xs
xsm
sm
md
lg

4 ความท้าทายด้านที่อยู่อาศัย “ดิ แอสเพน ทรี”ตอบโจทย์สังคมสูงวัย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประเทศไทยกำลังมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านประชากรศาสตร์อย่างรวดเร็ว โดยมีนัยยะสำคัญเกี่ยวข้องกับสังคมทุกด้าน ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศกำลังพัฒนาแห่งแรกที่กลายเป็น ‘สังคมผู้สูงอายุ’ ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าในปี 2583 มากกว่าหนึ่งในสี่ของประชากรในประเทศไทยจะมีอายุ 65 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11 ในปี พ.ศ. 2559 และร้อยละ 5 ในปี 2538

นอกจากนี้ อัตราการเจริญพันธ์ที่ลดลงจาก 6.1 ในปีพ.ศ. 2508 เป็น 1.5 ในปีพ.ศ. 2528 ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่มีประชากรสูงอายุมากที่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก การเปลี่ยนแปลงทางด้านประชากรศาสตร์จะทำให้ประเทศไทยเป็น “ผู้ให้บริการแก่ผู้สูงอายุที่กำลังเติบโตในภูมิภาคนี้”แต่การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าจะสร้างโอกาสและความท้าทาย

เฮ จูน พาร์ค ประธานผู้อำนวยการ บริษัท ดิ แอสเพน ทรี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้ บริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC) มองว่า มีความท้าทายในการสร้างสรรค์และตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัยในด้านไลฟ์สไตล์และที่พักอาศัย 4 ข้อสำคัญ ข้อแรก “จำนวนประชากร” เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ปัจจุบันประมาณ 13%ของคนไทยเป็นผู้สูงอายุ และประมาณปี 2583 ประเทศไทยจะมีประชากรสูงวัย 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด ดังนั้น จะทำอย่างไรให้สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มนี้

ข้อสอง “การแพทย์” เนื่องจากภาวะสมองเสื่อมกำลังเข้ามาแทนที่โรคมะเร็งและโรคหัวใจสำหรับผู้สูงวัย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขคาดว่าภายในปี 2573 ประเทศไทยจะมีผู้ป่วยอัลไซเมอร์ประมาณ 1,117,000 คน ดังนั้น จึงอาจทำให้มีการปรับปรุงการดูแลและการสร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับความเป็นอยู่

ข้อสาม “โครงสร้างครอบครัว” จากการที่จำนวนเด็กเกิดใหม่มีน้อยกว่าจำนวนผู้สูงอายุทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสอยู่กับครอบครัวน้อยลงเพราะไม่มีคนดูแล จึงต้องมีการออกแบบสังคมที่สามารถรองรับให้ผู้สูงอายุได้อยู่อย่างมีความสุข และได้รับการดูแลที่ดี

และข้อสี่ “วัฒนธรรม” เนื่องจากผู้สูงอายุคาดหวังการใช้ชีวิตที่มีสีสันมากขึ้น ต่างจากเดิมที่ไม่ได้ชอบทำกิจกรรมต่างๆ เท่าใดในแต่ละวันและใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่จำกัด จึงต้องมีการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตแบบใหม่

นอกจากนี้ จากงานวิจัยพบว่า คนเราให้ความสำคัญในเรื่อง “aging in place” อย่างมาก โดยคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้สูงวัยต้องการที่จะใช้ชีวิตในสถานที่และสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย มากกว่าที่จะต้องย้ายสถานที่ ไม่เพียงเท่านี้ เมื่อผู้สูงวัยต้องการการดูแลเพิ่มขึ้น การออกแบบและการให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญจะเอื้อให้ผู้พักอาศัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัยในบ้านของตัวเองได้อย่างยาวนานที่สุด

“ดิ แอสเพน ทรี” ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจร ทั้งบริการสิ่งอำนวยความสะดวก ที่พักอาศัย และการสร้างสังคมสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย จึงนำแนวคิด Ageing in place มาใช้พัฒนาโครงการเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้พักอาศัยภายในบ้านของตนเอง สามารถอยู่ร่วมชุมชนอย่างอิสระและสุขสบายตลอดช่วงชีวิต อาทิ การออกแบบโดยใช้หลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) การใช้เทคโนโลยีสมาร์ทโฮม ระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในที่พักอาศัยเพื่อผู้สูงวัย

พร้อมทั้งได้ร่วมมือกับ ศูนย์เบย์เครส เซ็นเตอร์ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านสุขภาพสมองและการดูแลผู้สูงวัยระดับโลกจากประเทศแคนาดา ที่มีประสบการณ์ดูแลผู้สูงวัยมานานกว่า 100 ปี ศึกษาและวิจัยการพัฒนาที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงวัยในประเทศไทย และนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของโลกมาประยุกต์ใช้ทั้งด้านการออกแบบที่อยู่อาศัย การออกแบบศูนย์สุขภาพ การให้บริการ ตลอดจนการบริหารจัดการโครงการอย่างมืออาชีพ ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการตอบโจทย์สังคมสูงวัยของไทยที่กำลังมีความสำคัญมากขึ้น