xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวดี!! "มะรุมต้านมะเร็งลำไส้" ผลงานวิจัย ม.มหิดล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ปัจจุบันโรคมะเร็งในประเทศไทยนั้นเพิ่มจากอดีตอย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุที่เกิดนั้นก็มาจากปัจจัยการใช้ชีวิตในประจำวันทั้งสิ้น ทั้งการเลือกทานอาหาร เรื่องของพันธุกรรม เรื่องยีนของแต่ละคน รวมไปถึงการออกกำลังกาย รวมไปถึงมะเร็งลำไส้ที่คนไทยเป็นผู้ป่วยมะเร็งชนิดนี้เพิ่มขึ้นมากอย่างน่าตกใจ นับตั้งแต่ พ.ศ.2543 เป็นต้นมา เหตุนี้จึงเป็นที่มาของการศึกษา ผักไทย ในอาหารของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อที่จะค้นหาสมุนไพรที่มีประโยชน์ ในการลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ 

ผศ.ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงงานวิจัยมะรุมต้านมะเร็งผ่านยูทูป Mahidol Channel (มหิดล แชนแนล) ว่า สาเหตุของมะเร็งลำไส้ เป็นเรื่องของกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องมาสกรีนก่อนว่ามีพืชสมุนไพรตัวไหนที่สามารถลด หรือที่เรียกว่าเป็นดัชนีชี้วัดการอักเสบ ซึ่งก็พบว่า อันดับที่ดีที่สุดก็คือ "มะรุม" แถมยังใช้โดสหรือขนาดที่น้อยแต่สามารถลดการอักเสบได้ดีที่สุด

จากการวิจัยนั้นทางสถาบันโภชนาการได้โดยจะแบ่งสัตว์ทดลองออกเป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 เป็นหนูทดลองที่ไม่ได้รับการกระตุ้นด้วยสารก่อมะเร็ง และไม่ได้มะรุม คือ ได้อาหารตามปกติ เรียกว่าเป็นกลุ่มควบคุมแบบลบ เป็นเนกาทีฟคอนโทรล เมื่อระยะเวลาผ่านไป 20 สัปดาห์ จะไม่เป็นมะเร็งลำไส้

กลุ่มที่ 2 กลุ่มควบคุมบวก เป็นหนูกลุ่มที่กระตุ้นให้เป็นมะเร็งลำไส้ กลุ่มนี้จะได้รับอาหารปกติโดยที่ไม่มีส่วนผสมของมะรุม แต่จะได้รับสารกระตุ้นให้เป็นมะเร็ง ในระยะเวลาที่เราศึกษาสามารถกระตุ้นให้เกิดก้อนมะเร็งได้ เมื่อได้รับสารก่อมะเร็ง 2 ชนิดเข้าไปใน 20 สัปดาห์ จะอักเสบ และเป็นมะเร็งลำไส้จริงอย่างที่กำหนด

ในการทดลองวิจัยเชิงป้องกันนั้นจะมีการผสมมะรุมลงไปในอาหารที่ให้หนูกิน โดยเราแบ่งออกเป็น 3 ขนาด โดยที่มาของขนาดนั้น เทียบเคียงกับปริมาณการบริโภคของคนไทยด้วย จะมีตัวเลขปริมาณอยู่ 2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แล้วก็เทียบเคียงกลับไปที่สัตว์ทดลอง ผสมไปในอาหารแต่ละกลุ่ม 2 เท่า อยู่ที่ 6% 3% และ 1.5%

ต่อมาจะแบ่งสัตว์ทดลองออกเป็น 6 กลุ่มย่อยๆ กลุ่ม ควบคุมลบ 3 4 และ 5 จะได้รับอาหารที่มีส่วมผสมของมะรุมที่ต่างกัน เพื่อที่จะได้ศึกษาว่า มะรุมที่ได้รับนั้นจะไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย แต่ในสัตว์ทดลอง 6 7 และ 8 จะได้รับอาหารที่มีส่วนผสมของมะรุมต้มก่อน 2 สัปดาห์ และจึงมีการให้สารก่อมะเร็ง หลังจากนั้นก็ให้อาหารที่มีส่วนผสมของมะรุมต้มต่อไปอีก 3 สัปดาห์ และเปลี่ยนเป็นอาหารปกติ จนครบ 20 สัปดาห์

