xs
xsm
sm
md
lg

ผู้แทนพิเศษสหประชาชาติยันพม่ายังไม่ปลอดภัยสำหรับโรฮิงญาที่จะเดินทางกลับ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอพี - ผู้สอบสวนอิสระว่าด้วยพม่าของสหประชาชาติ ระบุว่า พม่ายังไม่ปลอดภัยสำหรับชาวมุสลิมโรฮิงญาหลายแสนคนซึ่งหลบหนีความรุนแรงมาอาศัยในบังกลาเทศจะเดินทางกลับ เพราะพม่าล้มเหลวที่จะแก้ไข “ระบบการกดขี่ข่มเหง” ต่อชาวโรฮิงญา

รายงานของยางฮี ลี ที่ยื่นต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่ ระบุว่า สภาพความเป็นอยู่ของชาวโรฮิงญาที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ตอนเหนือของรัฐยะไข่นั้นยังมีสภาพเลวร้ายมาก

ยางฮี ลี ระบุว่า ชาวโรฮิงญาไม่สามารถออกจากหมู่บ้านและหาเลี้ยงชีพได้ ทำให้พวกเขาต้องพึ่งพาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ที่ถูกลดการเข้าถึงอย่างมากจนทำให้วิถีทางเอาตัวรอดพื้นฐานของพวกเขาได้รับผลกระทบ

“ขณะที่สถานการณ์นี้ยังคงดำเนินอยู่ ทำให้ไม่ปลอดภัยหรือยั่งยืนสำหรับผู้ลี้ภัยที่จะเดินทางกลับ” ผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติ กล่าว

ลี ยังแสดงความวิตกกังวลว่า การสำรวจครัวเรือนในหมู่บ้านชาวโรฮิงญาเป็นความพยายามที่จะลบชาวโรฮิงญาออกจากบันทึกของทางการ และทำให้การกลับประเทศของพวกเขาเป็นไปได้น้อยลง นอกจากนั้น ข้อกำหนดของรัฐบาลที่ระบุว่าผู้ลี้ภัยคนใดก็ตามที่เดินทางกลับประเทศต้องลงทะเบียนออกบัตรยืนยันการพิสูจน์สัญชาติ (NVCs) ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาความเป็นพลเมืองของชาวโรฮิงญา

ชาวมุสลิมโรฮิงญาเรียกร้องให้ทางการพม่ามอบสิทธิความเป็นพลเมืองให้แก่พวกเขา รับรองความปลอดภัยและที่ดินและบ้านที่พวกเขาจากมา แต่ทางการพม่าปฏิเสธที่จะยอมรับว่าโรฮิงญาเป็นพลเมือง หรือแม้กระทั่งเป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ของประเทศ

ชาวโรฮิงญามากกว่า 700,000 คน หลบหนีข้ามแดนไปยังฝั่งบังกลาเทศหลังทหารพม่าเริ่มดำเนินการปราบปรามกับพวกเขาในเดือน ส.ค.2560 เพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มติดอาวุธ การปราบปรามที่ถูกเรียกว่าการกวาดล้างชาติพันธุ์ ที่ยังรวมถึงการรุมโทรมข่มขืน การสังหาร และการเผาบ้านเรือนชาวโรฮิงญา

ลี กล่าวว่า มีผู้ลี้ภัยโรฮิงญาเกือบ 913,000 คน อาศัยอยู่ในเมืองคอกซ์บาซาร์ ของบังกลาเทศใกล้ชายแดนพม่า รวมทั้งอีกหลายพันคนที่หลบหนีความรุนแรงก่อนหน้าเมื่อปี 2560 และราว 1,100 คน ที่เดินทางมาถึงระหว่างเดือน ม.ค.-ก.ค.

ผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติ กล่าวว่า เธอยังคงได้รับรายงานการทำร้าย การสังหาร และการเผาบ้านเรือนและยุ้งฉาง

รัฐบาลและทหารพม่ายังคงปฏิเสธว่ากระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน พวกเขากล่าวว่าปฏิบัติการของทหารในรัฐยะไข่เป็นการตอบโต้การโจมตีของผู้ก่อความไม่สงบโรฮิงญา

ลี กล่าวว่า ความขัดแย้งของรัฐบาลกับกองทัพอาระกัน ยังคงส่งผลกระทบต่อชาวโรฮิงญาที่ยังเหลืออยู่ในตอนเหนือของรัฐยะไข่

สหประชาชาติ กล่าวว่า โรฮิงญา 128,000 คน มีชีวิตอยู่อย่างอ่อนล้าตามค่ายพักต่างๆ ในพื้นที่ตอนเหนือของรัฐยะไข่ ที่รัฐบาลระบุว่า วางแผนที่จะปิดค่าย ซึ่งลีกล่าวว่าเธอกังวลว่าครอบครัวที่อาศัยอยู่ตามค่ายเหล่านั้นที่นั่น จะไม่สามารถลงทะเบียนกับรัฐบาลและไม่ได้รับอาหาร

เธอกล่าวว่า รัฐบาลกำลังก่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้พลัดถิ่นภายในประเทศโดยไม่ได้ยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของโรฮิงญา ซึ่งหมายคามว่าโรฮิงญาจะยังถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเช่นเดิม

ขณะที่รัฐบาลได้ระบุว่าสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามคำแนะนำของคณะกรรมการที่ปรึกษาว่าด้วยรัฐยะไข่ ภายใต้การนำของนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติผู้ล่วงลับ แต่ลีกล่าวว่าข้อแนะนำเหล่านั้นเรียกร้องให้ชาวโรฮิงญาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเสรี แต่แผนการปิดค่ายของทางการพม่ากลับดูเหมือนจะไม่ปรับปรุงความเป็นอยู่ของชาวโรฮิงญา

ลี ยังเรียกร้องให้ชาติสมาชิกของสหประชาชาติกำหนดมาตรการคว่ำบาตรกับบริษัทที่ทหารพม่าเป็นเจ้าของ และกำหนดมาตรการคว่ำบาตรกับผู้บัญชาการทหารระดับสูง 6 นาย และสมาชิกครอบครัวของพวกเขาตามที่คณะภารกิจค้นหาข้อเท็จจริงว่าด้วยพม่าระบุชื่อไว้ว่าเป็นผู้รับผิดชอบมากที่สุดต่อการละเมิดอย่างร้ายแรงที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี 2554

ส่วนประเด็นปัญหาอื่นๆ นั้น ผู้แทนพิเศษได้ยกคำถามเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าในรัฐชินและรัฐยะไข่ และผลกระทบของเขื่อนต่อหมู่บ้านของชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ ซึ่งเธอระบุว่า คณะกรรมการอิสระกล่าวว่ารัฐบาลกำลังพยายามอย่างหนักที่จะปรับเปลี่ยนภูมิประเทศของพื้นที่ตอนเหนือของรัฐยะไข่ในนามของการพัฒนา

ลียังวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อการระงับบริการอินเทอร์เน็ตมือถือในวันที่ 21 มิ.ย. ในพื้นที่ของรัฐยะไข่และรัฐชิน ที่ส่งผลต่อประชาชนมากกว่าล้านคน โดยกล่าวว่ารัฐบาลล้มเหลวที่จะพิสูจน์ว่าการระงับบริการที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งจำเป็น

เธอกล่าวว่า การระงับบริการอินเทอร์เน็ตในบริบทของความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและกองทัพอาระกัน กำลังส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชากรจำนวนมหาศาลในด้านอาหาร ความปลอดภัย สุขภาพ การศึกษา ที่พักพิง และการดำรงชีวิต และมีแนวโน้มที่จะเปรียบได้กับการลงโทษแบบเหมารวมในการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ.
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...