xs
xsm
sm
md
lg

ซัมซุงผนึกยูเนสโก จัดแฮ็คคาธอน! “สร้างทักษะดิจิทัลสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง” ชูเทคโนโลยีช่วยอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญา และสร้างโอกาสทางการค้า

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

แถลงจัดกิจกรรม “Hack Culture: กระเทาะเปลือกวัฒนธรรม: การแก้ปัญหาด้วยสื่อดิจิทัล เพื่อเสริมศักยภาพสตรีและรักษาหัตถกรรมท้องถิ่น” ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
จีเฮียน ยูน,วิชัย พรพระตั้ง,ดร.ซุง บี แฮน์ และจงฮวี ปาร์ค
ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ร่วมกับ องค์การยูเนสโก สำนักงานเพื่อการศึกษาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก จัดกิจกรรม “Hack Culture: กระเทาะเปลือกวัฒนธรรม: การแก้ปัญหาด้วยสื่อดิจิทัล เพื่อเสริมศักยภาพสตรีและรักษาหัตถกรรมท้องถิ่น” (Hack Culture: Digital Solutions to Empower Women & Safeguard Traditional Crafts) ส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือระหว่างซัมซุงและยูเนสโก ที่ต้องการเสริมพลังแก่สตรีกลุ่มชาติพันธุ์ม้งที่ทำงานหัตถกรรม ด้วยทักษะดิจิทัลและทักษะการค้าขาย พร้อมทั้งส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาหัตถกรรม

กิจกรรมแฮ็คคาธอน (Hackathon) ทางซัมซุงและยูเนสโกออกแบบมาให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพัฒนาต้นแบบผลงานสื่อดิจิทัล ใช้เทคโนโลยีช่วยบันทึกและสืบทอดมรดกภูมิปัญญาด้านหัตถกรรมท้องถิ่น สร้างโอกาสทางการตลาดและการค้าให้กับสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ฯ โดยนำทีมให้ความรู้จากอาสาสมัครซัมซุง ผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโก กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจหัตถกรรม และคณาจารย์จากอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


จีเฮียน ยูน ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด (ประเทศเกาหลี)
เผยว่า “การเสริมพลังให้กับคนในสังคมผ่านการมอบความรู้ นวัตกรรม และสร้างสรรค์ผลงาน เป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของซัมซุงทั่วโลก โดยซัมซุงได้มุ่งส่งเสริมการศึกษาให้สตรีและคนรุ่นใหม่มาตั้งแต่ปี 2553 กิจกรรม “Hack Culture: กระเทาะเปลือกวัฒนธรรม: การแก้ปัญหาด้วยสื่อดิจิทัล เพื่อเสริมศักยภาพสตรีและรักษาหัตถกรรมท้องถิ่น” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Samsung OneWeek ซึ่งเป็นโครงการที่ซัมซุงนำพนักงานอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม มามอบความรู้แก่ชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก
ในปีนี้พนักงานชาวเกาหลีร่วม 200 คน ได้กระจายตัวไปทำกิจกรรมอาสาสมัครเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ใน 6 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ กัมพูชา คาซัคสถาน อินโดนีเซีย ไทย เนปาล และฮังการี ซึ่งกิจกรรมในแต่ละประเทศจะมีลักษณะแตกต่างกัน ตามความต้องการและบริบทของแต่ละประเทศ นอกจากนี้ ซัมซุงและพนักงานยังต้องการสื่อให้สังคมรับรู้ปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ต่อชุมชน”

