xs
xsm
sm
md
lg

เนสท์เล่-ยูนิลีเวอร์ ที่ฟิลิปปินส์ ถูกประเมิน! สวนทาง SMART ZERO WASTE

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตามรายงานของ GAIA @ Greenpeace สะท้อนว่าการตรวจสอบเพื่อสุ่มตัวอย่างขยะในนครดูมาเกเต ซึ่งเป็นนครศูนย์กลางของจังหวัดซีลางังเนโกรส ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับสมญาว่า "นครที่ผู้คนสุภาพและอ่อนโยน" พบว่าขยะจากหีบห่อสินค้าของเนสท์เล่และพีแอนด์จี เป็นสองยี่ห้อสินค้าที่สร้างมลภาวะสูงสุดในบรรดามลภาวะจากขยะพลาสติกที่พบ

ในอดีตเมืองแห่งนี้เคยมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวยุโรป เพราะสามารถเดินทางเข้าถึงได้สะดวก มีรีสอร์ต จุดดำน้ำหลายแห่ง นอกจากนี้ ยังสามารถเดินทางไปเมืองข้างเคียงอย่างบาอีสเพื่อชมโลมาและวาฬที่ทะเลได้ นครดูมาเกเตเคยคว้าอันดับที่ 5 ของสถานที่ท่องเที่ยวหลังเกษียณอายุที่ดีที่สุด 7 แห่งของโลก แต่ ณ วันนี้กลุ่มกรีนพีชมองว่านครแห่งนี้กลายเป็นแหล่งทิ้งขยะพลาสติกของโลกไปเสียแล้ว

