xs
xsm
sm
md
lg

“มูลนิธิมิตซูบิชิฯ” รวมจิตอาสา สร้างฝาย ขยายป่าชุมชน ลดโลกร้อน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ทรัพยากร “ป่า” มีคุณค่ามหาศาล เป็นหัวใจของสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร ช่วยสร้างสมดุลทางธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตสามารถใช้ประโยชน์จากป่าไม้ได้นานัปการ แต่ประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การใช้ประโยชน์จากป่าเพิ่มมากขึ้นจนเกินกำลังผลิตของป่า รวมถึงการแผ้วถางทำลายและความเสื่อมโทรมของป่า โดยไม่ปลูกทดแทนในจำนวนที่เพียงพอ เมื่อไม่มีป่า ไม่มีต้นไม้ ก็เหมือนขาดปอดซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการดูดซับกรองอากาศที่เป็นพิษ โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงเป็นการเร่งให้เกิดสภาวะเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ เกิดภาวะโลกร้อน อากาศแปรปรวนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ด้วยตระหนักถึงคุณค่าของป่า..มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย ได้นำทีมคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสากว่า 500 คน จาก 11 บริษัทในกลุ่ม MITSUBISI ELECTRIC จัดกิจกรรม “ปลูกป่า สร้างฝาย และเปิดธนาคารขยะรีไซเคิล” ณ ชุมชนบ้านหนองม่วง ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ภายใต้บันทึกความร่วมมือเป็นปีที่ 2 ในโครงการ “ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน” ระหว่างมูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย กรมป่าไม้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) คณะกรรมการป่าชุมชนบ้านหนองม่วง เพื่อสร้างจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากร ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ผืนป่า
ทาเคชิ โอชิมะ รองประธานกรรมการ มูลนิธิมิตซูบิชิฯ (ซ้าย) ปรมินทร์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ (ขวา)
การลงพื้นที่ปลูกป่า สร้างฝายในครั้งนี้ นายปรมินทร์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ป่าที่น่าสนใจว่า ในปี 2561 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่า 102.48 ล้านไร่ หรือ 31.68% ของประเทศ เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ประมาณ 3 แสนไร่ จากมาตรการที่เข้มงวดของภาครัฐในการทวงคืนผืนป่า การฟื้นฟูสภาพป่า ส่งเสริมป่าชุมชน และการรณรงค์ปลูกป่าที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เนื่องจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 กำหนดให้ประเทศไทยจะต้องมีพื้นที่ป่าอย่างน้อย 40% ของพื้นที่ประเทศ และตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะต้องมีพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่า 55% ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนต้องร่วมมือกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้และสนับสนุนการปลูกป่าชุมชน

นางนันทนา บุณยานันต์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า ป่าชุมชนเป็นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่ออนุรักษ์และขยายพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นด้วยการปลูกป่า ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าชุมชนรวมทั้งสิ้นประมาณ 7.39 ล้านไร่ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนการปลูกป่าชุมชน ภายใต้หลักการ “รัฐได้ป่า ประชาได้ที่ทำกิน” โดยล่าสุดรัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ซึ่งมีเจตนารมณ์ให้บุคคลและชุมชนได้ประโยชน์จากป่าชุมชน ปลุกจิตสำนึกการดูแลรักษาและบริหารจัดการป่าชุมชนร่วมกับภาครัฐ ป้องกันการตัดไม้โดยผิดกฎหมายและการ

บุกรุกทำลายพื้นที่ป่า เพื่อรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพของป่าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์และคงอยู่เป็นมรดกทางธรรมชาติเพื่อส่งต่อให้ลูกหลาน ซึ่งการที่ มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย จัดกิจกรรมปลูกป่า สร้างฝายที่ชุมชนบ้านหนองม่วงถือเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ เมื่อนำมาต่อรวมกันแล้วก็จะเกิดเป็นผืนป่าขนาดใหญ่

