xs
xsm
sm
md
lg

เขมรยังปิดปากเงียบสนิทข่าว "ยิ่งลักษณ์" หลังสื่อฮ่องกงปูดพาสปอร์ตฉาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สำนักข่าวภาษาเขมรเฟร็ชนิวส์ออนไลน์ ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลมากที่สุด เลือกนำเสนอเพียงประเด็น ยิ่งลักษณ์ ถูกแต่งตั้งเป็นประธานท่าเรือใหญ่เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง แต่ไม่แตะต้องประเด็น อดีต นรม.ของไทย ถือพาสปอร์ตกัมพูชา และ ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆจากซีกรัฐบาลตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา.

MGR ออนไลน์ -- ทางการกัมพูชายังคงปิดปากเงียบตลอดเวลาเกือบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่แสดงท่าทีใดๆ ต่อรายงานของหนังสือพิมพ์เซ้าธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ในฮ่องกง ที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยถือพาสปอร์ตของกัมพูชา และ อาจจะใช้เป็นเอกสารในการหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่สำนักข่าวของทางการ รวมทั้งหน่วยงานโฆษกรัฐบาลต่างก็ไม่รายงาน หรือ ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจจากสาธารณชนนี้

ไม่เพียงเท่านั้น สื่อกระแสหลักต่างๆ สำนักข่าวกับเว็บไซต์ข่าวแห่งต่างๆ ในกัมพูชา รวมทั้งสำนักข่าวออนไลน์ยอดนิยมภาษาเขมรอีก 2 แห่ง ก็ไม่ได้เสนอข่าวของหนังสือพิมพ์เซ้าธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ (South China Morning Post) -- สำนักตอบโต้เร็วประจำทำเนียบรัฐบาล ซึ่งโดยปรกติจะออกแถลงอย่างรวดเร็ว ในประเด็นระหว่างประเทศที่พาดพิงถึงกัมพูชา กลับไม่แสดงท่าทีใดๆ เกี่ยวกับข่าวหนังสือเดินทางของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สำนักข่าวกัมพูชาภายใต้กระทรวงแถลงข่าวและวัฒนธรรม ที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลก็ไม่ได้นำเสนอเรื่องนี้

นับเป็นเรื่องที่น่าผิดสังเกต แม้แต่หนังสือพิมพ์พนมเป็ญโพสต์ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายในหมู่ชาวต่างชาติในกัมพูชา ก็ไม่นำเสนอข่าวใดๆ เกี่ยวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามที่ SCMP รายงาน -- หรือ อย่างน้อยที่สุดสื่อฉบับภาษาอังกฤษของกัมพูชาก็ไม่ได้นำข่าวนี้ขึ้นแสดงในเว็บไซต์กับเฟซบุ๊ก ตลอดเวลาเกือบ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในหมวดข่าวในประเทศ ข่าวธุรกิจ แม้กระทั่งหมวดข่าวต่างประเทศ

สื่อกระแสหลักอื่นๆ ในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์รายวันฉบับยอดนิยมต่างๆ ทั้งรัศมีกัมพูชา และ เกาะสันติภาพ -- ไม่นำเสนอใดๆ เกี่ยวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับหนังสือเดินทางกัมพูชา -- โดยไม่ต้องพูดถึง "กัมพูชาใหม่" (Kampuchea Thmei) หนังสือพิมพ์รายวันในเครือของคุณหญิงฮุน มะนา บุตรีของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาฮุนเซน รวมทั้งข่ายโทรทัศน์บายน กับ สื่อวิทยุต่างๆ ในเครือเดียวกัน

สำนักข่าวออนไลน์ภาษาเขมรที่มีความใกล้ชิดกับพรรคประชาชนกัมพูชาและรัฐบาล 3 แห่ง มีเพียง DAP (เดิมอัมปึล) เพียงแห่งเดียวที่กล้ารายงานในประเด็นหนังสือเดินทางของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยแปลจากรายงานของ SCMP โดยละเอียดอย่างน่าแปลกใจ -- ขณะที่อีก 2 สำนักคือ ซีอีเอ็น หรือ กัมพูชาเอ็กซ์เพรสนิวส์ ไม่แตะต้อง และ เฟรชนิวส์ออนไลน์ เลือกนำเสนอเพียงประเด็นอดีต นรม.หญิงคนเดียวของไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการท่าเรือใหญ่แห่งเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในรายงานของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ฮ่องกง

ยังไม่มีข่าวคราวความคืบหน้าใดๆจากฝั่งกัมพูชาอีก นับตั้งแต่ SCMP เผยแพร่ข่าวนี้ในเว็บไซต์ เมื่อเวลา 15 น.เศษ วันพุธ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ประเด็นที่ว่า -- น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะใช้หนังสือเดินทางที่ออกโดยกัมพูชา ในการหลบหนีคดีข้ามพรมแดนไทยเข้าไปในกัมพูชา เพื่อใช้เป็นทางผ่านไปยังประเทศสิงคโปร์ มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
.
ค่าย ดืมอัมปึล ซึ่งผู้บริหารมีความใกล้ชิดกับพรรคประชาชนกัมพูชาและรัฐบาลมากที่สุดคนหนึ่ง เผยแพร่ข่าวประเด็นหนังสือเดินทาง ในเว็บไซต์ตอนค่ำวันพุธ หรือราว 3 ชั่วโมงหลังจากสื่อฮ่องกงเผยแพร่ข่าวนี้ และ ยังอยู่ในเว็บไซต์ DAP จนถึงขณะนี้ โดยแปลอย่างละเอียดและอย่างน่าประหลาดใจ.
.
นี่คือประเด็นที่ทางการกัมพูชาออกปฏิเสธมาหลายครั้งและปฏิเสธตลอดมา -- ไม่เคยออกหนังสือเดินทางให้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมทั้งปฏิเสธอย่างแข็งขันว่า ไม่มีรายงานใดๆ ว่ายิ่งลักษณ์เดินทางผ่านกัมพูชา

