xs
xsm
sm
md
lg

จับตาเทรนด์ความยั่งยืนปี 2019

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ในปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ได้ส่งผลกระทบต่อประชาคมโลกในหลากหลายมิติ และเป็นประเด็นท้าทายที่ทุกฝ่ายยังคงต้องจับตามองในปีนี้ บทความฉบับนี้ ขอนำเสนอ 3 เทรนด์ความยั่งยืนที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2019

เทรนด์ 1: ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) ยังคงเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สร้างความวิตกกังวลให้กับภาครัฐและประชาคมโลก จากรายงาน The Global Risks Report 2019 ของ World Economic Forum ระบุว่า ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา climate change เป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่อยู่ใน 5 ลำดับแรกทั้งในเชิงของผลกระทบ (impact) และโอกาสที่จะเกิด (likelihood)

ความล้มเหลวในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประชาคมโลกอาจทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นถึง 5 องศาเซลเซียส ภายในปลายศตวรรษนี้ ซึ่งระดับอุณหภูมิที่สูงขึ้นดังกล่าว ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศทั่วโลก เช่น การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าและมหาสมุทร ตลอดจนระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นอาจมีผลต่อที่อยู่อาศัย การเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด และความมั่นคงทางอาหารของประชากรทั่วโลก โดยในปี 2017 ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีผลมาจาก climate change ได้สร้างความเสียหายต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารของประชากรกว่า 39 ล้านคน ใน 23 ประเทศ

เพื่อตอบสนองต่อความรุนแรงของปัญหา climate change ภาครัฐและองค์กรระดับโลกจึงร่วมกันผลักดันนโยบายและมาตรการต่างๆ ที่จะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (ระบบขนส่ง ผลิตไฟฟ้า และการก่อสร้าง) ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเอื้อต่อการก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำการกำหนดนโยบายที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำซึ่งรวมไปถึงการสนับสนุนด้านงบประมาณ การส่งเสริมให้ภาคธุรกิจนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสีเขียวมาใช้เพื่อให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตลอดทั้งกระบวนการ รวมถึงการสนับสนุนให้มีการเปิดเผยข้อมูลด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจจากแรงผลักดันต่างๆ ข้างต้น

ภาคธุรกิจจึงต้องตระหนักถึงทิศทางในการผลักดันไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำจากภาครัฐและองค์กรระดับโลก เพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับกระบวนการทางธุรกิจให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ดังนี้

• ประเมินความเสี่ยงที่เกิดจากผลกระทบของปัญหา climate change อย่างรอบด้าน โดยพิจารณาว่าผลกระทบจาก climate change เช่น สภาพที่ตั้งหรือพื้นที่ที่มีการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้นหรือไม่ บริษัทอาจมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ หากมีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
• กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงเป้าหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เป้าหมายการลดการใช้พลังงาน การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งการกำหนดเป้าหมาย ที่ชัดเจนจะทำให้บริษัทสามารถกำหนดทิศทางในการบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
• ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในกระบวนการ ธุรกิจควรเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำมาใช้ในกระบวนการมากขึ้น เพื่อให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม
• กำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing) การกำหนดราคาคาร์บอน คือ การกำหนดมูลค่าของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นตัวเงิน (monetary value) ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจสามารถประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ climate change ช่วยในการตัดสินใจ ลงทุน และวางแผนในการปรับเปลี่ยนกระบวนการไปสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเหมาะสม
• เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันแนวคิดการลงทุนอย่างยั่งยืน ซึ่งรวมไปถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องการเปิดเผยข้อมูล การปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งแนวทางการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของธุรกิจ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับเม็ดเงินลงทุน และยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียอีกด้วย

เทรนด์ 2: พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการ ‘ใช้งาน’ แต่ไม่เน้น ‘ครอบครอง’

เทคโนโลยีดิจิทัล และ Internet of Things (IoT) รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของคน ในสังคมทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคหันไปใช้วิธีการเข้าถึงสินค้าและบริการในรูปแบบ ‘การเช่า‘ และ ‘การจ่ายเมื่อใช้งาน‘ (pay-per-use) มากขึ้นแทนการจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าบริการนั้นมาครอบครอง เช่น Netflix บริการสตรีมมิงที่ผู้บริโภคสามารถใช้รับชมภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ต่างๆ กลายเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากกว่าการซื้อแผ่นซีดีหรือดีวีดี หรือสตาร์ทอัพที่ให้บริการเช่าจักรยานเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศจีน สะท้อนถึงความนิยมในการเข้าถึงสินค้า และบริการด้วยรูปแบบการเช่าได้เป็นอย่างดี

