xs
xsm
sm
md
lg

จุดพลุ! ไทยอีสเทิร์นจับมือม.เกษตรแก้โจทย์ใหญ่ความยั่งยืนปาล์ม-ยางพารา รุกสร้างซัพพลายเชนแข็งแกร่ง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ไทยอีสเทิร์นฯ ชี้โจทย์ใหญ่ยางพารา-ปาล์มคือความไม่ยั่งยืน เดินหน้าแก้โจทย์ร่วมมือม.เกษตรฯ สร้างหลักสูตร มุ่งวางรากฐานสร้างงานวิจัยเพิ่มมูลค่า พร้อมสร้างคนรองรับตลอดทั้งซัพพลายเชน

นายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ที่ 4 จากขวา) และนายเฉลิม โกกนุทาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(ที่ 3 จากขวา) กับนางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น อินดัสเตรียล แลนด์ จำกัด และบริษัท ไทยอีสเทิร์นกรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (ที่ 2 จากขวา) ร่วมลงนามการจัดทำหลักสูตรการสอนด้านยางพาราและปาล์ม พร้อมทั้งการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ด้านยางพาราและปาล์ม

โจทย์ใหญ่ในวันนี้ของปาล์มน้ำมันและยางพาราซึ่งเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยคือจะทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งมีหลายส่วน ส่วนแรกคือราคาผลผลิตที่ตกต่ำอย่างมาก จึงไม่จูงใจเกษตรกรให้ปลูกและเก็บเกี่ยว ดังนั้น ต้องทำให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นหรือต้องลดต้นทุนการผลิต ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มเงินในกระเป๋าให้กับเกษตรกร ส่วนที่สองคือการแข่งขันหรือการใช้พืชอื่นทดแทนปาล์มและยางพารา บริษัทฯ จึงต้องพยายามดึงลูกค้ามาร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการ และเป็นจุดที่ทำให้บริษัทฯ ชักชวนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้ามาร่วมวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับปาล์มและยางพารา โดยเริ่มจากการพัฒนาหลักสูตรเฉพาะ จากนั้นจะก้าวต่อไปด้วยการเชิญชวนลูกค้าเข้ามาเป็นพันธมิตรในการทำงานวิจัย เพราะเป้าหมายที่ต้องการคือการสร้างความร่วมมือทั้งซัพพลายเชน ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

“ความร่วมมือลักษณะนี้เป็นครั้งแรก เพราะเราอยากได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ใครที่เกี่ยวข้องกับเราดึงมาร่วมกัน เพื่อสร้างบุคลการป้อนเข้าสู่แต่ละส่วนของซัพพลายเชน การลงนามความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้น เป็น เครื่องมือหนึ่งในการสร้างความยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างขาดแคลนตั้งแต่ต้นน้ำคือเกษตรกร กลางน้ำคือโรงงานแปรรูป และปลายน้ำคือผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูป เพราะโจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรให้บุคลากรและผู้เชี่ยวชาญทั้งซัพพลายเชนมีความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนได้ในที่สุด” นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น อินดัสเตรียล แลนด์ จำกัด และบริษัท ไทยอีสเทิร์นกรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด กล่าว

การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไทยอีสเทิร์นกรุ๊ปโฮลดิ้งส์จำกัด และบริษัท ไทยอีสเทิร์นอินดัสเตรียลแลนด์ จำกัด กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ทางด้านยางพาราและปาล์ม การทำวิจัยทางด้านยางพาราและปาล์ม รวมทั้ง พัฒนาห้องปฏิบัติการมาตรฐานและห้องปฏิบัติการนวัตกรรมทางด้านยางพาราและปาล์ม

“ทรัพยากรมนุษย์เป็นส่วนสำคัญที่สุด เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าและยั่งยืน มหาวิทยาลัยมีหน้าที่สร้างคนและสร้างบัณฑิตไปรับใช้สังคม ช่วยกันพัฒนาชาติ ซึ่งการร่วมมือกับเอกชนในครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ พร้อมกับงานวิจัยที่เป็นประโยชน์และยกระดับเกษตรกรของไทยอีกด้วย”นายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โดยในส่วนของมหาวิทยาลัยฯ มีบทบาทคือ1. จัดทำหลักสูตรการสอนทางด้านยางพาราและปาล์ม 2. จัดหาประธานหลักสูตรและบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสม เพื่อเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านยางพาราและปาล์ม 3. ศึกษา วิจัย และพัฒนางานวิจัยทางด้านยางพาราและปาล์ม รวมถึงจัดหานักวิจัยที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมมาทำงานวิจัย และ4. จัดหาเครื่องมือ สถานที่ และบุคลากรให้มีความพร้อมในการรับบริการทดสอบตัวอย่าง

