xs
xsm
sm
md
lg

หยุด!! อย่าให้ความสุขถูกย่ำยี เพียงเพราะ “พึงพอใจในตนเองต่ำ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

บทความโดย “ผศ.พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล”
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ความพึงพอใจในตนเองต่ำ คือการรู้สึกไม่ค่อยดีกับตนเอง ไม่ค่อยชอบตนเองเท่าไหร่ ไม่ค่อยภูมิใจในตนเอง ขาดความเชื่อมั่นศรัทธาในตนเอง ไม่ค่อยเห็นคุณค่าในตนเองอย่างที่เป็น ไม่ค่อยเคารพนับถือตนเอง หรือไม่ค่อยเห็นความสามารถที่แท้จริงของตนเอง

ลักษณะของผู้ที่มีความพึงพอใจในตนเองต่ำ (low self esteem) แสดงออกได้ในหลายรูปแบบ ดังนี้

1.อ่อนไหวง่าย ต่อคำวิพากษ์วิจารณ์
มักจะทนไม่ค่อยได้ การแสดงออกทางอารมณ์ เช่น เศร้า เสียใจง่าย น้อยใจง่าย หรือออกเป็นอารมณ์ โกรธ โมโห หงุดหงิดง่าย เมื่อมีคนวิพากษ์วิจารณ์

2.จิตตกได้ง่าย เศร้าเสียใจ ได้ง่าย
ได้รับการกระทบกระทั่ง แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะคิดมาก สะเทือนใจง่าย

3.กลัวการเข้าสังคม
มักเห็นคนอื่นในแง่ลบ หรือ กลัวการถูกปฏิเสธ เช่น ไม่กล้าพูดไม่กล้าคุย ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น หรือ บางคนเลยเก็บตัว ไม่อยากพบเจอใคร หรือ ถ้าเป็นมาก อาจตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับคนอื่นไปเลยก็มี

4.พฤติกรรมคอยเช็คเรตติ้งอยู่ตลอด หรือคอยเรียกร้องความสนใจอยู่ตลอด
เกิดจากคอยแสวงหาการยอมรับ และ ความรักจากคนอื่นอยู่ตลอด เช่น ต้องคอยลงรูป หรือ คอยตั้งกระทู้เพื่อเรียกไลค์อยู่ตลอด และหมกมุ่นกับสิ่งเหล่านี้มาก
การมีบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เพราะคนเป็นสัตว์สังคม แต่ถ้าดิ้นรนแสวงหามากๆ อยู่ตลอด แสดงถึงว่า ใจกำลังขาด ขาดความพึงพอใจในตนเอง ขาดการเห็นคุณค่าในตนเอง จึงต้องคอยวิ่งแสวงหาจากคนอื่นมาชดเชย

5.พฤติกรรมคอยดิ้นรนแสวงหาความสุขจากสิ่งนอกตัว หรือยึดติดในวัตถุข้างนอกมาก
เช่น คอยตระเวนหาความสุขจากวัตถุแพงๆ ของมียี่ห้อ สิ่งมึนเมา สารเสพติด อาหารเลิศรส สถานที่เที่ยว หมกมุ่นกับเรื่องการแต่งกาย ความสวยความงาม เกมส์ การพนัน เป็นต้น

การต้องการบ้างเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ แต่ถ้าแสวงหาสิ่งเหล่านี้มากเกินไป จนหมกมุ่น ดิ้นรนต้องมีตลอด อาจเป็นการบอกว่าใจกำลังรู้สึกขาดความสุข จากตัวเอง จึงต้องคอยวิ่งแสวงหาจากวัตถุอื่นๆ หรือสิ่งภายนอก มาชดเชย

6.ไม่ดูแลตนเอง ละเลยตนเอง
เช่น สุขภาพ ความสะอาดสะอ้าน ความเรียบร้อยในตัวเอง ในครอบครัว ในการงาน หลายคนจะบอกว่า ไม่รู้จะดูแลตนเองไปทำไม ไม่เห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ของตนเอง

7.มีพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ
เช่น กินมากเกินไป หรือ กินน้อยเกินไป อันเกิดจากความรู้สึกไม่ค่อยมีความสุข การกินมากไป คือการใช้อาหารเป็นเครื่องชดเชยเติมเต็มความสุขที่รู้สึกขาดหายไปในจิตใจ การทานน้อยไป เกิดจากความเบื่อหน่ายในทุกสิ่งทุกอย่างอันเนื่องมาจากใจที่ไม่ค่อยมีความสุข

8.มักลังเลใจ ไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ
เกิดจากความไม่เชื่อมั่นในความคิด ความรู้สึกของตนเอง

