xs
xsm
sm
md
lg

สมอ. สัญจร ลงพื้นที่ภาคเหนือ ปูพรมตรวจร้านจำหน่าย-ให้ความรู้สร้างเครือข่ายด้านการมาตรฐาน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online



สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จัดสัมมนา “สมอ. สัญจร” ลงพื้นที่ภาคเหนือ ปูพรมตรวจร้านจำหน่าย ให้ความรู้เรื่องการมาตรฐานครบวงจร แก่ผู้ประกอบการ SMEs ผู้ผลิตชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนา “สมอ. สัญจร” ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 ไปสู่การปฏิบัติในส่วนภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคอุตสาหกรรมอย่างครอบคลุม และผลักดันให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้บริบทของอุตสาหกรรม 4.0 ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการพัฒนาเชิงพื้นที่เข้ากับการพัฒนาอุตสาหกรรม ส่งเสริมและพัฒนา SMEs ซึ่งเป็นรากฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศจากการสร้างความเข้มแข็งภายใน (Local Economy) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการและ SMEs สู่การเป็น Smart SMEs
เริ่มจากการกระตุ้นให้ SMEs ไทยเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ ไปสู่การดำเนินธุรกิจที่ทันสมัยและก้าวทันโลก โดยนำเทคโนโลยี/ระบบดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ และเชื่อมโยงกับวิสาหกิจขนาดใหญ่เป็น Supply Chain ที่เข้มแข็ง อีกทั้งขับเคลื่อนระบบราชการ 4.0 ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และการบริการที่ดี พัฒนา Big Data เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางในการวางนโยบายที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุ่งสู่การมีธรรมาภิบาลในการบริหารราชการ (Good Governance) มีความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ ในทุกมิติ และในส่วนของ การมาตรฐาน สมอ. ก็กำลังขับเคลื่อนนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ในรูปแบบของการมาตรฐาน 4.0 เช่นกัน


ณัฐพล รังสิตพล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า “สมอ.สัญจร” ที่จังหวัดพิษณุโลกในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ สมอ. จัดกิจกรรมโดยบูรณาการกิจกรรมหลายๆ ด้านที่เกี่ยวข้องกับบทบาทภารกิจการดำเนินงานด้านการมาตรฐานของ สมอ. ลงสู่พื้นที่ในส่วนภูมิภาค เพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs และผู้ผลิตชุมชน และการส่งเสริมความรู้ด้านการมาตรฐานให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมการสัมมนาจากจังหวัดพิษณุโลกและใกล้เคียง รวมกว่า 500 คน โดยภายในงานสัมมนาประกอบด้วย 6 กิจกรรม ดังนี้
•การสัมมนา “การยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนภายใต้แนวคิดเชิงเทคโนโลยีและนวัตกรรม” เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถึงแนวคิด ความจำเป็น และแนวทางในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการประกอบกิจการ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบการ เพื่อสร้างกลไกในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก ไปสู่ประเทศไทย ๔.๐
•การสัมมนา “การสร้างเครือข่ายบุคลากรท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน มอก. และการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไม่ได้มาตรฐานในพื้นที่ให้แก่เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
•การสัมมนา “การรับรองผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมตามมาตรฐาน มอก.”(เพื่อให้ความรู้ ด้านกระบวนการยื่นขออนุญาตและให้ความร่วมมือทางวิชาการแก่ผู้ประกอบการและเตรียมความพร้อมในการยื่นขอรับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐาน มอก.
•การสัมมนา “มอก. S มาตรฐานเพื่อ SMEs ไทย” เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ให้มีความรู้ ความเข้าใจในมาตรฐาน มอก.S เพื่อนำไปพัฒนา ยกระดับขีดความสามารถในการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน มอก. S รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถขอรับการรับรองให้แสดงเครื่องหมาย มอก. S ได้
•การจัดนิทรรศการและคลินิกให้คำปรึกษาแนะนำด้านการมาตรฐาน อาทิ การแสดงผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ประสบความสำเร็จและได้รับการรับรอง มผช. บูธประชาสัมพันธ์โครงการร้าน มอก. และคลินิกให้คำปรึกษาแนะนำด้านการรับรองมาตรฐานและการตรวจติดตามผล
•การปล่อยคาราวานตรวจติดตามร้านจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อตรวจติดตามการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้บริโภค
เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ. ได้ตรวจติดตาม เฝ้าระวังการจำหน่ายสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการใช้สินค้าได้อย่างปลอดภัย โดยผล การดำเนินงานด้านการตรวจติดตามร้านจำหน่าย ในระหว่างเดือนตุลาคม 2560-มกราคม 2561 สมอ. สามารถดำเนินการตรวจควบคุมร้านจำหน่ายไปแล้วทั้งสิ้น จำนวน 194 ร้าน 556 มาตรฐาน พบผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานและได้ดำเนินการยึดอายัดมูลค่ารวม 694.0929 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) ผลิตภัณฑ์เหล็ก มูลค่า 658.8139 ล้านบาท 2) ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า มูลค่า 32.4645 ล้านบาท 3) ผลิตภัณฑ์อาหาร มูลค่า 2.5876 ล้านบาท 4) ผลิตภัณฑ์โภคภัณฑ์ มูลค่า 0.1982 ล้านบาท 5) ผลิตภัณฑ์ยาง มูลค่า 0.0288 ล้านบาท
ขณะนี้ ผลิตภัณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ) มีจำนวน 106 รายการ ซึ่งผู้ทำและผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องได้รับอนุญาตจาก สมอ. ก่อนทำและนำเข้า ขณะเดียวกันผู้จำหน่ายก็ต้องจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมาย มอก. เท่านั้น ซึ่งหากพบว่ายังมีผู้ประกอบการและร้านค้ากระทำผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีและมีบทลงโทษตามฐานความผิด สำหรับบทลงโทษในกรณีทำหรือนำเข้า
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และแสดงเครื่องหมาย มอก. โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ เพื่อปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการ ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ
ในส่วนของประชาชนผู้บริโภคควรสังเกตเครื่องหมายมาตรฐาน บนผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อทุกครั้ง หรือให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานตามร้านที่มีสัญลักษณ์ ทั่วประเทศ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อร้าน มอก. ในเขตพื้นที่ใกล้เคียงของท่านได้ที่ www.tisi.go.th



กำลังโหลดความคิดเห็น...