xs
xsm
sm
md
lg

หนุนโลจิสติกส์-ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม สกว.ส่งมอบทอท.“แผนงานจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

แนวคิดการบริหารจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า (บน) รถขนส่ง (ล่าง)
สกว.ส่งมอบแผนงาน“แผนงานจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า” ให้แก่ ทอท. โดยจดลิขสิทธิ์ในชื่อ “ระบบการจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า” หวังสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ตามนโยบาย 4.0 และลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม หวังใช้ประโยชน์ใน 6 สนามบิน เริ่มที่การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นแห่งแรก อนาคตเตรียมขยายผลใช้งานให้ครอบคลุมทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ
ผู้บริหารสกว.-ทอท.-นักวิจัย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จัดพิธีการส่งมอบผลการวิจัยโครงการ “แผนงานระบบการจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า” ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้าด้านโลจิสติกส์ สกว. ให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดการโลจิสติกส์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมี ศ. นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. เป็นผู้ส่งมอบแก่ นายวีระยุทธ ปลากัดทอง รองผู้อำนวยการ ทอท.

ผศ. ดร.จรรยา ชาญชัยชูจิต ผู้อำนวยการ แผนงานระบบการจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า สกว. สังกัดมหาวิทยาลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า ระบบการขนส่งทางถนนเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลจิสติกส์ที่มีบทบาทสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่ปัญหาหลักของการขนส่งทางถนนคือมีต้นทุนการดำเนินการและปล่อยค่ามลพิษทางอากาศที่สูงเมื่อเทียบกับการขนส่งรูปแบบอื่น ดังนั้น หากประเทศไทยต้องการลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ประเทศไทยจำเป็นต้องลดต้นทุนการขนส่งทางถนนลงให้ได้ ซึ่งวิธีหนึ่งที่สามารถลดต้นทุนการขนส่งทางถนนลงได้คือการลดการขนส่งเที่ยวเปล่า ซึ่งหมายถึงการขนส่งที่ไม่มีการบรรทุกสินค้ากลับจากการขนส่งสินค้า

จากงานวิจัยของ ผศ. ดร. จรรยา และคณะ พบว่าสัดส่วนการขนส่งรถเที่ยวเปล่าของประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 95 ในขณะที่ประเทศอื่นๆ เช่น อังกฤษ เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ที่มีการบริหารจัดการที่ดีจะอยู่ที่ร้อยละ 20-30 ดังนั้น งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการลดการขนส่งรถเที่ยวเปล่าจึงมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อช่วยในการลดต้นทุนการขนส่งทางถนนลงได้ คณะนักวิจัยจึงพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่าในรูปแบบ web-based service (www.smartbackhaul.com) เพื่อทำหน้าที่เป็นระบบปฏิบัติการในลักษณะตัวกลาง (3PL - broker) ในการบริหารจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่าระหว่างบริษัทขนส่งและตัวแทนผู้นำเข้าและส่งออก

ทั้งนี้ ระบบจะทำการจัดเส้นทางการขนส่งที่เหมาะสมให้กับการขนส่งสินค้า โดยใช้ทฤษฎีการจัดเส้นทางรถขนส่ง (Vehicle Routing Problem หรือ VRP) ร่วมกับการสร้างอัลกอริทึมและตัวแบบทางคณิตศาสตร์ เพื่อสร้างรายการจับคู่ความต้องการที่เหมาะสมและดีที่สุด สำหรับรถบรรทุกเที่ยวเปล่ากับสินค้าที่รอขนส่งในรูปแบบการรวมสินค้า (consolidated truck) สำหรับรถบรรทุกขนส่ง ซึ่งผลลัพธ์จากงานวิจัยจะนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ในพื้นที่เขตปลอดอากร (Free zone) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการรถบรรทุกที่เข้ามาใช้บริการเพื่อนำเข้าและส่งออกสินค้า
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดปริมาณของรถบรรทุกที่เข้าออกภายในพื้นที่ ลดปัญหาความแออัดของพื้นที่ และลดต้นทุนการขนส่งที่ไม่เกิดประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการ ทั้งยังเป็นโครงการนำร่องในการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคการขนส่ง และที่สำคัญเป็นการเพิ่มตัวชี้วัดประสิทธิภาพของโลจิสติกส์ (Logistics Performance Index หรือ LPI) ให้แก่ประเทศตามตัวชี้วัดของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564) จากการลดระยะเวลาในการดำเนินการนำเข้าและส่งออกสินค้า

สำหรับแผนงานในอนาคต คณะนักวิจัยจะพัฒนาเทคโนโลยีแพลทฟอร์มด้านการบริหารจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่าอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้สามารถบูรณาการกับการบริหารงานด้านการขนส่งได้แบบครบวงจร ประกอบด้วย ระบบการควบคุมและตรวจติดตามการขนส่งสินค้า การจัดการระบบคิว และการบริหารระบบจราจรภายในพื้นที่เขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระบบสารสนเทศสำหรับการบริหารการขนส่งสินค้า เพื่อให้ระบบสามารถบริหารการทำธุรกรรมและการดำเนินงานการขนส่งได้อย่างเต็มรูปแบบ

รวมทั้งการวิเคราะห์วิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) ที่รวบรวมวิชาและเทคโนโลยีการจัดการข้อมูล เช่น Big data, Machine Learning และ AI มาจัดการข้อมูลเพื่อให้ระบบเป็นระบบอัจฉริยะที่สามารถประมวลผลและพยากรณ์ข้อมูลได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในเชิงลึก เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนในการตัดสินใจในการจัดการขนส่งเที่ยวเปล่าให้มีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐ ประเทศไทย 4.0 ด้านโลจิสติกส์และการขนส่งโดยใช้ในการปฏิรูปองค์กรด้วยดิจิทัล (Digital transformation) มาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ

รองผู้อำนวยการ ทอท. กล่าวถึงการวางแผนขยายผลการนำแพลทฟอร์มการบริหารจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า ว่าจะนำไปใช้ในสนามบินอีก 5 แห่งทั่วประเทศไทยที่อยู่ภายใต้การบริหารงาน ประกอบด้วย สนามบินนานาชาติดอนเมือง สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ สนามบินนานาชาติภูเก็ต และสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยในอนาคตแพลทฟอร์มดังกล่าวจะยังสามารถขยายผลไปใช้ในท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือสงขลา และสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ICD) ลาดกระบัง เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่าให้ครอบคลุมทุกรูปแบบการขนส่ง ทั้งทางอากาศ ทางถนน ทางราง และทางทะเล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในการลดต้นทุนโลจิสติกส์ อีกทั้งเป็นการลดปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อมจากภาคการขนส่งอีกด้วย

ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีที่คณะวิจัยได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า และจดลิขสิทธิ์ในชื่อ “ระบบการจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า” รวมถึงพัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถจับคู่ความต้องการรถบรรทุกเที่ยวเปล่ากับสินค้าที่รอขนส่งได้อย่างเหมาะสม เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านโลจิสติกส์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง ทอท.ได้ให้ความสนใจร่วมให้ข้อมูล ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และอำนวยความสะดวกให้คณะวิจัยเข้าเก็บข้อมูลในพื้นที่ ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้ให้ความอนุเคราะห์แก่คณะวิจัยในการพัฒนาระบบการจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า จนสามารถดำเนินงานทุกด้านลุล่วงไปได้ด้วยดี มีผลงานอันถือได้ว่าเป็นประโยชน์สมกับที่ได้มุ่งหวังไว้


กำลังโหลดความคิดเห็น...