สำหรับภาคเอกชนมีบทบาทคือ 1.ให้การสนับสนุนในการจัดทำหลักสูตรการสอนทางด้านยางพาราและปาล์ม 2.จัดเตรียมหัวข้อวิจัยและแนวทางการจัดการด้านทุนวิจัยสำหรับดำเนินการวิจัย และ3. ให้การสนับสนุนในการส่งตัวอย่างทดสอบของหัวข้อวิจัย

ความร่วมมือครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อภาคเกษตรกรรมโดยรวม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยางพาราและปาล์มน้ำมัน ได้แก่ 1. ด้านองค์ความรู้ เช่น การคิดค้นหลักสูตรเพื่อสร้างบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมเกษตรด้านยางพาราและปาล์มน้ำมัน รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรเพื่อพัฒนาผลผลิตต่อไป และ2. ด้านงานวิจัย จะร่วมกันวิจัย คิดค้น สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งในอนาคตจะผลักดันให้เกิดความร่วมมือกันระดับสากล ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกลุ่มบริษัทฯ นั่นคือ “พันธมิตรทางธุรกิจระดับโลกที่ยั่งยืน” หรือ “ Your Global Partner for Sustainability”

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังนำแนวคิดเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) มาใช้ด้วยการชักชวนทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมมือกับภายใต้ศูนย์เรียนรู้ เพื่อสร้างเครือข่าย แต่จะร่วมมือกันได้นั้นทุกส่วนต้องยอมรับ เช่น ลูกค้าต้องเข้าใจสิ่งที่บริษัททำ ซึ่งในการสร้างความร่วมมือกับม.เกษตรฯ ครั้งนี้ ก็เพื่อวางรากฐานหลักสูตร แล้วสร้างเป็นมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะยั่งยืนและมีการจัดการที่ถูกต้อง โดยสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นคือ การแบ่งปันข้อมูล และการแบ่งปันเทคโนโลยีในโลกยุคใหม่ เช่น การใช้ AI การทำ Data Mapping ซึ่งเป็นการปรับตัวสู่เกษตร 4.0 ส่วนงานวิจัยต้องตอบโจทย์ในเชิงพาณิชย์ เป็นผลงานที่สร้างรายได้ และมูลค่าเพิ่มให้กับปาล์มน้ำมันและยางพาราได้สูงถึง 25-40 เท่า

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ เริ่มต้นจากการทำเกษตรกรรม พัฒนาสู่อุตสาหกรรมเกษตรด้วยการก่อตั้งโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม เพื่อรองรับผลผลิตที่จังหวัดชลบุรี เมื่อปี พ.ศ.2535 และขยายสู่ธุรกิจอื่นๆ เช่น โรงงานผลิตน้ำยางข้น ยางแท่ง ยางแท่งเกรดพิเศษ ฯลฯ ปัจจุบันกลุ่มบริษัท มี 5 ธุรกิจ ประกอบด้วย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน พลังงาน ขนส่ง และธุรกิจร่วมทุน โดยกลุ่มบริษัทเป็นโรงงานยางแท่งที่ใหญ่สุดในภาคตะวันออก และเป็นกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) ใหญ่สุดในประเทศไทย นอกจาก ยังดำเนินธุรกิจ logistic เพื่อสร้างความสะดวกให้กับเกษตรกรผู้ผลิต มีจุดรับซื้อวัตถุดิบทั้งภาคกลาง ตะวันออก อีสาน และเหนือ

สำหรับธุรกิจยาง เน้นลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยม เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของลูกค้าในระดับ Global Brand เช่น ผู้ผลิตยางล้อรถยนต์ บริดจ์สโตน , มิชลิน , ซูมิโตโม ฯลฯ และผู้ผลิตถุงมือยาง ส่วนธุรกิจปาล์มน้ำมัน มีการจัดส่งให้ผู้ผลิตทั้งที่เป็นกลุ่มน้ำมันปรุงอาหาร และกลุ่มน้ำมัน B100 ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ผลิตในระดับ Top 5 ของประเทศ


กำลังโหลดความคิดเห็น...