9.แคร์สายตา แคร์ภาพลักษณ์มากว่า คนอื่นจะมองเราอย่างไร
การแคร์คนอื่นบ้างเป็นเรื่องดี เพราะ แสดงถึงความใส่ใจคนอื่น แต่ถ้ามากเกินไป เป็นจากความรู้สึกขาดความมั่นคงจากภายใน หรือขาดความชื่นชมในตนเอง จึงต้องคอยสนใจว่าคนอื่นให้คะแนนเราเท่าไหร่ อย่างไร

10.รู้สึกโดดเดี่ยว รู้สึกไม่เชื่อมโยงกับคนอื่น
เช่น รู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่ยอมรับ บางคนอาจเป็นคนเหงาง่าย เพราะ ขาดการเชื่อมโยงกับตนเอง

11.วิตกกังวล
กระวนกระวายง่าย ขาดความสงบสุขทางใจ จากการขาดความเชื่อมั่น ศรัทธาในตนเอง

12.กลัวทำผิดพลาด ย้ำคิดย้ำทำ
เพราะกลัวไม่สมบูรณ์แบบ แล้วจะทำให้รู้สึกว่าตนเองไม่ดี ไม่มีค่า

13.ไม่กล้าลงมือทำ
เพราะไม่ค่อยเชื่อว่าตนเองจะดูแลจัดการสิ่งต่างๆ หรือแก้ไขปัญหาได้ และมักมองเห็นปัญหาข้างนอกใหญ่โตเกินจริง

14.วางอำนาจ หรือคอยควบคุมสั่งการคนอื่นมาก
อันเนื่องมาจากการขาดความรู้สึกมั่นคงจากข้างใน เลยต้องการความยำเกรงจากผู้อื่น เพื่อทำให้รู้สึกว่าตนเองมั่นคง และ มีคุณค่า

15.พยายามหาข้อแก้ตัว หรือ หาเหตุผลเข้าข้างตนเอง
เพื่อปกป้องไม่อยากให้ตนเองหรือ คนอื่นเห็นจุดบกพร่องของตนเอง เพราะ ยังยอมรับข้อบกพร่องของตนเองไม่ได้

16.เอาใจคนอื่นมาก หรือยอมตามผู้อื่นมาก
ไม่กล้าปฏิเสธ หรือไม่กล้าบอกความต้องการของตนเองตรงๆ จนสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง เพราะกลัวคนไม่รัก กลัวไม่เป็นที่ยอมรับ กลัวไม่กลมกลืน กลัวเสียความสัมพันธ์กับผู้อื่น เพราะนำคุณค่าของตนเองไปผูกกับความรักและการยอมรับจากคนอื่น หรือบางคนก็เกิดจากการขาดการเคารพนับถือตนเอง ไม่รู้ว่าตนเองต้องการหรือปรารถนาอะไร

17.โอ้อวด ยกตนเอง ข่มผู้อื่น ต้องการเหนือกว่า หรือพิเศษกว่าผู้อื่น จึงจะดูมีค่า
ซึ่งเป็นผลจากการไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริงของตนเอง จึงต้องคอยเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น การไม่เห็นคุณค่าในผู้อื่น สะท้อนการไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริงในตนเองเช่นกัน จึงต้องแสดงท่าทีเหนือกว่า เพื่อตนเองรู้สึกดี

18.ดิ้นรนไขว่คว้าความสำเร็จในสังคมมาก
เช่น ต้องมีชื่อเสียง เกียรติยศ ต้องมีเงินทองร่ำรวยปริมาณมาก เพื่อให้รู้สึกว่าตนเอง เลอค่า ดูแพงในสายตาคนอื่น การต้องการเกียรติยศ ภาพสวยงามที่ดูเลอค่าจากข้างนอกมาเป็นคุณค่าของตนเองมากเท่าไหร่ บ่งบอกถึงความไม่เห็นคุณค่าเนื้อแท้ภายในของตนเองมากเท่านั้น จึงต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้มาเสริมความเชื่อมั่น

19.หลงตนเอง เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีกับตนเองอยู่ตลอด
โดยลึกๆ แล้ว หลีกเลี่ยงการเห็นตัวเองในมุมที่มีข้อบกพร่อง

20.เฉไฉ ไม่เผชิญปัญหา หลบเลี่ยงปัญหาไปมา
เพราะไม่มั่นใจว่าตนเองจะแก้ปัญหาได้

21.เจ้าหลักการ กอดหลักการแน่น ยึดหลักการต่างๆ เป็นตัวตน
เพราะไม่เห็นคุณค่าในตนเองด้านอื่นๆ

