xs
xsm
sm
md
lg

ทำไม UN ยกย่องตลาดหุ้นไทย บจ.เปิดข้อมูลยั่งยืนดีเด่น /ดร.สุวัฒน์ ทองธนากุล

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นี่ก็ใกล้สิ้นปี 2561 แล้ว ถ้าถามว่าอะไรคือ ผลงานที่น่าภูมิใจของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำปีนี้ ผมขอยกให้การที่องค์การสหประชาชาติประกาศให้รับรางวัล “United Nation Sustainable Stock Exchange Market Transparency Award” ในงาน World Investment ที่กรุงเจนีวา
ตลาดหลักทรัพย์ไทยได้รับรางวัลนี้ เพราะมีบริษัทจดทะเบียนร่วมมือกันเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนมากที่สุดในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ นับเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย และเป็นอันดับ 7 จากตลาดหลักทรัพย์ที่เข้ารอบ 35 แห่งทั่วโลก (ตลาดซึ่งมีบจ.ที่มีรายได้ ระดับ 1 พันล้านเหรียญขึ้นไปมากกว่า 10% ของทั้งตลาด)
กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ รับรางวัล “United Nations Sustainable Stock Exchanges Market Transparency Award” เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ที่ประชุม SSE Global Dialogue ในงาน World Investment Forum (WIF) 2018 กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นผลจากการจัดอันดับตลาดหลักทรัพย์ที่มี บจ. เปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนโดดเด่นและมีคุณภาพมากที่สุด
ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งไปร่วมประชุม SSE Global Dialogue 2018 ในงานดังกล่าวและเป็นผู้รับรางวัลครั้งนี้ และให้ข้อมูลที่น่าสนใจ
“นับเป็นความสำเร็จจากการผลักดันและส่งเสริมให้ บจ. เปิดเผยข้อมูลอย่างมีคุณภาพและโปร่งใส โดยประเทศไทยมีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดจากอันดับโลกที่ 40 ในปี 2556 เป็นอันดับที่ 10 ในปี 2560 และขึ้นอันดับ 7 ในปี2561 อีกทั้งเป็นที่หนึ่งของกลุ่มตลาดเกิดใหม่และเอเชียที่มีบจ. เปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนโดดเด่นที่สุด”
จากรายงานการจัดอันดับระบุว่า "บจ.ไทยมีการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งส่งเสริมและยกระดับคุณภาพการรายงานความยั่งยืนของบจ. ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ผ่านการอบรมความรู้ที่เน้นลงมือปฏิบัติควบคู่กับการพัฒนาคู่มือการรายงานความยั่งยืน เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยบจ.เพิ่มประสิทธิภาพการรายงานให้ดียิ่งขึ้น”
การจัดอันดับครั้งนี้เปิดเผยในรายงาน Sustainable Stock Exchanges Initiative “2018 Report on Progress” เรื่อง Measuring Sustainability Disclosure จัดทำโดย Corporate Knights และ AVIVA สำรวจจากบจ.ทั่วโลกจำนวน 4,300 แห่ง ที่อยู่ในฐานข้อมูลของ FTSE Russell ESG Research ซึ่งเป็นผู้จัดทำดัชนี FTSE โดยพิจารณาตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน 7 ประเด็น ได้แก่ 1) การจัดการก๊าซเรือนกระจก 2) การใช้พลังงาน 3) การใช้น้ำ 4) การจัดการของเสีย 5) อัตราการบาดเจ็บจากการทำงาน 6) อัตราการลาออกของพนักงาน และ 7) สัดส่วนจำนวนพนักงานชั่วคราวต่อพนักงานทั้งหมด
ผลการจัดอับดับตลาดหลักทรัพย์ 10 อันดับแรกในรายงาน Measuring Sustainability Disclosure ปี 2018 ได้แก่ 1) ตลาดหลักทรัพย์เฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ 2) ตลาดหลักทรัพย์ยูโรเน็กซ์-ปารีส ประเทศฝรั่งเศส 3) ตลาดหลักทรัพย์สเปน 4) ตลาดหลักทรัพย์เยอรมนี 5) ตลาดหลักทรัพย์ยูโรเน็กซ์-อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ 6) ตลาดหลักทรัพย์อิตาลี 7) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 8) ตลาดหลักทรัพย์โจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ 9) ตลาดหลักทรัพย์ออสโล ประเทศนอร์เวย์ และ 10) ตลาดหลักทรัพย์สวิตเซอร์แลนด์
กฤษฎา เสกตระกูล รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า “ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งเสริมให้บจ.ดำเนินงานโดยคำนึงถึงการสร้างผลดีด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล หรือ ESG (Environmental, Social, Governance)
ทั้งนี้ มีการอบรม ให้คำปรึกษาและประเมินผลความยั่งยืนสำหรับบจ. มีการจัดทำรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” หรือ Thailand Sustainability Investment : THSI การจัดทำดัชนี SETTHSI การยกย่องบจ.ที่เป็นต้นแบบการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่านการมอบรางวัล SET Sustainability Awards
ยิ่งกว่านั้นยังส่งเสริมให้บจ.ยกระดับการประเมินความยั่งยืนและเข้าสู่การเป็นสมาชิกดัชนีระดับสากล Dow Jones Sustainability Indices : DJSI นับเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับตลาดทุนไทย และสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