นายเคียว กัญฤทธิ์ รมว.แถลงข่าวเคยโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า นรม.กัมพูชาฮุนเซน บอกปฏิเสธเรื่องนี้ ต่อ พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยของไทย ที่ไปเยือนและเข้าเยี่ยมคำนับเมื่อวันที่ 27 ส.ค.2560 หรือเพียงไม่กี่วันหลังมีรายงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี

ในเดือน ก.ย. สำนักข่าว VNA ของทางการเวียดนาม รายงานจากกรุงพนมเปญ อ้างการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.เคียว สุภาค โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ซึ่งปฏิเสธอีกครั้งหนึ่งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เดินทางเข้ากัมพูชา และ ไม่ได้อยู่ในกัมพูชา ทั้งยังให้คำมั่นอีกว่า หากพบตัวก็พร้อมจะจับส่งกลับไทยในทันที

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2557 เพียงข้ามวันหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ทำรัฐประหารยึดอำนาจ เนื่องจากเกิดความไม่สงบขึ้นในประเทศนั้น นรม.กัมพูชา ได้ประกาศจะร่วมมือกับรัฐบาลทหารของไทย และ หวังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับ พี่ชายนายทักษิณ ชินวัตร จะเข้าใจ

เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกัมพูชา ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมหนังสือเดินทางกระทรวงการต่างประเทศ หลายต่อหลายคนได้ออกปฏิเสธเรื่องนี้ มีการรายงานผ่านสื่อต่างๆ อย่างกว้างขวาง รวมทั้งพนมเปญโพสต์เองด้วย

เป็นที่ทราบกันดีว่าไม่มีสื่อสำนักใดอยากมีเรื่องมีราวกระทบกระทั่งกับรัฐบาล เพราะอาจจะถูกกลั่นแกล่งจากอำนาจมืด ถูกตั้งข้อหาได้โดยง่าย รวมทั้งข้อหาหนักๆ เช่น "จารกรรม" เช่นที่ผู้สื่อข่าววิทยุกระจายเสียงเอเชียเสรีภาคภาษาเขมรถูกจับ และ ถูกคุมขังมานานข้ามปีในขั้นตอนการสอบสวน
.
เซ้าธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์เผยแพร่ข่าวพาสปอร์ตฉาวของ ยิ่งลักษณ์ บ่ายสามโมงเศษวันพุธ สวนทางกับที่ทางการกัมพูชาปฏิเสธตลอดเวลาเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา.
.
แต่ความเงียบของสื่อสารมวลชนในประเทศนี้ ทำให้รายงานของ SCMP เมื่อวันพุธ ที่ระบุว่า การถือหนังสือเดินทางกัมพูชา "ได้ทำให้ทฤษฎีที่ว่าอดีต นรม.ไทยหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อปี 2560 ผ่านกัมพูชาดูเป็นจริง ถึงแม้ทางกรุงพนมเปญจะออกปฏิเสธตลอดมาก็ตาม" -- ทั้งหมดดูเป็นจริงมากยิ่งขึ้น

หนังสือพิมพ์อันเก่าแก่ของฮ่องกงรายงานเรื่องนี้ จากข้อมูลการจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทในฮ่องกงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในเดือน ส.ค.2561 ที่เพิ่งจะเปิดเผยต่อสาธารณชน SCMP ระบุว่าเป็นการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท "ที่ดำเนินไปอย่างสลับซับซ้อน และ เกี่ยวพันธ์กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกบริษัทหนึ่ง ที่ถือหุ้นใหญ่โดย น.ส.พิณทองทา ชินวัตร"

การขอจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทในฮ่องกงของอดีตนายกรัฐมนตรีที่กำลังหลบหนีคดีอยู่ในขณะนี้ ได้ใช้พาสปอร์ตของกัมพูชาเป็นหลักฐานลงทะเบียน ซึ่งขัดแย้งกับการกล่าวอ้างของรัฐบาลกัมพูชาที่ว่า ไม่เคยออกเอกสารการเดินทางใดๆให้ เมื่อครั้งเดินทางออกนอกประเทศ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกตัดสินจำคุก 5 ปีฐานละเลยกับการสนับสนุนราคาข้าว (จำนำข้าว) อันเป็นข้อกล่าวหาที่เจ้าตัวอ้างว่า เป็นการเรื่องที่เกี่ยวกับการเมือง

ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าบริษัทดังกล่าาวทำธุรกิจด้านใด แต่เอกสารอีกจำนวนหนึ่งแสดงให้เห็นว่า เพียงสี่เดือนหลังจากเธอก่อตั้งบริษัทนี้ ยิ่งลักษณ์ก็ได้รับการแต่งตั่งเป็นประธานของท่าคอนเทนเนอร์สินค้านานาชาติส่านโตว ("ซัวเถา"/Shantou International Container Terminals) ซึ่งเป็นบริษัทบริหารท่าเรือใหญ่แห่งหนึ่งในมณฑลกวางตุ้ง

นักวิชาการในสิงคโปร์ให้สัมภาษณ์ SCMP ว่า กรณีหนังสือเดินทางอื้อฉาวนี้ อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านได้.
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...