xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ผลิตเวียดนามเตรียมพร้อมรับมือความท้าทายใหม่จากข้อตกลงการค้าเสรียุโรป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รอยเตอร์ - สำหรับเจิ่น ญือ ตุ๋ง รองประธานบริษัท Thanh Cong Textile Garment Investment Trading (TCM) ในนครโฮจิมินห์ ความตกลงการค้าเสรีฉบับใหม่ที่เวียดนามลงนามกับสหภาพยุโรป เป็นทั้งโอกาสที่ยิ่งใหญ่และเรื่องน่าปวดหัวในเวลาเดียวกัน

บริษัท TCM กำลังวางแผนที่จะขยายกิจการ ด้วยคาดการณ์ว่าจะได้รับคำสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมากที่เป็นผลจากความตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-เวียดนาม (EVFTA)

“ข้อตกลง EVFTA เป็นตัวเปลี่ยนเกมที่จะปูทางสำหรับเครื่องนุ่งห่มของเวียดนามเข้าครองตลาดยุโรป” เจิ่น ญือ ตุ๋ง กล่าว ท่ามกลางจักรเย็บผ้าหลายพันเครื่องที่ตั้งอยู่ในโรงงานชานนครโฮจิมินห์

นักวิเคราะห์กล่าวว่า เครื่องนุ่งห่มที่มีมูลค่าประมาณ 10% ของการส่งออกของเวียดนาม และปัจจุบันอยู่ภายใต้อัตราภาษีศุลกากรของสหภาพยุโรปประมาณ 9% มีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากความตกลงการค้าเสรีที่บรรลุกันเมื่อเดือนที่ผ่านมา

สหภาพยุโรปเป็นตลาดเครื่องนุ่งห่มที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของเวียดนาม รองจากสหรัฐฯ มีสัดส่วนที่ 15% ของการส่งออกเครื่องนุ่งห่มทั้งหมดของประเทศในปี 2561 ตามข้อมูลของกรมศุลกากร

เจิ่น ญือ ตุ๋ง คาดหวังว่า โรงงานของเขาที่ผลิตเครื่องแบบบริษัทและชุดกีฬา จะได้คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 15% เมื่อความตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-เวียดนาม ได้รับการรับรองจากรัฐสภายุโรปในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งจะปรับลดอัตราภาษีศุลกากรเกือบครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์เครื่องนุ่งห่มทั้งหมดให้กลายเป็นศูนย์

จากความตกลงการค้าเสรีมากกว่า 12 ฉบับ ทำให้เวียดนามกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของโลก

เมื่อเดือน ธ.ค.2561 นายกรัฐมนตรีเหวียน ซวน ฟุ้ก กล่าวในที่ประชุมธุรกิจฮานอยว่า เวียดนามกลายเป็นหนึ่งในโรงงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตที่มีกำลังถูกทดสอบจากความต้องการที่ขยายตัว ทั้งจากความตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-เวียดนาม และความเปลี่ยนแปลงของการค้าโลกที่เป็นผลจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่ทำให้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของการผลิตที่ย้ายออกจากจีนมายังเวียดนามและประเทศใกล้เคียงต่างๆ

การขาดแคลนพนักงานเริ่มปรากฏให้เห็นในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของประเทศ ที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่มุ่งเน้นที่กระบวนการตัดเย็บที่ใช้แรงงานคนเป็นหลัก ที่ทำให้เวียดนามกลายเป็นปลายทางยอดนิยมสำหรับบริษัทแฟชั่นต่างชาติ

ค่าแรงต่ำและชั่วโมงการทำงานยาวนาน เป็นปัจจัยที่ทำให้การตอบสนองความต้องการแรงงานที่เพิ่มขึ้นของโรงงานใหม่เป็นเรื่องยาก โดยความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น 7% ตั้งแต่ปี 2561 ตามการระบุของบริษัทหางาน Navigos Search ที่มีสำนักงานในนครโฮจิมินห์

“อุตสาหกรรมนี้มักขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานระดับสูงที่มีทักษะเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน” เจ้าหน้าที่จาก Navigos Search ระบุ


