xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ใช่แค่กัญชา แต่ความผิดปกติทางอารมณ์ อาจเกิดจากจุลินทรีย์ในลำไส้ / ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ในทุกวันนี้ กระแสการใช้ “กัญชาและกัญชง” นั้นได้เผยแพร่ไปในวงกว้าง คนส่วนใหญ่ที่ใช้ทั้งกัญชาและกัญชงนั้นบางส่วนเกิดจาก “อยากลอง” ว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะสรรพคุณที่ช่วยทำให้นอนหลับและเจริญอาหารนั้น กลายเป็นเรื่องที่หลายคนยิ่งอยากทดลองกัญชาและกัญชงไปยิ่งกว่าเดิม

ความจริงแล้ว สารสกัดกัญชาและกัญชงที่มีการกล่าวถึงมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมาคือสาร THC หรือ “เดลต้าไนน์ เตตระไฮโดรแคนนาบินอยด์” ซึ่งออกฤทธิ์ทางจิตประสาท และทำให้นอนหลับ ซึ่งเป็นสารที่มีการโต้เถียงกันมากที่สุดระหว่างประโยชน์และโทษของมัน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็คือสาร CBD หรือแคนนาบิไดออลที่ลดการอักเสบ ลดความเครียด ลดโรคลมชัก และช่วยโรคพาร์กินสัน ฯลฯ แม้ไม่ได้ทำให้ “หลับนาน” เหมือนสาร THC แต่ CBD ก็มีส่วนช่วยทำให้การนอนมีคุณภาพดีขึ้นได้

ในทุกวันนี้ หลายคนคาดหวังกับสารสกัดจาก THC และ CBD ว่าจะช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น แต่ความเป็นจริงแล้วการใช้รูปแบบของสารสกัดเข้มข้นแทนที่จะดีก็อาจจะส่งผลเสียได้ โดยเฉพาะสาร THC นั้น อาจทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลง ระดับน้ำตาลลดลง จนเกิดอาการวูบได้ ยังไม่นับเรื่องการทำให้เกิดอาการหวาดกลัว ซึ่งเป็นสิ่งที่แพทย์แผนไทยได้มีความรู้เรื่องสรรพคุณเภสัชสมุนไพรกลุ่มนี้เป็นอย่างดี

ส่วนที่หลายคนให้ความสนใจในเรื่องอารมณ์ดีขึ้นนั้น ก็เพราะเหตุว่าในยุคที่สังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้คนในยุคปัจจุบันเป็นโรคความผิดปกติทางอารมณ์มากขึ้น ซึ่งรวมถึงโรคซึมเศร้า และไบโพลาร์ โดยประมาณการว่ามีคนทั่วโลกป่วยเป็นโรคความผิดปกติทางอารมณ์สูงถึง 10% [1]

โดยเฉพาะโรคความผิดปกติทางอารมณ์นี้จะนำไปสู่การทำให้อัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น หรือทำให้ชีวิตสั้นลง [2],[3] ซึ่งแม้ว่าในวันนี้เราจะหาปัจจัยที่ชัดเจนไม่ได้ว่าทำไมคนในยุคนี้ป่วยเป็นโรคความผิดปกติทางอารมณ์มากขึ้น แต่ก็มีปัจจัยที่ถูกตั้งประเด็นในการแสวงหาความจริงในวันนี้คือ “ความผิดปกติของรหัสพันธุกรรม” กับ “สิ่งแวดล้อม”

ปัจจัยที่นักวิจัยให้ความสนใจในเรื่องโรคความผิดปกติทางอารมณ์ในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้แก่ ความอ่อนแอของรหัสพันธุกรรม [4] การอักเสบเรื้อรังที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ [5] การเกิดความเครียดอนุมูลอิสระ [6] สารสื่อประสาทขาดความสมดุล [7] ปัญหาการส่งสัญญาณผิดปกติอันเนื่องมาจากปัจจัยส่งเสริม เติบโตและการอยู่รอดของเซลล์สมอง [8] และความผิดปกติจากเซลล์ประสาทและเซลล์ต่อมไร้ท่อ [9]

แต่งานวิจัยในช่วงหลังนั้นเรากลับพบปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างความผิดปกติในจุลินทรีย์ของลำไส้นั้นมีความสัมพันธ์กับเรื่องโรคความผิดปกติทางอารมณ์มากขึ้น [10]