ในฐานะผู้นำทีมจิตอาสา นายทาเคชิ โอชิมะ รองประธานกรรมการ มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย กล่าวว่า กลุ่มบริษัทมิตซูบิชิ อิเล็คทริค มองเห็นคุณค่าและให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม สอดรับกับพันธกิจขององค์กรที่ว่า “การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า” (Changes for The Better) ที่ไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนานวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า แต่มุ่งหวังการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะบริษัทชั้นแนวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกในการสร้างสรรค์สังคมคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งพนักงานของบริษัทฯ ต้องตระหนักถึงบทบาทของตนเองต่อการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์
สมพร วงษ์ประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านหนองม่วง (ซ้าย) นันทนา บุณยานันต์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน (ขวา)
“กิจกรรมในครั้งนี้จิตอาสาทุกคนได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยร่วมกันปลูกป่า 20 ไร่ ปลูกป่าซ่อมจากพื้นที่เดิมที่ปลูกเมื่อปี 2561 อีก 10 ไร่ สร้างฝายชะลอน้ำ 2 ฝาย บำรุงรักษาฝายเก่า 2 ฝาย ซึ่งเราเชื่อว่าความร่วมมือเล็กๆ ของพนักงานจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ต่อองค์กรและสังคม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกและหวงแหนผืนป่าให้กับคนไทย โดยเริ่มต้นจากผู้บริหาร พนักงาน และชุมชนในพื้นที่ ตลอดจนการต่อยอดความร่วมมือในวงกว้างมากขึ้น นอกจากนี้ยังเปิดธนาคารขยะรีไซเคิลที่โรงเรียนบ้านหนองม่วง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด” นายทาเคชิ โอชิมะ กล่าว

นายสมพร วงษ์ประดิษฐ์ หรือ ผู้ใหญ่หนึ่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านหนองม่วง ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง บอกเล่าเรื่องราวชุมชนบ้านหนองม่วงให้ฟังว่า บ้านหนองม่วงเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำสวนยางพารา และรับจ้างทั่วไป ย้อนไปเมื่อ 50 กว่าปีก่อน บ้านหนองม่วงมีพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้พื้นที่ป่าลดลง อากาศร้อนขึ้น ฝุ่นควันมากขึ้น แหล่งน้ำ แหล่งอาหารลดลง

“แม้ว่าการจะอนุรักษ์ผืนป่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเราชาวบ้านหนองม่วงเชื่อว่าไม่ยากเกินความพยายามและความตั้งใจ พวกเราค่อยๆ รวมกลุ่มสมาชิกในหมู่บ้าน เริ่มต้นศึกษาข้อมูลและอนุรักษ์ผืนป่าอย่างจริงจัง โดยปัจจุบันบ้านหนองม่วงมีพื้นที่ป่าชุมชนกว่า 90 ไร่ เป็นป่าต้นน้ำสำคัญของแหล่งน้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงชุมชนและคนในจังหวัดระยอง”

“เราได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน เด็กๆ เยาวชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะมูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย ที่เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ร่วมปกป้องพื้นที่ผืนป่า ด้วยการปลูกต้นไม้ และสร้างฝายชะลอน้ำ โดยมีสมาชิกในหมู่บ้าน เด็กและเยาวชนมาช่วย ร่วมมือร่วมใจกัน ก่อให้เกิดความเสียสละ สามัคคี ตระหนักรู้ในคุณค่าของธรรมชาติใกล้ตัว และปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะให้กับเด็กๆ ด้วยการเรียนรู้และลงมือทำ ผ่านห้องเรียนสิ่งแวดล้อมที่มีต้นไม้ ใบหญ้า แหล่งน้ำ สัตว์ป่า ซึ่งการขยายพื้นที่ป่าชุมชนเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับการขยายองค์ความรู้ สร้างความเข้าใจให้ชาวบ้าน และสำคัญที่สุดคือการลงมือทำให้เป็นแบบอย่าง เพื่อให้ป่าชุมชนคงอยู่กับบ้านหนองม่วงของเราต่อไป” นายสมพร กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ เพื่อคืนกำไรให้กับสังคม จากมูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย “ปลูกป่า-สร้างฝาย-ธนาคารขยะรีไซเคิล” จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า” บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่สมบูรณ์ในทุกมิติ สู่สังคมมั่นคง เศรษฐกิจมั่งคั่ง และสิ่งแวดล้อมยั่งยืน