สำหรับบริษัท TCM ที่พร้อมจะเปิดโรงงานย้อมผ้าแห่งใหม่เพื่อผลิตสินค้าให้ทันต่ิคำสั่งซื้อ นั่นหมายถึงการเริ่มงานที่ยากลำบากในการค้นหาวิศวกรเคมีที่สามารถดูแลการดำเนินการของบริษัท

“การหาคนควบคุมเครื่องย้อมหรือเครื่องทอผ้าเป็นเรื่องง่าย พวกเขาเป็นแรงงาน และเราสามารถฝึกพวกเขาได้ แต่การหาวิศวกรเคมีที่มีประสบการณ์ความรู้โดยละเอียดเกี่ยวกับเคมีและการย้อมนั้นเป็นเรื่องยาก” ตุ๋ง กล่าว

ความตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-เวียดนาม ยังนำมาซึ่งอีกหนึ่งความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของเวียดนาม คือ กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับประเทศต้นทางของวัตถุดิบ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพสินค้าสองหน

สำหรับผู้ผลิตเช่น ตุ๋ง นั่นหมายความว่าทั้งสิ่งทอและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปควรเป็นของเวียดนามหรือมาจากประเทศที่สหภาพยุโรปบรรลุความตกลงการค้าเสรีด้วยแล้วเพื่อปลอดภาษี

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นเพราะการวิ่งเต้นอย่างหนักจากผู้ผลิตยุโรปที่กำลังต่อสู้กับการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากจีน

ในปี 2556 ผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มยุโรปแสดงความวิตกว่าความตกลงการค้าเสรีกับฮานอยอาจทำให้สิ่งทอราคาถูกของจีนเข้ามาในตลาดยุโรปหลังถูกเปลี่ยนสภาพให้เป็นเครื่องนุ่งห่มในเวียดนาม และเข้าตลาดสหภาพยุโรปอย่างปลอดภาษี

นอกจากนั้น ผู้ผลิตสิ่งทออิตาลีและสมาพันธ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มยุโรป ยังต่อสู้เพื่อชะลอการยกเลิกภาษีในช่วงระยะเวลาหนึ่งหลังลงนามข้อตกลงเพื่อป้องกันการหลั่งไหลทะลักอย่างฉับพลันของสินค้าเวียดนามเข้ามาในตลาดยุโรป

ปัจจุบัน เกือบ 70% ของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเครื่องนุ่งห่มเวียดนาม มีแหล่งต้นทางมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีน ตามข้อมูลของทางการ ซึ่งผู้ผลิตเสื้อผ้าในเวียดนาม กล่าวว่า มีเพียงไม่กี่รายที่สามารถรับมือกับค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิตวัตถุดิบที่มีราคาสูงได้

“เราไม่มีความตั้งใจที่จะลงทุนย้อมผ้า มันต้องใช้เงินทุนสูงและต้องการแรงงานที่มีทักษะสูงในการดำเนินการ” เจ้าของโรงงานขนาดเล็กในนครโฮจิมินห์ที่มีพนักงานราว 800 คน กล่าวกับรอยเตอร์

“การนำเข้ามีต้นทุนถูกกว่า ง่ายกว่า และรวดเร็วกว่า สำหรับบริษัทเล็กๆ เช่นเรา” เจ้าของโรงงานที่ปฏิเสธจะระบุชื่อ กล่าว

โรงงานที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมห่างจากใจกลางนครโฮจิมินห์ราว 20 กิโลเมตร ผลิตเครื่องนุ่งห่มสำหรับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ และกล่าวว่า เยอรมนีเป็นตลาดส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโรงงาน

“ปัญหาเรื่องต้นกำเนิดมีความสำคัญสำหรับเรา เรากำลังพิจารณาที่จะนำเข้าวัตถุดิบจากเกาหลีใต้ ที่บรรลุความสัมพันธ์การค้าเสรีกับสหภาพยุโรปแล้ว ทดแทนการนำเข้าจากจีน ต้นทุนที่สูงขึ้นหมายความว่ากำไรจะลดลงสำหรับเรา แต่มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่เราคิดออกตอนนี้” เจ้าของโรงงาน กล่าว.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...