xs
xsm
sm
md
lg

จุดติด"อาคารเขียว" บ้านจัดสรรเกาะกระแส 'รักษ์โลก'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online




  • จุดขายใหม่บ้านจัดสรร แอลพีเอ็น-แกรนด์ยูนิตี้ฯ-แมกโนเลียฯ ชู "อาคารเขียว" ธงนำ


  • เผยกฎหมายควบคุมอาคารเมินสิ่งแวดล้อม-ประหยัดพลังงาน ต้นเหตุทำพื้นที่สีเขียวหด




อาคารเขียวอาจจะเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตลาดอาคารที่พักอาศัย แต่ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ยุโรปหรือแม้แต่ในภูมิภาคเอเชีย เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว เพราะในประเทศดังกล่าว อาคารบ้านเรือน ทั้งอาคารที่พักอาศัยและอาคารเพื่อพาณิชยกรรม ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน ล้วนแต่ก่อสร้างขึ้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์อาคารเขียวเกือบทั้งหมด

ขณะที่เมืองไทยเพิ่งตื่นตัวกับเรื่องดังกล่าวไม่นานมานี้เอง อย่างไรก็ดี การก่อสร้างอาคารเขียวของไทยนั้น ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่อาคารพาณิชยกรรมขนาดใหญ่ เช่น อาคารสำนักงานมากกว่าอาคารพักอาศัย นั่นเป็นเพราะว่า ปัจจุบันผู้เช่าส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้เช่าต่างชาติที่ต้องการเช่าอาคารสำนักงานที่ก่อสร้างได้ตามมาตรฐานอาคารเขียว หรืออาคารประหยัดพลังงาน
ผศ.ดร.อรรจน์ เศรษฐบุตร
ผศ.ดร.อรรจน์ เศรษฐบุตร รองประธานสถาบันอาคารเขียวไทย เปิดเผยว่า การก่อสร้างอาคารประหยัดพลังงาน อาคารเขียวกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด อาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่กำลังจะสร้างเกือบทั้งหมดล้วนต้องนำมาตรฐานอาคารเขียวมาใช้ ต้องนำอาคารเข้าไปรับการรับรองอาคารเขียวจากสถาบันอาคารเขียวต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นโครงการใหม่ๆ ชูประเด็นการเป็นอาคารเขียวได้รับการรับรอง LEED จากสหรัฐอเมริกา DGNB จากเยอรมนี Green Mark ของสิงคโปร์ หรือ TREES จากสถาบันอาคารเขียวไทย ซึ่งเป็นสถาบันแห่งเดียวของไทยที่ออกมาตรฐานการรับรองอาคารเขียวในไทย

นั่นเป็นเพราะว่า กระแสความต้องการเช่าอาคารสำนักงานที่ได้มาตรฐานอาคารเขียว เพราะนอกจากจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้มาก เฉลี่ยอาคารเขียวจะประหยัดพลังงานได้มากกว่าอาคารทั่วไป 20-40%

ผศ.ดร.อรรจน์ บอกว่า การก่อสร้างอาคารเขียวไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีขั้นสูงหรือราคาแพงมากนัก หากมีการออกแบบและบริหารจัดการที่ดี ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้นบ้าง แต่จะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 3-5 ปี ขณะเดียวกันสามารถช่วยลดผลกระทบและเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว สำหรับอาคารเก่าสามารถปรับปรุงอาคารให้ประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม มีการจัดการที่ดี และนำเข้าไปรับรองอาคารเขียวได้

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ประกอบการบ้านจัดสรร เริ่มให้ความสำคัญกับการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยตามคอนเซ็ปต์อาคารเขียวแล้วหลายราย อาทิ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่นในเครือ ซีพี. และบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งก่อนหน้านี้ ให้ความสำคัญน้อยมาก การออกแบบอาคาร ก็ทำตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ซึ่งกฎหมายควบคุมอาคาร ก็ไม่ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว และการประหยัดพลังงานเลย ทำให้ปัจจุบันในกรุงเทพฯมีพื้นที่สีเขียวต่อประชากรน้อยที่สุดในเอเชีย
พิเชษฐ ศุภกิจจานุสันติ์
LPN ยึดหลัก “6 GREEN LPN”

พิเชษฐ ศุภกิจจานุสันติ์ กรรมการบริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยมีส่วนสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและชุมชนรอบข้าง บริษัทจึงให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การออกแบบและการพัฒนาโครงการ โดยได้กำหนดเป็นแนวทางในการบริหารและดำเนินงานในกระบวนการ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม สังคม รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนธุรกิจไปสู่ความอย่างยั่งยืน ซึ่งบริษัทได้นำหลัก Triple Bottom Line (3P) ที่บริษัทยึดเป็นแนวทางมากว่า 10 ปี ต่อยอดพัฒนาจนเกิดแนวคิดและกลยุทธ์ในแบบฉบับของ LPN หรือ “6 GREEN LPN”

