xs
sm
md
lg

“รถไฟฟ้า” ไม่ใช่คำตอบเดียว เอ็นจีโออยากให้จำนวนรถยนต์ของโลกลดลงต่างหาก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


การเปลี่ยนโฉมรถยนต์จากรถที่ใช้พลังงานน้ำมัน เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (EV) แม้ว่าสร้างความตื่นตัวแก่ผู้บริโภคทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีนี้ ด้วยความชัดเจนที่ว่าใช้ทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงจากฟอสซิลซึ่งจะช่วยให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น

แต่สำหรับนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมกลับไม่ได้ยินดีนัก เพราะมองว่าแนวโน้มความต้องการรถยนต์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกกลับไม่ได้ลดลง จึงไม่ตอบโจทย์เรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง


ดังนั้น แนวโน้มของการจัดกิจกรรมรณรงค์ด้านการใช้รถยนต์ของโลกจึงไม่ใช่การส่งเสริมให้มีการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์จากพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น หากเป็นการรณรงค์ในรูปแบบอื่นๆ มากกว่า
แนวโน้มแรก คือ การส่งเสริมและผลักดันการปรับพฤติกรรมของการสัญจร ด้วยการส่งเสริมเยาวชนและคนรุ่นใหม่ให้เลือกใช้รถจักรยาน รถโดยสารประจำทาง หรือรถไฟในการสัญจรมากกว่าการขับขี่รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งในหลายประเทศได้รณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจัง
อย่างเช่นในเบอร์ลิน ที่ส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะ และในโคเปนเฮเกน ที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงในการใช้รถจักรยานมากกว่ารถยนต์ จากสัดส่วนของคนใช้จักรยานสูงกว่า 62% ของการเดินทางออกนอกบ้าน
หรืออย่างฝรั่งเศส ในเมืองลีอองน์ จำนวนรถยนต์ที่เข้าไปใช้ในเมืองลดลงไปถึง 20% เทียบกับทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากสถานีให้เช่ารถจักรยานมีเครือข่ายเชื่อมโยงกันทั้งเมือง และแนวโน้มดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไป โดยชาวเมืองตั้งเป้าหมายว่าจะลดจำนวนรถยนต์ให้ได้อีก 20% ในอนาคต
หรืออย่างใมมหานครลอนดอน มีการสร้างซูเปอร์ไฮเวย์สำหรับรถจักยาน ซึ่งได้รับการสนองตอบและยอมรับอย่างน่าพอใจ จนสัดส่วนของการเดินทางที่ใช้รถยนต์ลดลงมาถึง 1ใน 4 ตั้งแต่ปี1990
แนวโน้มที่สอง การจัดวัน Car Free Days เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในเมืองขนาดใหญ่ทั่วโลก เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและรสนิยมในการใช้ชีวิตในพื้นที่ที่มีเสียงหนวกหูจากยวดยานลดลง
อย่างเช่นในเมือง โบโกต้า เป็นหนึ่งในเมืองรุ่นบุกเบิกในลำดับแรกๆ ของโลกที่จัดวัน Car Free Day อย่างจริงจัง และกลายเป็นกิจกรรมประจำของเมือง จนขยายออกเป็น Car Free Week แทนระดับวันเดียวแล้ว
กิจกรรม Car-Free Week เริ่มมาตั้งแต่ปี 2013 เป็นกิจกรรมประจำปี ครอบคลุม 1,000 เมืองใน 40 ประเทศทั่วโลกแล้ว
นอกจากนั้น ในบางเมืองได้จัด Car-Free Zone และ Car-Free Sunday เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการปลอดรถยนต์อย่างเป็นรูปธรรมและติดตรึงตลอดทั้งปี ไม่ใช่เพียงกิจกรรมปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้เกิดการพัฒนาพฤติกรรมสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง
แนวโน้มที่สาม จากการจัดกิจกรรมของ World Economic Forum ที่ดาวอสเมื่อไม่นานมานี้ ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า สิ่งที่โลกให้การยอมรับในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์น้ำมัน แต่จะเป็นเรื่องของระบบขนส่งที่เน้นหลักความยั่งยืน ด้วยการสร้างเลนรถจักรยาน และการรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนใช้รถจักรยานเป็นอันดับแรก การสร้างถนนที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบรถจักรยาน สกู๊ตเตอร์หรือคาร์โก ไบรท์ แทนรถยนต์ การมีระบบขนส่งมวลชนที่ส่งเสริมการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถยนต์
แต่ในหลายประเทศ สัดส่วนของการใช้รถยนต์ยังสูงมาก เช่นในสหรัฐมีสัดส่วนรถยนต์ 5 คันต่อประชากร 10 คน เช่นเดียวกับในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ที่ยังคงมีสัดส่วนที่สูงเช่นกัน หรือในลอสแองเจลิส พบว่า 14% ของพื้นที่ในเมืองหรือราว 200 ตารางไมล์ เป็นที่ใช้จอดรถยนต์
ขณะเดียวกัน หลายเมืองในโลกยังมีภาวะการจราจรติดขัดมากมาย อย่างในกรุงปักกิ่ง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ในภาพรวมของการใช้รถยนต์ ณ สิ้นปี 2016 ยังพบว่า มีรถยนต์วิ่งในถนนกว่า 72 ล้านคัน

กำลังโหลดความคิดเห็น...