xs
sm
md
lg

กัมพูชารวบชาวจีนกว่า 200 คน เปลี่ยนตึก 11 ชั้น ทำคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นเงินเหยื่อต่างแดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


รอยเตอร์ - ตำรวจเขมรเข้าบุกค้นอาคารอพาร์ตเมนต์ขนาด 11 ชั้น ในกรุงพนมเปญ พบชาวจีนทั้งชาย และหญิงมากกว่า 200 คน ใช้อาคารหลังดังกล่าวเป็นศูนย์ก่ออาชญากรรมฉ้อโกงเงินทางไซเบอร์

ชาวเขมรที่อาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าว ระบุว่า มีชายหญิงชาวจีนจำนวนมากได้ย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ในอาคารหลังดังกล่าวพร้อมกับโต๊ะ และโน้ตบุ๊กอีกจำนวนมาก

“ฉันคิดว่าพวกเขากำลังย้ายสำนักงาน” เอียง สมนาง อายุ 20 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอาคาร และเห็นชาวจีนเหล่านี้ย้ายเข้ามาเมื่อต้นเดือน กล่าว

ตำรวจในกรุงพนมเปญ กล่าวหาว่า ชาวจีนกลุ่มนี้ตั้งศูนย์ก่ออาชญากรรมทางโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตเพื่อฉ้อโกงเงินเหยื่อในจีน โดยการบุกค้นอาคาร 11 ชั้น เมื่อวันพุธ (16) เป็นปฏิบัติการปราบปรามครั้งล่าสุดต่อแก๊งต้มตุ๋นเหยื่อในประเทศที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ดี และมีกฎระเบียบเรื่องวีซ่าไม่เข้มงวด

หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัว เป็นหญิงชาวจีนอายุ 30 ปี กล่าวว่า เธอเดินทางมากัมพูชาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และมีคนมากกว่า 200 คน อยู่ในอาคาร แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ในนั้น

ตำรวจระบุว่า ได้จับกุมชาวจีนทั้งหมด 225 คน เป็นหญิง 25 คน ในข้อหาใช้การโทรศัพท์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตเพื่อกรรโชกทรัพย์ และผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้จะถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน

นับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา กัมพูชาได้เนรเทศผู้ต้องสงสัยว่าก่อเหตุฉ้อโกงทางไซเบอร์ชาวจีนและไต้หวันแล้วทั้หมด 800 คน

ที่ผ่านมา ชาวจีนต้องสงสัยว่าก่อเหตุฉ้อโกงเดินทางเข้ามาในกัมพูชาด้วยวีซ่าท่องเที่ยว หัวหน้าฝ่ายสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกล่าว และเหยื่อที่ถูกฉ้อโกงมักเป็นข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เกษียณของจีน บางครั้งเหยื่อถูกแบล็กเมล์ และผู้ต้องสงสัยเลือกกัมพูชาเป็นสถานที่ก่อเหตุเพราะง่ายที่จะอาศัยอยู่ในประเทศ และมีอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว

กัมพูชาสามารถติดตามแก๊งฉ้อโกงทางไซเบอร์เหล่านี้ด้วยความช่วยเหลือจากจีน

“จีนส่งข้อมูล IP Address ให้เรา เมื่อเราจับกุมผู้ต้องสงสัยได้เราจะรายงานไปยังสถานทูตจีน” หัวหน้าฝ่ายสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกล่าว

“จีนชื่นชมความร่วมมือของกัมพูชาในการปราบปรามร่วมกันกับการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ” กระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุในคำแถลงฉบับหนึ่ง
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...