xs
xsm
sm
md
lg

H&M สิงคโปร์ เตรียมเก็บเงินค่าถุงชอปปิ้ง! ทั้งพลาสติก-กระดาษ 0.10 เหรียญ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


H&M ในสิงคโปร์ประกาศเก็บค่าใช้จ่ายสำหรับลูกค้าที่ต้องการถุงชอปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติก หรือถุงกระดาษ ผู้ซื้อก็ต้องจ่าย 0.10 ดอลลาร์สิงคโปร์
ล่าสุด H&M ในประเทศสิงคโปร์ได้ออกมาประกาศนโยบายใหม่ ด้วยการเก็บเงินค่าถุงชอปปิ้งเมื่อลูกค้าต้องการใช้หลังจากซื้อสินค้า โดยจะมีการคิดค่าใช้จ่าย 0.10 ดอลลาร์สิงคโปร์/ใบ หรือราวๆ 2.2 บาท ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติก หรือถุงกระดาษก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่ากัน คาดว่าจะเริ่มต้นเก็บค่าบริการนี้ช่วงปลายเดือนก.ค.นี้
สำหรับรายได้จากที่เก็บค่าบริการถุงช้อปปิ้ง ทาง H&M จะนำไปบริจาคให้กับโครงการ Plastic ACTion หรือ PACT อยู่ภายใต้หน่วยงาน WWF Singapore เป็นโครงการในการกำจัดมลพิษจากขยะพลาสติก และ H&M เป็นผู้เล่น Fast Fashion รายแรกที่ริเริ่มโครงการ PACT นี้ด้วย
ทาง H&M บอกว่า นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการระยะยาวในการลดการใช้พลาสติก และหนึ่งในข้อตกลงของโครงการ PACT นั้น ทาง H&M ได้กำหนดเป้าหมายว่าจะเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งเป็นวัสดุที่สามารถรีไซเคิลนำกลับมาใช้ได้ใหม่ รวมไปถึงการหาวิธีการรีไซเคิลพลาสติกให้ได้ภายในปี 2025
ทางร้านเร่งกระตุ้น และสนับสนุนให้ลูกค้านำถุงส่วนตัวมาใช้ ไม่ว่าถุงผ้า หรือกระเป๋าต่างๆ หรือถุงที่สามารถใช้ซ้ำได้หลายๆ ครั้งก็ยิ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมของเรา แต่หากไม่สะดวกจริงๆ ก็สามารถซื้อจากทางร้านได้
H&M ยังบอกอีกว่า นี่เป็นนโยบายที่จะสร้างความยั่งยืนได้ ส่วนความท้าทายที่สุดไม่ใช่เรื่องของการแข่งขัน แต่เป็นเรื่องของการสร้างอนาคตของวงการแฟชั่นให้ยั่งยืนที่สุด เมื่อเราทุกคนทั่วโลกต้องเผชิญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
ถ้าจะบอกว่าวงการฟาส์ตแฟชั่น (Fast Fashion) สะท้าน! เริ่มหวาดหวั่นต่อผลกระทบถึงธุรกิจก็คงพูดได้ หากว่ายังทำตัวนิ่งๆ เหมือนไม่แคร์กระแสสังคมและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากตนเองอยู่ต้นทางที่ทำให้เกิดขยะจำนวนมาก โดยเฉพาะพลาสติก และการเป็นแบรนด์ดังในวงการแฟชั่นที่นำเสนอรูปแบบใหม่ๆ อย่างรวดเร็วก็ยิ่งถูกจับตาว่าคือผู้ก่อขยะตัวสำคัญ
ข้อมูลอ้างอิง https://brandinside.asia/hm-singapore-shopping-bag-charge/?fbclid=IwAR3mnrSQhGawFMIiRvfYPNTJcFL1ijdDRAsZj3LGn5Y0_y7lmI4yNym6baI

หมายเหตุ
Fast Fashion แฟชั่นด่วนๆ เปลี่ยนเร็วยิ่งเปลี่ยนโลก
หลายคนอาจจะงงๆ กับคำว่า Fast Fashion ขยายความมากกว่านี้ ก็พูดได้ว่าเป็นวิธีการบริโภคแฟชั่นแบบด่วนๆ ของผู้ซื้อ โดยที่แบรนด์ผู้ขายก็มีรูปแบบใหม่ๆ มานำเสนอนับร้อยคอลเลกชันต่อปี เหตุนี้หลายคนนักชอปตัวยง ซื้อมาสวมใส่นับครั้งได้ ก็มักไปหาชอปเพิ่มเติมเสมอๆ ด้วยหวั่นว่าจะไม่ทันกับแฟชั่นล่าสุด ที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าก่อนหลายเท่าตัว ไม่ใช่แค่ 4 ฤดูกาล แต่เป็นทุกเดือน หรือทุกสัปดาห์
เสื้อผ้าสีสันสวยงาม หลากหลาย กระทั่งหรูหราราคาแพงหลายยี่ห้อพยายามเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่การเติบโตและการแข่งขันอย่างดุเดือดของอุตสาหกรรมฟาสต์แฟชั่น (Fast Fashion) ซึ่งมีการเปลี่ยนรุ่นและแบบอย่างรวดเร็ว จนไม่เป็นไปตามฤดูกาล ปริมาณสารเคมีซึ่งเป็นส่วนผสมอยู่ในเนื้อผ้ากลับตกไปอยู่ในหลุมฝังกลบ จำนวนมากและรวดเร็วขึ้นมากตามไปด้วย ซึ่งหลุดไปปนเปื้อนน้ำใต้ดิน
ขณะเดียวกัน เสื้อผ้าสวยๆ ที่ผลิตด้วยเส้นใยสังเคราะห์ซึ่งมีส่วนผสมของเม็ดพลาสติก เมื่อทิ้งแล้วอาจกลายเป็นขยะที่ต้องใช้เวลาย่อยสลายนับร้อยๆ ปี
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ…เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ ในวันที่ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว มันจะกลายเป็นขยะที่สร้างมลพิษต่อโลกอย่างยาวนาน
“เมื่อคนซื้อเสื้อผ้าบ่อยขึ้นก็ขนส่งกันถี่ขึ้น นำมาสู่การทำลายต่อโลกและสิ่งแวดล้อมแบบไม่รู้ตัว”
นอกจากนี้การขยันซื้อข้าวของใหม่ตลอดเวลาทำให้ “เสื้อผ้าเก่ากลายเป็นขยะ” ใช้ประโยชน์ที่ไม่คุ้มค่า แถมบางส่วนทิ้งเป็นขยะแล้วก่ออันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

กำลังโหลดความคิดเห็น...