กลุ่มกรีนพีชมองว่าฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญหน้ากับวิกฤติมลภาวะจากขยะ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพทั้งสภาพแวดล้อมและกลิ่น สุขอนามัยที่กระทบต่อชีวิตของประชากรที่อยู่อาศัยโดยรอบ ที่เริ่มมีการพูดถึง หารือ และกำหนดแนวทางบริหารจัดการอย่างจริงจัง ทั้งกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการพื้นที่โดยตรงและประชาชนที่เป็นผู้สร้างมลภาวะเหล่านี้ให้เพิ่มขึ้นมาทุกวินาที
ที่ผ่านมา ไม่ใช่เฉพาะฟิลิปปินส์เท่านั้น หากแต่เป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งภูมิภาคที่ถูกตำหนิและกล่าวหาว่าสร้างปัญหามลภาวะพลาสติกลำดับต้นๆ ในระดับโลก แต่รายงานของ GAIA แสดงว่าเบื้องหลังของความจริงที่ไม่มีใครเจาะลึกให้เพียงพอ ก็คือ บรรดาขยะพลาสติกที่กองสุมกันเป็นภูเขาเลากาที่ฟิลิปปินส์และภูมิภาคแห่งนี้ มีแหล่งกำเนิดมาจากผู้ผลิตสินค้าในภูมิภาคอื่น ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปต่างหาก
จึงเกิดคำถามว่าใครกันแน่ที่ต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบต่อการผลิตพลาสติกโดยไร้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมโลก และควรจะถูกตำหนิมากกว่ากัน ระหว่างผู้ผลิตแต่แรกหรือผู้บริโภคที่ต้องทิ้งภาชนะและหีบห่อสินค้าที่ใช้แล้ว
รายงานที่จัดทำโดย GAIA หรือ Global Alliance for Incinerator Alternatives ให้รายละเอียดว่า ขยะพลาสติกจากแบรนด์ของเนสท์เล่และยูนิลีเวอร์ เป็นแหล่งที่มาของมลภาวะในลำดับต้นๆ ของผลการตรวจสอบขยะพลาสติกในฟิลิปปินส์ครั้งนี้ เช่นเดียวกับขยะพลาสติกจากแบรนด์ดังระดับโลกอื่นๆ ที่มีผลการตรวจสอบว่าอยู่ในกลุ่มขยะพลาสติกลำดับต้นๆ ของภูมิภาคนี้ เหมือนที่พบในฟิลิปปินส์ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการแอบแฝงในการค้าระหว่างประเทศ ที่ส่งออกขยะพลาสติกจากประเทศที่ร่ำรวยสู่ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั่นเอง
บริษัทชั้นนำของโลกที่ผลิตสินค้าที่มีหีบห่อด้วยพลาสติก จึงสมควรถูกประณามว่าเป็นผู้ผลิต อสูรพลาสติกหรือ PlasticMonster และบริษัทชั้นนำที่เป็นผู้ผลิตเหล่านี้นี่เอง จำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการดำเนินธุรกิจของตนที่ส่งผลกระทบต่อสังคมโลก
ผู้จัดทำรายงานฉบับนี้จึงเรียกร้องให้บริษัทผู้ผลิตอสูรพลาสติกเหล่านี้ต้องแสดงความรับผิดชอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาที่สร้างให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้ รวมทั้งฟิลิปปินส์อย่างเร่งด่วนและโดยทันที ด้วยการยกเลิกการผลิตพลาสติกที่ใช้แบบครั้งเดียวทิ้งทุกกรณี เพื่อกำจัดอสูรพลาสติกออกไปจากโลก
ในการเสวนาระหว่างบริษัทต่างๆ ได้มีฮีโร่ อย่างเช่น Froilan Grate และ Merci Ferrer ที่เป็นผู้บริหารของ GAIA ต้องออกมาให้ข้อมูลและสื่อสารทุกวัน เพื่อสอดส่อง ติดตามวิกฤติมลภาวะจากขยะพลาสติก และเสนอให้มีความรับผิดชอบแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จในกรณีของฟิลิปปินส์ รวมทั้งการร่วมมือในการรวมตัวกันเป็นพันธมิตรในนามของ #BreakFreeFromPlastic เพื่อแฉพฤติกรรมและข้อเท็จจริงที่ได้พบจากการตรวจสอบดังกล่าว
นอกจากนั้น เนสท์เล่เป็นแบรนด์ที่ถูกกล่าวหาว่าสร้างมลภาวะแย่ที่สุดรายหนึ่งของโลก จากผลการตรวจสอบขยะพลาสติกทั่วโลกตามรายงานของ 2018. © Greenpeace
การประเมินรายงานของ GAIA ชี้ว่า ขยะพลาสติกที่ส่งเข้ามาในฟิลิปปินส์ มีแบรนด์เนสท์เล่และยูนิลีเวอร์ที่ต้องรับผิดชอบราว 1 ใน 4 ของวิกฤติการณ์มลภาวะพลาสติกที่ส่งเข้ามาในฟิลิปปินส์ จากผลการตรวจสอบขยะพลาสติกใน 6 เมือง และ 1 จังหวัดในฟิลิปปินส์
การตรวจสอบดังกล่าวนี้ เป็นความร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัย University of Santo Tomas’ Research Center for Social Sciences และ Education (RCSSEd) เพื่อยืนยันหลักฐานใหม่ชิ้นนี้ว่าแบรนด์เนสท์เลและยูนิลีเวอร์ เป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ที่ผลิตหีบห่อและภาชนะที่ทำจากพลาสติกประเภทที่ใช้เพียงครั้งเดียว และนำจำหน่ายในประเทศทางตะวันตกเท่านั้น ไม่ได้มีการผลิตเพื่อจำหน่ายในต่างประเทศ
เพื่อที่จะตอบสนองต่อข้อเท็จจริงที่มาจากผลการตรวจสอบของ GAIA กลุ่มกรีนพีชที่เป็นส่วนของ Greenpeace Southeast Asia (Philippines) ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า "วิกฤติขยะพลาสติกที่เกิดกับฟิลิปปินส์และประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะต้องมีบริษัทข้ามชาติชั้นนำของโลกเหล่านี้เข้ามาแสดงความรับผิดชอบและแก้ไขโดยทันที"



กำลังโหลดความคิดเห็น...