“สำหรับในประเทศไทย ซัมซุงได้ร่วมมือกับยูเนสโก จัดงานแฮ็คคาธอนเพื่ออบรมให้ความรู้การใช้เทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับหัตถกรรมท้องถิ่นให้กับสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยปลดล็อคข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีของพวกเธอแล้ว ซัมซุงยังหวังว่า ทักษะดิจิทัลจะเป็นประโยชน์ในการสร้างรายได้ และเป็นเครื่องมือในการส่งผ่านภูมิปัญญาหัตถกรรมจากรุ่นผู้เฒ่าผู้แก่ ไปสู่เจเนอเรชั่นใหม่ รุ่นต่อรุ่น”
กิจกรรมในรูปแบบแฮ็คคาธอน แบ่งเป็น 5 ทีม แต่ละทีมประกอบด้วย อาสาสมัครจากซัมซุง สตรีกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง นักธุรกิจเพื่อสังคม และล่ามแปลภาษา รวมทั้งสิ้นประมาณ 100 คน
ด้าน ดร.ซุง บี แฮน์ หัวหน้าแผนกวัฒนธรรม องค์การยูเนสโก กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ม้งที่สามารถสร้างสรรค์และผลิตสินค้าหัตถกรรม โดยใช้วิธีสืบทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่นมาแต่อดีต ว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปจากยุคก่อนมาก หลังจากที่ลงสำรวจพื้นที่ของยูเนสโกพบว่า จังหวัดเชียงใหม่เกิดความเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ทั่วโลก ความอยู่รอดของทักษะงานฝีมือกำลังเสี่ยงที่จะสูญหายไปจากปัจจัยรอบด้านมากมาย เช่น การแข่งขันจากผู้ผลิตที่ใช้เครื่องจักรในการผลิตสินค้าที่ถูกและรวดเร็วกว่า รวมถึงคนรุ่นใหม่ในชนเผ่าที่ไม่มีความสนใจในการทำงานหัตถกรรม จึงเป็นที่มาของโครงการความร่วมมือระหว่างซัมซุงและยูเนสโก ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาเป็นตัวช่วยในการสร้างโอกาสทางการค้าให้กับสินค้าหัตถกรรม และช่วยให้ชนเผ่ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

จงฮวี ปาร์ค ผู้เชี่ยวชาญด้านโปรแกรมเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา องค์การยูเนสโก เสริมว่า “ยูเนสโกเชื่อว่าการศึกษาเป็นรากฐานของสิทธิมนุษยชน และองค์กรฯ มีเป้าหมายในการสร้างทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่คำนึงถึงเพศ รายได้ ภูมิลำเนา สัญชาติ สถานภาพความทุพพลภาพ และความแตกต่างด้านอื่นๆ ซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวจนถึงปีพ.ศ. 2573 เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) สำหรับกิจกรรมแฮ็คคาธอนในครั้งนี้ ยูเนสโกมีความยินดีที่ได้เห็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นไปได้สำหรับทุกคน ยูเนสโกและซัมซุงจะร่วมกันสร้างต้นแบบเทคโนโลยีที่ใช้งานได้อย่างยั่งยืนและเหมาะสมผ่านกิจกรรมแฮ็คคาธอนนี้”

ด้าน วิชัย พรพระตั้ง รองประธานที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์องค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ไทยซัมซุง
อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เสริมด้วยว่า “นอกจากเทคโนโลยีจะสามารถช่วยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนแล้ว ยังสามารถเป็นส่วนสำคัญในการรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมและภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน ซัมซุงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาสร้างประโยชน์ให้กับคนในชุมชน โดยกิจกรรม Hack Culture ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สตรีชนกลุ่มชาติพันธุ์ม้งที่เข้ารับการอบรม สามารถนำทักษะจากแฮ็คคาธอน มาขยายผลต่อให้กับคนในชุมชนหมู่บ้านดอยปุย ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้นราว 1,408 คน ประกอบด้วย 3 ชนเผ่า ได้แก่ ม้ง ปกากะญอ (กะเหรี่ยง) และคนพื้นเมือง โดยพวกเขาสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือนำพารายได้มาสู่ครอบครัวและชุมชน และเกิดการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน”

มอบรางวัลจากการที่นำเสนอผลงานต้นแบบสื่อดิจิทัล
กิจกรรม “Hack Culture: กระเทาะเปลือกวัฒนธรรม: การแก้ปัญหาด้วยสื่อดิจิทัล เพื่อเสริมศักยภาพสตรีและรักษาหัตถกรรมท้องถิ่น” จัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับวันสากลว่าด้วยชนพื้นเมืองดั้งเดิมของโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 9 สิงหาคม ของทุกปี เป็นการเสริมพลังและสนับสนุนงานหัตถกรรมสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ จัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-9 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตลอดระยะเวลาร่วมหนึ่งสัปดาห์ สตรีกลุ่มชาติพันธุ์ม้งและอาสาสมัครซัมซุงได้แบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่มเพื่อร่วมแข่งขันพัฒนาต้นแบบผลงานสื่อดิจิทัล ในรูปแบบแอพพลิเคชั่นมือถือ หรือเว็บไซต์อย่างง่าย เพื่อใช้บันทึกและถ่ายทอดเรื่องเล่ามรดกภูมิปัญญา รวมถึงเป็นช่องทางโฆษณาและขายสินค้า