xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อคนญี่ปุ่นรู้สึกอยากเป็นคนไทย !??

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

สวัสดีครับผม Mr. Leon มาแล้วครับ คราวที่แล้วผมพูดเกี่ยวกับเมืองจีน เรื่องหนี่ห่าวโทอิเร คือห้องส้วมแบบโอเพ่นแอร์แต่ปัจจุบันคงไม่ค่อยมีห้องน้ำห้องส้วมลักษณะที่ว่ามาแล้วเพราะเมืองจีนมีศักยภาพและพัฒนาไปมาก หลายเมืองมีความเจริญก้าวหน้าอย่างมาก ผมทึ่งในการพัฒนาของเมืองจีนมากๆ อย่างที่บอกไปว่าช่วงเรียนมหาวิทยาลัยเคยมีโอกาสได้ไปเที่ยวหลายๆ ที่ในเมืองจีน หนึ่งในนั้นคือ เมืองเซี๊ยะเหมิน เซี๊ยะเหมินเมื่อก่อนกับเดี๋ยวนี้ยังต่างกันมากเพราะล่าสุดเมื่อสองสามเดือนก่อนที่ผมไปเที่ยวที่เมืองเซี๊ยะเหมินอีกครั้ง ตกใจมากเพราะเจริญไปมาก มีตึกสูงมากมาย และยังก่อสร้างอีกมากมาย สถานที่ต่างๆ ก็สะอาดสะอ้าน ที่จริงไทยกับจีนนี่ก็คล้ายๆ กันหลายเรื่องนะครับ มีเพื่อนผมหลายคนที่มีบรรพบุรุษมาจากเมืองจีน เมืองเซี๊ยะเหมินที่ไปก็มีคนที่แทบจะมองไม่ออกเลยว่าคนไทยหรือจีน

ตอนที่ออกจากสนามบิน ก็ต่อรถบัสท้องถิ่นเข้าเมือง ตอนไปถามทางไปซื้อตั๋ว ก็มีลุงคนจีนช่วยเหลือเป็นอย่างดี โดยใช้ภาษาจีนสื่อสาร ที่เมืองจีนแผ่นดินใหญ่ใครๆ ก็พอนึกภาพออกใช่ไหมครับว่ามีพื้นที่กว้างขวางมาก มีประชากรมากและหลากหลายเผ่าพันธุ์ อาจจะพูดภาษาจีนเหมือนกันแต่คนละสำเนียงโดยที่คนอาจจะไม่เข้าใจภาษาจีนที่อีกคนพูดก็เป็นไปได้ ผมคิดว่าลุงที่ช่วยบอกทางไปซื้อตั๋วรถบัสก็คงคิดว่าผมเป็นคนจีนที่มาจากเมืองใดเมืองหนึ่งในแผ่นดินใหญ่เป็นแน่ เพราะแกถามว่า มาจากเมืองไหน แต่พอบอกว่าเป็นคนญี่ปุ่น เท่านั้นเองลุงหุบเลย ผมเริ่มหวั่นๆ ใจล่ะเพราะเมื่อก่อนที่ผมเคยมาเที่ยวคนจีนยังต้อนรับคนญี่ปุ่นมากกว่านี้มากๆ แต่ปัจจุบันที่เปลี่ยนไปคือ เขามองคนญี่ปุ่นด้านลบไปแล้วใช่ไหม

ที่คิดแบบนี้เพราะมีสื่อกระตุ้นด้วยหรือเปล่าเพราะได้เปิดดูทีวีท้องถิ่นที่โรงแรมที่พักก็เจอละครทีวีที่เกี่ยวกับศึกสงคราม โดยนำเสนอให้คนดูเห็นว่า ทหารญี่ปุ่นผิด แย่ นิสัยไม่ดี ให้ร่วมกันต่อต้าน ในละครทีวีสร้างให้เห็นว่าทหารญี่ปุ่นมารุกราน แต่ด้วยความที่คนท้องถิ่นร่วมมือร่วมใจกันก็จะสามารถชนะได้ คือพอผมดูละครแล้วนี่ไม่กล้าเดินออกไปไหนเลย ถึงว่าสิไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวคนญี่ปุ่นเลย แต่ถ้าคนญี่ปุ่นที่ต้องทำงานที่นี่น่าจะลำบากใจอยู่นิดหน่อยนะเนี่ย