ข้อคิด..

มีใครเคยสงสัยไหมว่า เหตุใดจึงมีบริบทที่ถอนตัวออกจากการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คำตอบข้อหนึ่งก็คือ มีกฎระเบียบบังคับให้ต้องรายงานผลการดำเนินงานและ “เปิดเผยข้อมูล”
การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่นักลงทุนมืออาชีพต้องการเพื่อใช้ประโยชน์ในการติดตามสถานการณ์และวิเคราะห์แนวโน้ม เพื่อการตัดสินใจในการลงทุน
สำคัญถึงขนาดกลไกด้านการลงทุนระดับโลกในสังกัดสหประชาชาติ พยายามผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกต้องเปิดเผยข้อมูล และถึงกับให้รางวัลยกย่องตลาดที่ทำได้ดีอย่างตลาดหลักทรัพย์ไทย
ทำไมแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) จึงเป็นหลักสำคัญก็เพราะนักลงทุนมืออาชีพประจักษ์ชัดว่า การดูข้อมูลจากรายงานประจำปี ซึ่งเป็นการแสดงผลทางการเงินนั้น ไม่ได้แสดงให้เห็นผลกระทบจาก ESG คือ การกระทำในหมวดสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคมหรือผู้มีส่วนได้เสีย (Social/Stakeholder) และธรรมาภิบาล (Governance)
ตัวอย่างเช่นการไม่ใส่ใจต่อเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน เมื่อมีพนักงานบาดเจ็บ บริษัทก็ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล อาจขาดแรงงาน ขณะที่ต้องจ่ายค่าแรง พร้อมกับประสิทธิภาพงานอาจลดลง จนเกิดผลกระทบต่อผลงานและยอดขาย
ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าขณะที่ก.ล.ต.ออกเกณฑ์บังคับให้บจ.ต้องส่งรายงานตามแบบ (56-2) ซึ่งมีหมวดเกี่ยวกับเนื้อหาด้านผลการดำเนินงานที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR)
หากบริษัทได้ทำเต็มที่ ก็มีข้อมูลที่ดีสะท้อนผ่านการแสดงออกด้วยการจัดทำรายงานที่เรียกว่า รายงานความยั่งยืน (SD Report) ซึ่งครอบคลุมบทบาทที่ส่งผลต่อมิติการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (E) ความรับผิดชอบต่อสังคม (S)และมีธรรมาภิบาล (G)
รายงานที่ว่าอาจจะอยู่ในรูปแบบสิ่งพิมพ์หรือผ่านระบบดิจิทัลก็ย่อมได้ แต่ที่สำคัญรายงานผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะผลการกระทำที่มิได้ปรากฏในงบการเงิน แต่ได้เปิดเผยผ่านรายงานความยั่งยืน จึงเป็นการสื่อสารกับผู้ลงทุน
ตลาดหลักทรัพย์จึงจำเป็นต้องส่งเสริมการพัฒนาการจัดทำรายงานของบจ.ให้ดีขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ

suwatmgr&gmail.com