มนุษย์เราในช่วงหลังมานี้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องอาหารไปจากเดิมอย่างมาก เรากินยาปฏิชีวนะจำนวนมาก ในขณะเดียวกันวงการปศุสัตว์นั้นก็ใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์จำนวนมากลายเป็นอาหารในมนุษย์มากขึ้น กินหวานจากแป้งขัดขาวและน้ำตาลมากขึ้น (กลายเป็นอาหารของยีสต์ให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นจนเสียสมดุลแบคทีเรีย) และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าในเรื่องอารมณ์ความผิดปกตินั้นในผู้ป่วยบางคนมีอาการดีขึ้นเพียงเพราะการปรับอาหารและการเพิ่มอาหารที่มีจุลินทรีย์ชนิดดีมากขึ้น

ดังนั้น แม้จะมีการใช้สารสกัดกัญชาหรือกัญชงเพื่อมาช่วยเรื่องอารมณ์ได้แล้ว ก็อย่าลืมเรื่องการปรับอาหารและการปรับเรื่องสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ควบคู่กันไปด้วย พร้อมกับการกระตุ้นด้วยการนวดเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารสื่อประสาทในลำไส้ และอาจจะต้องมีการปรับสิ่งแวดล้อมกับผู้คนที่คิดเชิงบวกที่ทำงานแบบบูรณาการทั้งกายและจิตก็อาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการบำบัดรักษาอาการโรคความผิดปกติทางอารมณ์ดีขึ้นได้
ด้วยความปรารถนาดี
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต
อ้างอิง
[1] Wittchen H. U. (2012). The burden of mood disorders.Science 338:15. 10.1126/science.1230817 [PubMed] [CrossRef] [Google Scholar]
[2] Angst J., Angst F., Stassen H. H. (1999). Suicide risk in patients with major depressive disorder. J. Clin. Psychiatry 60(Suppl. 2), 57-62. [PubMed] [Google Scholar]
[3] Kessing L. V., Vradi E., McIntyre R. S., Andersen P. K. (2015). Causes of decreased life expectancy over the life span in bipolar disorder. J. Affect. Disord. 180 142-147. 10.1016/j.jad.2015.03.027 [PubMed] [CrossRef] [Google Scholar]
[4] Sullivan P. F., Daly M. J., O’Donovan M. (2012). Genetic architectures of psychiatric disorders: the emerging picture and its implications. Nat. Rev. Genet.13 537-551. 10.1038/nrg3240 [PMC free article][PubMed] [CrossRef] [Google Scholar]
[5] Rosenblat J. D., Cha D. S., Mansur R. B., McIntyre R. S. (2014). Inflamed moods: a review of the interactions between inflammation and mood disorders. Prog. Neuropsychopharmacol. Biol. Psychiatry 53 23-34. 10.1016/j.pnpbp.2014.01.013 [PubMed] [CrossRef] [Google Scholar]
[6] Zhao F., Yang J., Cui R. (2017). Effect of hypoxic injury in mood disorder. Neural. Plast. 2017 1-10. 10.1155/2017/6986983 [PMC free article] [PubMed] [CrossRef] [Google Scholar]
[7] Pralong E., Magistretti P., Stoop R. (2002). Cellular perspectives on the glutamate-monoamine interactions in limbic lobe structures and their relevance for some psychiatric disorders. Prog. Neurobiol. 67 173-202. 10.1016/s0301-0082(02)00017-5 [PubMed] [CrossRef] [Google Scholar]
[8] Castren E., Kojima M. (2017). Brain-derived neurotrophic factor in mood disorders and antidepressant treatments.Neurobiol. Dis. 97 119-126. 10.1016/j.nbd.2016.07.010 [PubMed] [CrossRef] [Google Scholar]
[9] Linkowski P. (2003). Neuroendocrine profiles in mood disorders. Int. J. Neuropsychopharmacol. 6 191-197. 10.1017/s1461145703003407 [PubMed] [CrossRef] [Google Scholar]
[10] Huang TT, Lai JB, Du YL, Xu Y, Ruan LM, Hu SH. Current Understanding of Gut Microbiota in Mood Disorders: An Update of Human Studies. Front Genet. 2019;10:98. Published 2019 Feb 19. doi:10.3389/fgene.2019.00098


กำลังโหลดความคิดเห็น