xs
xsm
sm
md
lg

ชูมหาวิทยาลัยไทย มุ่งสู่Innovation Hubs

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ทปอ.เร่งเครื่องบทบาทมหาวิทยาลัยยุคใหม่ ขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรม หรือ Innovation Hubs  ล่าสุดโชว์ 5 กลุ่มงานวิจัยตามยุทธศาสตร์ชาติ ผ่าน “ยูนิเวอร์ซิตี้เอ็กซ์โป 2018” รุกวางนโยบายและเดินหน้าพันธกิจพร้อมสนับสนุน

การมุ่งหน้าขับเคลื่อนประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อให้หลุดจากการเป็นประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลางให้ได้ นั้น ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันเดินหน้าผลักดันอย่างเต็มที่ ล่าสุด ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) สนองนโยบายรัฐบาลด้วยการชูบทบาทมหาวิทยาลัยยุคใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรม หรือ Innovation Hubs โดยมุ่งเน้นไปที่ 5 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ 1. Agriculture&Food ศูนย์นวัตกรรมเกษตรและอาหาร 2.Ageing Society ศูนย์นวัตกรรมสังคมสูงอายุ 3.Smart City ศูนย์รวมนวัตกรรมด้านเมืองอัจฉริยะ 4.Bionergy ศูนย์รวมนวัตกรรมด้านพลังงานชีวภาพ และ 5.Creative Economy ศูนย์รวมนวัตกรรมด้านสินค้าหรือการบริการสร้างสรรค์

ศ.ดรสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการใช้ความรู้จากผลงานวิจัยและองค์ความรู้ที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยมาตอบโจทย์ในการพัฒนาประเทศ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจึงวางแนวทางให้แต่ละมหาวิทยาลัยเร่งผลักดันให้มหาวิทยาลัยภายใต้เครือข่ายทั้ง 160 แห่ง นำผลงานที่เกิดจากการคิดค้นทั้งในแง่ของงานวิจัย การประดิษฐ์เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้ง ระบบสารสนเทศต่างๆ ที่มีความอัจฉริยะ มาร่วมต่อยอดและขยายผลให้เกิดชิ้นงานแบบใหม่ๆ ร่วมกัน และการใช้งานได้จริง

โดย ทปอ.มุ่งผลักดันและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาผ่านกลไกการสร้าง “ศูนย์นวัตกรรม หรือ Innovation Hubs” ซึ่งจะทำหน้าที่ทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ นำความรู้ที่มีอยู่มาต่อยอดขยายผลให้เกิดการใช้งานได้จริงทั้งในรูปแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการนำผลงานวิจัยมาใช้ให้เกิดผลผลิตที่เป็นได้ทั้งสินค้าหรือการบริการ ศูนย์กลางด้านนวัตกรรม หรือ Innovation Hubs ดังกล่าว จะมุ่งเน้นไปที่ 5 กลุ่มงานสำคัญ

1. Agriculture&Food หรือศูนย์นวัตกรรมเกษตรและอาหาร มุ่งเน้นการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพชั้นนำเพื่อการบริโภคและส่งออก รวมถึงการส่งเสริมสตาร์ทอัพ การผลิตเทคโนโลยีและนวัตกรรมในด้านบรรจุภัณฑ์ ผลิตผลทางการเกษตร รวมทั้งอาหารรูปแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ตามกระแสที่ผู้บริโภคกำลังให้ความสนใจ โดยนวัตกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ข้าว Probiotic พร้อมชง จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และการพัฒนาโดรนอัจฉริยะเพื่อใช้ในการเกษตร จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ฯลฯ

2. Ageing Society หรือ ศูนย์นวัตกรรมสังคมสูงอายุ มุ่งเน้นอาหารเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุและการดูแลฟื้นฟูสุขภาพเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศและของโลก รวมทั้งนวัตกรรมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยหรือผู้พิการที่กำลังทวีคูณเพิ่มขึ้นในสังคม โดยมีตัวอย่างนวัตกรรมที่น่าสนใจ อาทิ หุ่นยนต์แพทย์เคลื่อนที่อัจฉริยะเพื่อการวินิจฉัยและรักษาผ่านระบบโทรเวช จากมหาวิทยาลัยมหิดล และ “อิ่มละมุน” เจลลี่ผักสมุนไพรที่เป็นแหล่งของเหล็กสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาการกลืน จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นต้น