“6 GREEN LPN” ประกอบด้วย Profit ผลประกอบการและเศรษฐกิจ คือ การสร้างสมดุลของผลตอบแทนบนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบในการประกอบกิจการด้วยความโปร่งใสและเปิดเผย รวมถึงการแบ่งปันผลตอบแทนไปสู่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ผ่านกลยุทธ์ Green Marketing Management หมายถึง การตลาดที่เป็นธรรมกับผู้บริโภคหรือลูกค้าและคู่แข่ง รวมถึง Green Financial Management คือ การกำหนดผลตอบแทนและการเติบโตขององค์กรให้เหมาะสม ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ รวมทั้งการจัดทำงบการเงินที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ เพื่อความโปร่งใสของงบการเงิน จัดให้มีระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ มีการเปิดเผยข้อมูล

People ได้แก่ Green Enterprise คือ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและทุนมนุษย์ ด้วยการกำหนดนโยบายระดับองค์กรที่มุ่งสู่ “องค์กรคุณค่า” แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืนและการจัดการทุนมนุษย์
และ Green Community Management คือการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยในโครงการ รวมทั้งดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยและชุมชนรอบโครงการ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ ด้วยกลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” ซึ่งไม่เพียงดูแลรักษาอุปกรณ์และทรัพย์สิน แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสุขและสังคมที่ดี มีความอบอุ่น ปลอดภัย และส่งเสริมจิตสำนึกของการใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

Planet สิ่งแวดล้อม ซึ่งการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีบทบาทและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลายด้าน บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดผลกระทบจากการพัฒนาโครงการในกระบวนการ (In process) ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง และดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนและชุมชนข้างเคียงภายหลังการส่งมอบ โดย Green Design Concept คือการออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทจะให้ความสำคัญกับการออกแบบและพัฒนาโครงการ ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์และการวางผังโครงการเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานอาคารเขียว (Green Building) ของสหรัฐอเมริกา (LEED - The Leadership in Energy and Environmental Design)

ขณะที่ Green Construction Process คือการบริหารจัดการผลกระทบที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในกระบวนการก่อสร้าง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากที่สุด บริษัทจึงพัฒนากระบวนการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
เนรมิต สร้างเอี่ยม
แกรนด์ ยูนิตี้ฯ ชูนิเวศวิทยาชุมชนเมือง

ขณะที่ เนรมิต สร้างเอี่ยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายพัฒนาโครงการอาคารชุดพักอาศัยให้มีพื้นที่สีเขียวมากกว่าโครงการทั่วไป เพราะต้องการสร้างสมดุลความเป็นอยู่ระหว่างคน สัตว์และต้นไม้ โดยมีเป้าหมายเติมพื้นที่สีเขียวกว่า 50% ของพื้นที่อยู่อาศัย ตามทฤษฎีใหม่นิเวศวิทยาชุมชนเมือง (Urban Ecology Condo) ซึ่งในทฤษฎีใหม่นี้มาใช้ในโครงการ ยู ดีไลท์ รัชวิภา ซึ่งเป็นอาคารชุดพักอาศัย สูง 23 ชั้น จำนวน 875 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 6 ไร่ บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต

นอกจากเรื่องของพื้นที่สีเขียวแล้ว ภายในโครงการยังได้จัดพื้นที่พิเศษสำหรับจอดจักรยาน เพื่อจูงใจให้ลูกบ้านใช้รถจักรยานในการเดินทาง เพื่อช่วยลดมลภาวะให้โลก พร้อมเลนจักรยานภายในโครงการ และยังมี Shuttle Van บริการรับ-ส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้า และศูนย์การค้าแบบ Car Pool ทางเดียวกันไปด้วยกัน อีกทั้งยังมีโครงการส่งเสริมการแยกขยะในคอนโดมิเนียมเพื่อนำไปรีไซเคิล ตามแนวคิด “คอนโดสร้างรายได้” ด้วยความเชื่อที่ว่า ลูกบ้าน คือ คนรุ่นใหม่คนที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ บริษัทจึงจัดสรรพื้นที่สำหรับทำโครงการผักสวนครัวส่วนกลาง กับสวน Organic พืชผักอินทรีย์ปลอดสาร ให้เจริญเติบโตด้วยวิธีแบบธรรมชาติ เพื่อโภชนาการที่ดีอย่างยั่งยืน และเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม

