xs
sm
md
lg

เลขาธิการสหประชาชาติหารือ “ซูจี” ย้ำโรฮิงญาพลัดถิ่นต้องได้กลับพม่า

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหประชาชาติ ครั้งที่ 9 ในกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์. -- Reuters/Linus Escandor/Pool.

เอเอฟพี - นางอองซานซูจี ผู้นำพม่า เผชิญกับแรงกดดันจากทั่วโลกวันนี้ (14) ในการแก้ไขวิกฤติชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮิงญาพลัดถิ่นของประเทศ ระหว่างพบหารือกับเลขาธิการสหประชาชาติและนักการทูตระดับสูงของสหรัฐฯ ในฟิลิปปินส์

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวกับนางอองซานซูจีว่า ชาวมุสลิมพลัดถิ่นหลายแสนคนที่หลบหนีไปบังกลาเทศควรได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับบ้านของตนเองในพม่า

“เลขาธิการได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการเสริมความพยายามเพื่อรับประกันการเข้าถึงด้านมนุษยธรรม การเดินทางกลับประเทศด้วยความสมัครใจ ปลอดภัย และยั่งยืน ตลอดจนการปรองดองอย่างแท้จริงระหว่างชุมชนต่างๆ” คำแถลงของสหประชาชาติที่สรุปความเห็นที่มีต่อนางอองซานซูจีระบุ

ความเห็นของเลขาธิการสหประชาชาติมีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ซูจีจะร่วมหารือกับเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ นอกรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกในกรุงมะนิลา

วอชิงตันระมัดระวังคำแถลงของตัวเองเกี่ยวกับสถานการณ์ในรัฐยะไข่ และเลี่ยงที่จะวิพากษ์วิจารณ์กล่าวโทษนางอองซานซูจี แต่มุ่งไปที่บทบาทของทหารในเหตุการณ์ดังกล่าว

ผู้สนับสนุนกล่าวว่าซูจีต้องรับมือกับความไม่พอใจของต่างชาติและความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศที่เชื่อว่าโรฮิงญาเป็นผู้บุกรุก

ชาวโรฮิงญามากกว่า 600,000 คน หลบหนีออกจากรัฐยะไข่เข้าไปหลบภัยในบังกลาเทศตั้งแต่ปลายเดือนส.ค. ซึ่งวิกฤติดังกล่าวนี้ปะทุขึ้นหลังกลุ่มติดอาวุธโรฮิงญาเข้าโจมตีด่านตำรวจ ทำให้ทหารต้องดำเนินการปราบปรามตอบโต้อย่างหนัก ที่ส่งผลให้หมู่บ้านหลายร้อยแห่งถูกเผาวอดกลายเป็นเถ้าถ่าน และเกิดการอพยพของผู้คนเป็นจำนวนมาก

สหประชาชาติระบุว่าทหารพม่ามีส่วนร่วมในความพยายามที่มีการประสานงานกันอย่างเป็นระบบเพื่อกำจัดชาวโรฮิงญาออกจากพื้นที่ ซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นเทียบได้กับการกวาดล้างชาติพันธุ์ แต่รัฐบาลพม่ายืนยันว่าปฏิบัติการของทหารในรัฐยะไข่ เป็นเพียงการตอบโต้ความรุนแรงของกลุ่มติดอาวุธโรฮิงญา

ภายหลังการสอบสวนวิกฤติที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรก กองทัพได้เผยแพร่รายงานที่ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับละเมิดต่างๆ ที่มีการกล่าวอ้างถึง แต่อย่างไรก็ตาม ทางการยังคงจำกัดการเข้าถึงพื้นที่อย่างเข้มงวดกับนักข่าวอิสระและกลุ่มช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ทำให้การตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

ซูจี ถูกกลุ่มสิทธิมนุษยชนโจมตีอย่างหนักจากความล้มเหลวที่จะกล่าวตำหนิความรุนแรงและความรู้สึกต่อต้านชาวมุสลิมในประเทศ

บ็อบ เกลดอฟ นักดนตรีและนักเคลื่อนไหวชาวไอริช เป็นผู้มีชื่อเสียงรายล่าสุดที่ออกมาแสดงความเห็นไม่ยอมรับซูจี และกล่าวประณามซูจีว่าเป็น ฆาตรกร และผู้รับใช้การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

แต่ผู้สนับสนุนกล่าวว่า ซูจีไม่มีอำนาจในการยับยั้งควบคุมทหาร ที่ปกครองประเทศมาหลายทศวรรษจนกระทั่งพรรคของซูจีเข้ากุมอำนาจหลังการเลือกตั้งปี 2558

ในการประชุมสุดยอดเมื่อวันจันทร์ (13) ร่วมกับผู้นำชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กูเตอร์เรสระบุว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นแหล่งที่มาของความไม่มั่นคงในภูมิภาค รวมทั้งแนวคิดหัวรุนแรง.
กำลังโหลดความคิดเห็น...