โมเดลธุรกิจดังกล่าวเป็นหนึ่งโมเดลธุรกิจที่ช่วยตอบสนองต่อระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ที่มุ่งให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ในกระบวนการที่เกี่ยวข้องตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เพื่อทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และนำมาสู่การปราศจากของเสียและมลพิษตลอดทั้งกระบวนการของสินค้าและบริการ (อ่านเพิ่มเติม เรื่อง Circular Economy ได้ที่https://www.set.or.th/sustainable_dev/th/sr/knowledge/files/articles/2018_vol4_01_CircularEconomy2.pdf) ซึ่งรูปแบบธุรกิจการเช่าหรือการจ่ายเมื่อใช้งานนี้ช่วยลดภาระผู้ซื้อในการดูแลรักษาผลิตภัณฑ์ ช่วยลดการซื้อที่ไม่จำเป็น และทำให้เกิดการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ สูงสุด ปัจจุบันจึงเริ่มมีผู้ผลิตที่พัฒนาโมเดลธุรกิจนี้เพิ่มเติมขึ้นจากธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการตามปกติเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค 

เทรนด์การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างตลาดใหม่ๆ ซึ่งผู้ผลิต ต้องจับตามองและนำมาทบทวนว่าสินค้าและบริการของตนจะได้รับผลกระทบหรือไม่ และ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดจำหน่าย และการบริการให้ตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างไรบ้าง

เทรนด์ 3: การพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ให้สอดรับกับเทคโนโลยี และความต้องการในอนาคต

การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีต่างๆ ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมาได้สร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบการผลิต ขณะเดียวกันก็เริ่มสร้างความกังวลต่อตลาดแรงงานและการจ้างงานทั่วโลก ซึ่งจากผลการสำรวจในรายงาน The Future of Job Report 2018 ของ World Economic Forum ระบุว่าภายใน ปี 2022 กว่า 75% ของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกมีแนวโน้มจะนำเทคโนโลยี เช่น Big data Analytics, Web-enabled market, Internet of Things (IoT), Cloud computing มาใช้ในกระบวนการธุรกิจ เพิ่มมากขึ้น การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการ ขณะเดียวกัน แนวโน้มดังกล่าวได้ทำให้เกิดข้อกังวลถึงการเลิกจ้างและการว่างงานปริมาณมหาศาลในกิจกรรมที่สามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนแรงงานคนได้

แม้จะมีตำแหน่งงานและกิจกรรมที่จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม กลุ่มบุคลากรที่มีทักษะในกลุ่มงานที่สอดคล้องกับเทคโนโลยี เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนานวัตกรรม การออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน จะเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับทักษะที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ (human skill) เช่น การให้บริการ ความคิดสร้างสรรรค์ (creative thinking) ภาวะผู้นำ (leadership) มีแนวโน้มที่ยังคงเป็นที่ต้องการต่อไป

การพัฒนาศักยภาพและเพิ่มทักษะให้แก่ทรัพยากรบุคคลจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งทั้งต่อบุคลากรเองและต่อองค์กร พนักงานที่ได้รับการพัฒนาทักษะที่สอดรับกับความต้องการในอนาคตจะมีโอกาสก้าวสู่ตำแหน่งงานที่ได้ใช้ทักษะสูงขึ้นและได้รับค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่องค์กรก็สามารถสร้าง บุคลากรให้เพียงพอที่จะรองรับการปรับตัวทางธุรกิจและลดความเสี่ยงการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะตามที่บริษัทต้องการ

ทั้งนี้ องค์กรต้องเริ่มประเมินว่าทักษะประเภทใดที่มีความจำเป็นต่อการเติบโตขององค์กร ปัจจุบัน พนักงานขององค์กรมีทักษะตามที่องค์กรต้องการแล้วหรือไม่ เพื่อให้สามารถวางแผนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรได้อย่างเหมาะสมและทันต่อการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันองค์กรต้องพิจารณาด้วยว่ากิจกรรมทางธุรกิจใดที่อาจถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีหรือเครื่องจักรและจะส่งผลกระทบต่อบุคลากรในตำแหน่งใดบ้าง บริษัทควรวางแผนในการโยกย้ายบุคลากรควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะในสายงานใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อม ให้พนักงานสามารถปรับเปลี่ยน career path และมีโอกาสเติบโตในสายงานอื่น

ภาคธุรกิจจำเป็นต้องตระหนักถึงเทรนด์ด้านความยั่งยืนเหล่านี้ และปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินงาน เพื่อให้ตอบสนองต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อ ‘ลดความเสี่ยง’ และ ‘เพิ่มโอกาส’ ให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลอ้างอิง
• https://www.weforum.org/reports/the-global-risks-report-2019
• https://www.weforum.org/reports/the-future-of-jobs-report-2018
• https://www.mckinsey.com/featured-insights/future-of-work/retraining-and-reskilling-workers-in-the-age-of-automation
• https://www.forbes.com/sites/stephaniedenning/2018/12/27/2019-business-trends-executives-need-to-consider/#10a7f6ab229e
• https://www.ceguide.org/Strategies-and-examples/Sell/Digitization-and-virtualization
• http://www.businessendofclimate.org/
• https://www.c2es.org/content/internal-carbon-pricing/
• https://www.sustainablebusinesstoolkit.com/why-disclose-carbon-emissions-information/


กำลังโหลดความคิดเห็น...