"การบริหารพื้นที่สีเขียวเพื่อความยั่งยืนของโครงการ คือ การเลือกสิ่งอำนวยความสะดวกและสิ่งแวดล้อมโครงการที่ไม่เป็นภาระของลูกบ้านในอนาคต เช่น การออกแบบล็อบบี้ให้เปิด Open Air โดยคำนึงถึงทิศทางการเข้าออกของลม เพื่อให้อากาศถ่ายเทเย็นสบาย โดยไม่ต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ส่งผลให้ช่วยลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากล็อบบี้จะเป็นบริเวณที่ใช้เพื่อเป็นทางผ่านในการขึ้นสู่ห้องพักเท่านั้น รวมถึงการใช้ต้นไม้ใหญ่ มีรากแก้ว จะช่วยให้ต้นไม้ทนทานต่อภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงในฤดูฝน มีพายุหรือลมแรง มักทำให้ต้นไม้ล้ม ทำให้ลูกบ้านต้องมีค่าใช้จ่ายในการกู้ต้นไม้หรือนำมาปลูกใหม่โดยไม่จำเป็น ทั้งนี้ การแยกขยะอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ขยะที่เกิดจากลูกบ้านกว่า 1,800 คนเปลี่ยนเป็นมูลค่าเกือบ 100,000 บาทต่อปี หรือเทียบเท่าค่าใช้จ่ายในการจ้างงานแม่บ้านได้ถึง 5 คน หรือ รปภ. 4 คน หรือค่าน้ำ 1.5 เดือน"
สุทธา เรืองชัยไพบูลย์
"แมกโนเลีย" ทำสวนแนวตั้ง

ด้าน สุทธา เรืองชัยไพบูลย์ ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่นในเครือ ซีพี. กล่าวว่า การพัฒนาโครงการของบริษัททุกแห่งจะให้ความสำคัญกับการพักอาศัยที่มีความสะดวกสบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกแบบโครงการจะต้องใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งได้ศึกษารูปแบบการลงทุนจากในหลายประเทศ ทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีและสิงคโปร์ ซึ่งในอเมริกาสามารถจัดวางผังโครงการให้มีพื้นที่เปิดโล่ง หรือพื้นที่สีเขียวได้มาก เพราะมีพื้นที่มาก รวมถึงสภาพภูมิอากาศในอเมริกายังเอื้ออำนวยต่อการทำพื้นที่เปิดโล่ง ขณะที่กรุงเทพฯติดข้อจำกัดที่ไม่สามารถนำพื้นที่มาทำพื้นที่สีเขียวแนวราบได้มากนัก ประกอบกับสภาพภูมิอากาศค่อนข้างร้อน จึงไม่เหมาะที่จะทำพื้นที่เปิดโล่ง บริษัทจึงเลือกทำสวนแนวตั้งแทน

"การทำสวนแนวตั้งเหมาะสำหรับเมืองที่มีพื้นที่จำกัด เช่น ในญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ก็ใช้วิธีทำสวนแนวตั้ง เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งประสบความสำเร็จมาก เพราะเกือบทุกโครงการจะออกแบบให้ใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้อาคารมีความร่มเย็น ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" สุทธากล่าว

ทั้งนี้ บริษัทได้ออกแบบโครงการ Whizdom 101 (วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน) ให้เป็นโครงการที่พัฒนาคุณภาพที่ดีให้กับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ให้ได้มาตรฐานเดียวกันกับพื้นที่ในโครงการทั้งที่พักอาศัย สำนักงาน พื้นที่เพื่อการพาณิชย์ และอื่นๆ ภายในโครงการจะมีทั้งสวนหย่อม พื้นที่สาธารณะและพื้นที่อื่นๆ ที่จะช่วยส่งเสริมไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี รวมถึงจัดสรรพื้นที่ขนาดใหญ่ภายในโครงการ ในสัดส่วนถึง 65% ของที่ดินทั้งหมดของโครงการ ให้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง และอีก 30% เป็นพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้

การวางอาคารจะทำมุม 15 องศาจากทิศเหนือ มีการคำนวณประสิทธิภาพการใช้พลังงานในการปรับอากาศของทั้งอาคาร ซึ่งผลการคำนวณและเปรียบเทียบพบว่า ทำให้สามารถลดพลังงานไฟฟ้าในการปรับอากาศลง โดยอาคารด้านที่หันรับทิศตะวันตก (ด้านที่ร้อนที่สุด) ปรับแนวอาคารเป็นทิศเหนือเอียง 15 องศา ใช้พลังงานไฟฟ้า ลดลง 160,340 Btu/hr หรือประหยัดค่าไฟฟ้าลง 136,202 บาท/ปี และอาคารทั้งอาคารโดยเฉลี่ย ใช้พลังงานไฟฟ้า ลดลง 67,606 Btu/hr หรือประหยัดค่าไฟฟ้าลง 57,428 บาท/ปี

ขณะเดียวกัน ยังปลูกต้นไม้เพื่อบังแนวเสียง สามารถลดระดับเสียงจากการจราจรภายนอกลง 25 เดซิเบล ติดตั้งแผงกันแดดและกระจกที่มีประสิทธิภาพสูงลดปริมาณความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร เลือกใช้พื้นลามิเนตที่ได้มาตรฐาน และมีการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เลือกใช้วัสดุที่ไม่ก่อมลพิษ ลดปริมาณสิ่งปนเปื้อน เช่น สีภายในอาคาร รวมถึงเลือกใช้อุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดพลังงานและและทรัพยากร เช่น สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ หลอดประหยัดไฟ เครื่องปรับอากาศที่ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า
กำลังโหลดความคิดเห็น...