พอเริ่มเอะใจว่าคนที่นี่รู้สึกอย่างไรกับคนญี่ปุ่น ที่นี้พอใครถามว่ามาจากไหนเลยบอกว่า มาจากเมืองไทยเลยครับ!! เพราะผมอยู่เมืองไทยอยู่แล้วก็ไม่ได้โกหกอะไร พอเค้ารู้ว่าผมมาจากเมืองไทยนี่ยิ้มต้อนรับอย่างดี ขนาดคนขับรถเมล์ที่ผมถามเค้าว่าสถานที่ที่ผมจะไปต้องลงตรงไหน พี่ก็บริการดีมาก ผมลงผิดไปหนึ่งสถานีก่อนถึงที่หมาย คนขับถึงกลับลงมาตาม มาบอกเลยว่า ยังไม่ถึง ขึ้นมาก่อน โหใจดีมาก รู้สึกอยากเกิดเมืองไทยเลย นี่ถ้าบอกว่าเป็นญี่ปุ่นมีหวังโดนไล่ลงกลางทางแน่

มีอีกเรื่องที่ยืนยันว่าคนที่นี่ท่าทางไม่ชอบคนญี่ปุ่นเอามากๆ คือ ที่ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง ร้านค่อนข้างเป็นที่นิยมและโต๊ะเต็มมาก ผมและภรรยาถูกจัดให้ไปนั่งโต๊ะเดียวกับสาวจีนอีก 2 คน นั่งไปพวกเธอก็มองผมและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ช่วยหยิบช้อนหยิบตะเกียบ หยิบซอสมาให้ บอกว่าอาหารอันนี้อันนั้นอร่อย คือผมพอพูดภาษาจีนได้เลยสื่อสารกันรู้เรื่อง สักพักเธอถามว่าผมเป็นคนประเทศอะไร ผมก็สองจิตสองใจจะบอกไทยหรือญี่ปุ่นดีล่ะหวา แต่ก็บอกไปตรงๆ ว่าญี่ปุ่น!! เท่านั้นล่ะ หน้าจากอมยิ้มเป็นยิ้มฝืดเลยทีเดียว และพวกเธอก็เฉยชาเลย รีบทานและเช็คบิลออกไปอย่างไว ไม่รู้ว่านอกจากทีวีแล้วมีสื่อหรืออะไรอื่นอีกไหมมีทำให้พวกเขาดูรังเกียจคนญี่ปุ่นแบบนี้ ผมเริ่มกลัวแล้ว (#^.^#)

จุดหมายอีกที่ที่ผมไปเที่ยวเซียะเหมินครั้งนี้คือ ไปเกาะ จินเหมินครับเป็นเกาะเล็กๆ ของไต้หวัน ที่อยู่ใกล้ๆ กับเซียะเหมินครับ ไหนๆ ก็ พูดเรื่องจีนแล้วขออีกหน่อยครับ

เกาะจินเหมิน 金門 Jīnmén มีความหมายว่า ประตูทองคำ ครับตามศัพท์คันจิ เป็นหมู่เกาะเล็กๆ อยู่ภายใต้การปกครองของไต้หวัน ห่างจากเซียะเหมินของจีนเพียง 6 กิโลเมตร เกาะจินเหมินเป็นเสมือนเมืองหน้าด่าน ที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่เดินทางเพื่อไปท่องเที่ยวไต้หวันครับ และเป็นเมืองที่เชื่อมวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์และความสำพันธ์ระหว่างจีนกับไต้หวันด้วย จึงมีอะไรๆ ที่น่าสนใจมากมาย

