับการอบรมถือสมาร์ทโฟนที่ติดตั้งระบบนี้ไว้และเดินตามเส้นทางสองเส้น เส้นทางแรกเป็นเส้นทางที่ออกห่างจากทะเลโดยตรง ถนนกว้าง เดินง่าย ทำให้คนมักเลือกทางนี้ หากแต่อยู่เลียบแม่น้ำ แม้ตอนแรกระบบจะแจ้งว่าอีก 15 นาทีคลื่นจะมาถึง แต่เมื่อเข้าใกล้แม่น้ำ เวลาก็ลดลงอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่นาทีจนเหลือศูนย์นาที ซึ่งหมายความว่าคลื่นมาถึงตัวแล้ว และเมื่อลองอีกเส้นทางหนึ่งที่ตอนเริ่มออกเดินยังอยู่ในระยะห่างจากทะเลเท่าเดิม แต่ออกห่างจากแม่น้ำ จากนั้นค่อย ๆ เลาะเส้นทางออกห่างทั้งจากทะเลและแม่น้ำไปเรื่อย ๆ กลับกลายเป็นเส้นทางที่น้ำมาถึงตัวช้ากว่าและสามารถหนีไปถึงสถานที่หลบภัยได้ในที่สุด

ในบางจังหวัดยังได้ให้การฝึกซ้อมแก่นักเรียนประถมปีละถึง 9 ครั้งโดยจำลองสถานการณ์ว่าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นแล้ว โดยให้เด็กเป็นคนตัดสินใจเอาเองว่าจะเลือกเส้นทางไหน หรือจะหลบภัยที่ใด ซึ่งเด็กหลายคนพากันไปรวมกลุ่มกันในที่แจ้ง เอากระเป๋าบังศีรษะไว้ และย่อตัวให้ต่ำที่สุด เมื่อมีการประกาศ(จำลอง)ว่าแผ่นดินหยุดไหวแล้วเด็ก ๆ ก็วิ่งกรูกันสุดชีวิตไปยังที่สูง เช่น ขึ้นภูเขา เป็นต้น เด็ก ๆ บอกว่าดีที่มีการฝึกซ้อมเสมือนจริงบ่อย ๆ อย่างนี้เพราะทำให้รู้ชัดว่าหากถึงเวลาจวนตัวจะปกป้องตัวเองอย่างไรให้พ้นภัย

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการทำกราฟฟิกจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงด้วยว่าหากเกิดสึนามิในเมืองคามาคุระ จังหวัดคานางาวะ ซึ่งเป็นย่านที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจะเป็นเช่นไร แม้ภาพที่เห็นจะดูน่าสะพรึงกลัว แต่กระนั้นชาวเมืองคามาคุระโดยเฉพาะตามย่านร้านค้าที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวก็ยังบอกว่า ต่อให้ภาพลักษณ์นั้นจะทำให้มีคนมาเที่ยวน้อยลงก็สมควรที่จะเผยแพร่ และถ้าไม่เห็นเหตุการณ์จำลองเสมือนจริงขนาดนั้นก็คงไม่ได้เกิดความตื่นตัวและคิดที่จะเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้

นอกจากนี้ หน่วยงานรัฐยังให้มีการตรวจสอบอาคารบ้านเรือนหลายแห่งว่ารองรับการเกิดแผ่นดินไหวหรือไม่ หากย่านใดจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะพังทลายได้ง่ายหากเกิดแผ่นดินไหว ก็มีคำสั่งให้ปรับปรุงอาคารเหล่านั้นให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ช่วงหลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554 ไม่นานจึงเห็นมีการปรับปรุงอาคารในบางแห่งอยู่เนือง ๆ

อีกประการหนึ่งคือ เมื่อพบว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุคุชิมะไดอิจิไม่ได้มีการตรวจสอบสภาพตามกำหนด รวมทั้งมีข้อมูลหลายอย่างที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จึงมีการเร่งตรวจสอบความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วประเทศ รวมถึงระงับใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ชั่วคราวตามไปด้วย

และแน่นอนว่าสังคมเกิดกระแสต่อต้านการใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เนื่องจากมีความไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะในเมื่อญี่ปุ่นตั้งอยู่บนส่วนหนึ่งของ “วงแหวนแห่งไฟ” ของโลกหรือเรียกได้ว่าตั้งอยู่บนภูมิศาสตร์ที่เต็มไปด้วยจุดที่สามารถเกิดแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดได้ง่าย จึงมีความพยายามศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะหันมาใช้พลังงานทดแทนเป็นทางเลือกใหม่ แต่ก็มีปัญหาเรื่องต้นทุนสูง ความแพร่หลาย รวมทั้งกระแสไฟฟ้าที่ไม่เท่ากันของฝั่งตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่นซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงหากจะปรับให้เท่ากันทั่วประเทศ และอื่น ๆ อีกมาก

หากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขึ้นจริง คาดว่านอกจากญี่ปุ่นจะล้มนานจากการฟื้นฟูสภาพบ้านเมือง เศรษฐกิจ และสภาพจิตใจของผู้คนแล้ว หากไม่สามารถผลิตพลังงานมาใช้ได้เองและต้องพึ่งพาพลังงานนำเข้าก็คงจะยิ่งเผชิญกับวิกฤติอันหนักหน่วงซ้ำเติมปัญหาเดิมที่มีอยู่แล้วเช่น ปัญหาการขาดแคลนแรงงานจากประชากรเกิดใหม่ที่ลดลง และงบประมาณสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่เพียงพอ เป็นต้น

เนื่องจากญี่ปุ่นมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกและมีฐานการผลิตทั่วโลก ภัยพิบัติที่เกิดในญี่ปุ่นจึงไม่ใช่เรื่องภายในแดนอาทิตย์อุทัย ความเสียหายไม่ใช่เพียงแค่ซากปรักหักพังและผู้เสียชีวิต แต่จะส่งผลกระทบเป็นโดมิโนอย่างรุนแรงไปทั่วโลก.


"ซาระซัง" สาวไทยที่ถูกทักผิดว่าเป็นสาวญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ เรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ชั้นประถม และได้พบรักกับหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย เป็น “สะใภ้ญี่ปุ่น” เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโตเกียวนานกว่า 5 ปี ปัจจุบันติดตามสามีไปทำงาน ณ สหรัฐอเมริกา ติดตามคอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” ที่ MGR Online ทุกวันอาทิตย์.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...