ผศ.ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ กล่าวว่า “ในหนูกลุ่มควบคุมที่ได้รับสารก่อมะเร็งเพียงอย่างเดียว พบว่ามีก้อนมะเร็งเกิดขึ้น และจึงมาเปรียบเทียบในเชิงของการป้องกัน เอาหนูที่ได้รับอาหารที่มีส่วนผสมของฝักมะรุมต้ม ทั้ง 3 ขนาด นำมาเปรียบเทียบกับกลุ่มที่กลุ่มควบคุมแบบบวกที่ได้รับสารก่อมะเร็ง พบว่าหนูที่ได้รับฝักมะรุมต้ม ไม่ว่าจะโดสต่ำหรือสูง จำนวนก้อนมะเร็งมันดีขึ้นเป็นลำดับ โดยโดสที่สูงจะให้ผลในการลดจำนวนก้อนมะเร็งได้ดีกว่าในโดสที่ต่ำ เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับฝักมะรุมต้ม อันนี้ผลวิจัยเชิงป้องกัน”

การศึกษาในสัตว์ทดลองกลุ่มที่ 9 10 และ 11 จะมีการถูกกระตุ้นให้เป็นมะเร็งก่อน หลังจากนั้นจึงจะได้รับสารอาหารที่มีส่วนผสมของมะรุมต้มในส่วนผสมที่ต่างกันไปอีก 15 สัปดาห์ แต่ในกลุ่มที่ 12 13 และ 14 จะไม่ได้รับสารก่อมะเร็ง แต่จะได้รับสารที่มีส่วนผสมของมะรุมต้ม ในสัดส่วนที่ต่างกัน 15 สัปดาห์เช่นกัน เพื่อที่จะศึกษาว่า มะรุมที่ได้รับไปจะไม่มีผลกระทบต่อร่างกายเช่นเดียวกัน จากการวิจัยเชิงรักษา พบว่าจำนวนก้อนมะเร็งลดลงเหมือนกัน แต่พบว่าที่โดสต่ำกว่ากลับให้ผลในการลดจำนวนก้อนมะเร็งได้ดีกว่าโดสที่สูง ซึ่งจะเห็นว่าผลที่ได้ตรงกันข้ามกับเชิงป้องกันและเชิงรักษา

“เราก็พยายามที่จะไปทบทวนว่าการศึกษาในลักษณะของมะเร็งลำใส้มันเป็นลักษณะแบบนี้ไหม เราก็เจอค่ะว่า มันเป็นลักษณะนี้จริงๆ โดสที่สูงมากๆบางครั้งพบว่ามันไม่ได้ลดการเกิดก้อนมะเร็งได้ดีกว่าที่โดสต่ำ เพราะฉะนั้นการบริโภคมะรุมในรูปของอาหาร อาจารย์มั่นใจว่าโดสมันคงจะไม่สูงมาก เราจึงออกแบบบริโภคให้อยู่ในรูปของอาหาร นำมะรุมมาอยู่ในเมนูอาหาร ซึ่งมันอาจจะเพิ่มความหลากหลาย แต่ก่อนเรารู้จักกันแต่แกงส้ม อาจจะต้องมีการครีเอทเมนูอะไร ที่ทำให้ฝักมะรุมเนี่ยมันมาอยู่ในอาหารที่หลากหลายเมนูมากขึ้น เพราะมีเหมือนกัน มีคนเอาไปทำแกงอ่อม เอาไปทำเป็นยำ เอามะรุมไปผัด ก็อยากให้มีเมนูอะไรที่มันหลากหลาย เพราะสมุนไพรไทยมีศักยภาพที่ดีในเชิงสุขภาพในการป้องกันดีกว่ามาก” ผศ.ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่กล่าว

เห็นได้ชัดว่าสมุนไพรไทยนั้นมีประโยชน์มากมายมหาศาล สมุนไพรไทยที่ชื่อว่า "มะรุม" นั้นใครจะไปเชื่อว่าสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและรักษาโรคมะเร็งลำไส้ได้ดี จนมีผลวิจัยออกมารองรับว่ามะรุมนั้นมีประโยชน์มากจริงๆ และสามารถนำมาทำอาหารได้อย่างหลากหลายอีกด้วย

_________________________________________________
ข่าวโดย : แพรวา คงฟัก

กำลังโหลดความคิดเห็น...