เมื่อก่อนที่นี่ก็เคยถูกปกครองโดยจีน ประชากรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ดั้งเดิมบนเกาะจินเหมินเป็นชาวฮกเกี้ยน ใช้ภาษาฮกเกี้ยน แต่เมื่อแยกตัวออกมาจากการปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่จึงเรียกภาษาที่ใช้เสียใหม่ว่า ภาษาจินเหมิน เพื่อให้เกิดความแตกต่างกับภาษาไต้หวัน แต่ก็สามารถใช้สื่อสารด้วยกันเข้าใจกันได้อย่างดี จะพูดไปเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ไต้หวันเคยถูกญี่ปุ่นยึดครองช่วงหนึ่งทำให้รับวัฒนธรรมญี่ปุ่นมามากพอสมควร ดังนั้นไต้หวัน หรือเกาะนี้ด้วยก็คือเมืองที่มีคนพูดภาษาจีน แต่มีระเบียบวินัย วัฒนธรรม และสังคมเหมือนญี่ปุ่น มีสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างแบบญี่ปุ่นหลงเหลืออยู่ด้วย

ที่นี่จะมีรูปปั้นเสือเยอะมาก เพราะว่าชาวจินเหมินมีความเชื่อเกี่ยวกับเทพเสือ และจะประดับตกแต่งรูปปั้นเสื้อไว้ตามบ้าน เพราะเชื่อว่าเทพเจ้าจะช่วยคุ้มครอง ช่วยดลบันดาลให้สมหวังและปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัย นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าเทพเจ้าเสือนี้จะช่วยดูแลผืนน้ำ ป้องกันภัยจากลมพายุ ที่เกาะนี้จะใช้สีสันและงานศิลปกรรมที่ค่อนข้างฉูดฉาดลวดลายสดใสสวยงามมากครับ แถมมีความงามเป็นธรรมชาติและสะอาดสะอ้าน เงียบสงบ และบรรยากาศดีมากๆ ส่วนสินค้าท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงคือข้าวฟ่าง เหล้าข้าวฟ่าง ขนมถั่ว และมีดที่ทำมาจากแผ่นเหล็กหุ้มระเบิด และลูกปืนใหญ่ในสงคราม 823 ในปี ค. ศ. 1958 ครับเพราะสมัยก่อนเกาะจินเหมินก็ถือว่าเป็นเมืองหน้าด่านของสงครามต่างๆ มากมายอาทิ สงครามโจรสลัดญี่ปุ่น และเคยเป็นสนามรบระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์และพรรคก๊กมินตั๋งด้วย จึงถือว่าเกาะนี้มีประวัติศาสตร์เกี่ยวเนื่องทั้งกับจีน ไต้หวันและญี่ปุ่น ด้วยน่าสนใจมากแต่ต้องระวังเรื่องวีซ่าจีนด้วยนะครับเพราะส่วนใหญ่คนไทยอาจจะขอแบบเข้าออกครั้งเดียว Single Visa แต่ถ้านั่งเรือไปเกาะจินเหมินซึ่งก็คือประเทศไต้หวัน ขากลับเข้าเมืองจีนอีกครั้งนี่เข้าไม่ได้นะครับยกเว้นมีวีซ่าจีนแบบมัลติเพิล Multiple Visa คือเข้าออกได้หลายครั้ง

เล่าเรื่องเมืองจีนไปเยอะ เพราะที่จริงผมชอบเป็นการส่วนตัวครับ แต่วันนี้คิดว่าจะพูดเรื่องห้องส้วมต่ออีกนิดแต่เป็นแบบญี่ปุ่นครับ

ส้วมที่ญี่ปุ่นใช้คำว่า トイレ โทะอิเระ ย่อมาจากคำว่า "toilet" ในภาษาอังกฤษ และ お手洗いโอะเตะอะระอิ แปลว่าการล้างมือ แต่ก็หมายถึงไปห้องน้ำห้องส้วมเช่นกัน

ใครเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นคงเคยเห็นว่าจะมีห้องส้วมอยู่ 2 แบบ คือแบบเก่าแก่โบราณเป็นส้วมแบบนั่งยอง และส้วมชักโครกและโถฉี่แบบตะวันตก ซึ่งมีเทคโนโลยีแบบมีบิเดต์ หรือ วอชเลต มีความสามารถหลายอย่าง เช่น พัดลมเป่า การอุ่นที่นั่ง การนวดด้วยกระแสน้ำ การปรับสายน้ำ ฝาที่นั่งซึ่งเปิดโดยอัตโนมัติ การชักโครกอัตโนมัติ และปุ่มควบคุมแบบไร้สาย การฉีดน้ำล้างก้น การล้างแบบบิเดต์ กำจัดกลิ่น เป็นต้น มีการติดตั้งถึงร้อยละ 69 ของครัวเรือนญี่ปุ่นในญี่ปุ่น

ส้วมแบบสมัยใหม่ในญี่ปุ่น หรือที่เรียกกันว่าวอชเลต Washlet ウォシュレット (ส้วมแบบที่มีบิเดต์) เป็นหนึ่งในส้วมที่ก้าวหน้ามากๆ มีความสามารถที่น่าทึ่งต่าง ๆ มากมายอย่างที่ยกตัวอย่างไปข้างต้น แนวความคิดของส้วมแบบที่มีบิเดต์ในญี่ปุ่นเริ่มขึ้นในทศวรรษที่ 2520 ครับโดยบริษัทโตโต้จากนั้นเป็นต้นมาชื่อวอชเลตก็ถูกใช้เรียกแทนส้วมไฮเทคในญี่ปุ่นมาตลอด นอกจากนั้นผู้ใช้ยังสามารถปรับความแรงและอุณหภูมิของน้ำได้ตามความพึงพอใจอีกด้วย
ใครไปญี่ปุ่นจะเห็นส้วมทั้งสองแบบนี้ทั่วไปตามห้องน้ำสาธารณะครับ บางครั้งเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ก็ระวังฉีดผิดกันนิดหนึ่งครับ แล้วบางครั้งปุ่มกดไม่มีภาษาอื่นนอกจากภาษาญี่ปุ่นอาจจะทำให้สับสนบ้างเวลาใช้งาน มีเพื่อนคนไทยผมเล่าว่าเคยไปเข้าห้องส้วมที่ญี่ปุ่นแล้วไม่รู้จะกดปุ่มไหนก็กดมั่วครับแต่ดันไปกดเอาปุ่มช่วยเหลือคนในห้องน้ำ ก็เลยมีเจ้าหน้าที่มาเคาะเรียกกันใหญ่เลยคือออกมาแบบเขินมาก ส่วนกระดาษทิชชู่ถ้าใช้เช็ดเสร็จแล้วก็ทิ้งลงชักโครกได้เลยเพราะเป็นทิชชู่ที่ใช้กับห้องส้วมโดยเฉพาะทิชชู่ที่โดนน้ำแล้วจะเปื่อยย่อยได้ทันทีครับ

วันนี้พูดเรื่องเที่ยวเมืองจีนซะเยอะ ที่จริงแล้วสมัยก่อนคนญี่ปุ่นอาจจะผิดและไม่ดีจริงๆ ก็ได้ที่ทำให้เกิดสงครามแต่คนรุ่นผมเกิดมาก็ไม่มีส่วนรู้เห็นอะไรสมัยนั้นแล้วทั้งยังถูกสั่งสอนมาว่าให้รักสันติและเป็นมิตรกับคนทั่วไป ผมก็อยากให้ทุกที่รักกันและอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ เพราะสงครามไม่เคยมีผลดีอันใดเลย ถ้าทุกที่เป็นมิตรกันก็คงจะดีนะครับ เพราะสมัยนี้โลกต้องก้าวไปข้างหน้า อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป เห็นได้ชัดอีกเรื่องหนึ่งเลยก็คือเรื่องห้องส้วม จากสมัยก่อนที่ใช้กันแบบไม่ค่อยถูกสุขลักษณะนักทั้งที่เมืองจีนและญี่ปุ่นเอง แต่สมัยนี้ก้าวหน้าไปถึงขั้นต้องนั่งงงว่าจะสั่งการให้มันทำอะไรให้ ไม่รู้อีก 20 ปีข้างหน้าจะพัฒนาเปลี่ยนไปแบบไหนอีกนะครับเนี่ย รอดูกันต่อไป วันนี้สวัสดีครับ
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...