3. Smart City หรือศูนย์รวมนวัตกรรมด้านเมืองอัจฉริยะ มุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มจากข้อมูลเพื่อคมนาคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่และสาธารณูปโภค ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมืองเพื่อให้มีความอัจฉริยะ โดยมุ่งเน้น 5 ด้าน ได้แก่ Smart Mobility (การจราจร การขนส่ง) Smart Living (ด้านความเป็นอยู่และความปลอดภัย) Smart Economy (ด้านการลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจ) Smart Environment (ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน) และSmart Utility (การบริหารจัดการสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะของเมือง) โดยมีต้นแบบนวัตกรรมที่น่าสนใจ เช่น วงจรปุ่มกดช่วยเหลือไร้สายในบ้านเพื่อดูแลผู้สูงอายุ จากมหาวิทยาลัยบูรพา “Intergrated Smart City Cloud Platform” จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นต้น

4. Bionergy หรือศูนย์รวมนวัตกรรมด้านพลังงานชีวภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาพลังงานชีวภาพที่เป็นฐานทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะก๊าซชีวภาพและชีวมวลสำหรับชุมชน รวมถึงการนำสิ่งที่ใช้แล้วมาพัฒนาเป็นพลังงานต่างๆ โดยนวัตกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ศูนย์นวัตกรรมแปรรูปชีวมวลเหลือทิ้งด้วยนวัตกรรมเป็นเชื้อเพลิงแข็ง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการสร้างศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและติดตั้งต้นแบบระบบผลิตก๊าซไบโอมีเทนอัด จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

5. Creative Economy หรือศูนย์รวมนวัตกรรมด้านสินค้าหรือการบริการสร้างสรรค์ มุ่งเน้นการพัฒนาการใช้ต้นทุนหรือศักยภาพที่มีอยู่ในชุมชน หรือท้องถิ่นในด้านต่างๆ อาทิ ภูมิปัญญา ความหลากหลายทางวัฒนธรรม งานฝีมือ การออกแบบ รวมทั้งอุตสาหกรรมบันเทิงเพื่อก่อให้เกิดมูค่าใหม่ตามแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยนวัตกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ภาชนะรองรับทางชีวภาพอย่างสร้างสรรค์ และผ้ากะทองจากมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นต้น

ล่าสุด เมื่อเร็วๆ นี้ ทปอ.ได้จัด University Expo 2018 มหกรรมอุดมศึกษาพลังขับเคลื่อนประเทศไทย โดยมีการนำเสนอผลงานนวัตกรรม 5 กลุ่มกว่า 30 ชิ้นงานจากสถาบันอุดมศึกษาภายใต้เครือข่าย เป็นตัวอย่างการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมเพื่อก้าวไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ของประเทศไทย ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ

สำหรับนโยบายในการสนับสนุน Innovation Hub ก้าวต่อไป ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีพันธกิจในการส่งเสริมภายใต้ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1. การขยายความร่วมมือระหว่างเอกชน รัฐบาล และมหาวิทยาลัยเพื่อร่วมกันสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ 2. การพัฒนาพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐาน หรือสถาบันด้านนวัตกรรมและการวิจัยให้เกิดขึ้นทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพภายใต้พื้นที่มหาวิทยาลัยและพื้นที่โดยรอบ 3. การสรรหาและเข้าสู่การเป็นส่วนเติมเต็ม โดยจะเร่งผลักดันให้มหาวิทยาลัยนำองค์ความรู้ งานวิจัย และสิ่งประดิษฐ์เข้าไปช่วยพัฒนาและแก้ปัญหาในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และ 4. การพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรุู้และนวัตกรรม เริ่มตั้งแต่ในระดับผู้บริหารระดับสูง คณบดี ครูอาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรทั่วไปให้มีแนวความคิดในการผสมผสานการประยุกต์นวัตกรรมกับทักษะแต่ละด้านที่ตนเองถนัดหรือสนใจ โดยใช้ปัจจัยและระบบนิเวศที่เพียบพร้อมของสถาบันและบริบทโดยรอบเป็นตัวขับเคลื่อน


กำลังโหลดความคิดเห็น...