อาการที่ยกมาเป็นเพียงลักษณะตัวอย่างบางส่วนของผู้ที่มีความพึงพอใจในตนเองต่ำ และคนเราโดยทั่วไป ก็มีลักษณะเหล่านี้ได้บ้าง เป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้มากเกินไป จนส่งผลกระทบกับชีวิต จำเป็นต้องกลับมาทบทวน ระดับความพึงพอใจในตนเองว่าเราเห็นคุณค่า และพึงพอใจในตนเอง แค่ไหน

ดังนั้น เราลองเริ่มต้นที่จะกลับมาดูแล และเห็นคุณค่าในตนเองกันนะคะ

3 เหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดความพึงพอใจในตนเองต่ำ

1.มีมุมมอง หรือมีความเชื่อเกี่ยวกับตนเอง ที่ผิดไปจากความเป็นจริง
- มีมุมมอง หรือความเชื่อเกี่ยวกับตนเองในเชิงลบมากกว่าเชิงบวก จำเรื่องดีๆ ของตนเองไม่ค่อยได้ สิ่งที่จำได้มักจะเรื่องแย่ๆ เช่น มองเห็นแต่ตนเองแย่ ไม่มีอะไรดี ไร้ค่า ต่ำต้อย สู้คนอื่นไม่ได้ เป็นต้น

- มีมุมมอง ที่ไปนำค่านิยมทางสังคมมาเป็นคุณค่าของตนเอง เช่น ต้องเป็นที่ 1 ต้องรวย หรือ ต้องมีแฟนรวย ต้องขับรถแพง ต้องเป็นที่นิยม (popular) หรือ ต้องหน้าขาวหรือ รักแร้ขาวจึงจะมีคุณค่า (จากโฆษณาบางชิ้น ^^”) เป็นต้น ซึ่งความคิดความเชื่อหรือค่านิยมเหล่านี้ เป็นสิ่งที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริง การไปยึดถือความคิดความเชื่อเหล่านี้ ทำให้บดบังการเห็นความดีความงามของตนเองตามความเป็นจริง

2.มีความคาดหวังต่อตนเองสูงเกินจริง
ด้วยความคาดหวังที่สูงมาก หลายครั้งเป็นความคาดหวังที่เป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ หลายอันเหมือนเป็นความคาดหวังที่มาจากต่างดาว คืออุดมคติมาก หรือสูงส่งเกินที่มนุษย์จะไปถึง ยิ่งตั้งความคาดหวังต่อตนเองสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ความพึงพอใจในตนเองต่ำลงเท่านั้น เพราะช่องว่างระหว่างความคาดหวังในฝันกับตัวเองในความเป็นจริงมันห่างไกลกันเหลือเกิน

ยิ่งห่างกันมาก ก็ยิ่งพอใจในตัวเองได้ยาก เช่น คาดหวังว่าตนเองต้องดี สมบูรณ์แบบ ไม่ทำอะไรผิดพลาดเลย ตนเองต้องเป็นที่รักของทุกคน ตนเองต้องเป็นที่ต้องการของทุกคน โดยเฉพาะกับคนพิเศษ เขาควรต้องการเราตลอดเวลา คาดหวังว่าตนเองเป็นที่ยอมรับของทุกคน คาดหวังว่าตนเองต้องโดดเด่น ประสบความสำเร็จ เหนือผู้อื่น คาดหวังว่าตนเองต้องมีความพิเศษ แตกต่าง เก๋ไก๋ ไม่เหมือนใคร คาดหวังว่า ตนเองฉลาดรอบรู้มากกว่าผู้อื่น คาดหวังว่าตนเองต้องเก่งกว่าผู้อื่น คาดหวังว่าตนเองต้องควบคุมและจัดการคนและทุกสิ่งได้ คาดหวังว่าตนเองต้องเข้ากับทุกคนได้

การตั้งความคาดหวังเหล่านี้ มีแต่ทำให้คนตนเองเดือดร้อน และยิ่งยึดติดมันมากๆ รังแต่จะทำให้ผิดหวัง เจ็บปวด และเหนื่อยได้ง่ายๆ เหมือนต้องคอยปีนบันได ไขว่คว้าหาอะไรสักอย่าง อยู่ตลอดเวลา ทั้งเหนื่อย ทั้งเจ็บ และว่างเปล่า สุดท้ายก็ไม่สามารถเห็นคุณค่าในตนเอง ในแบบแท้ๆ ได้สักที ซึ่งจริงๆ ก็มีความดี มีความงดงาม และคุณค่า ในแบบที่ตนเองเป็นอยู่แล้ว และไม่เหมือนใคร ซึ่งดีกว่าแบบพิมพ์นิยมที่เคยฝันไว้มากมายนัก

3.มาจากความรู้สึกขาด...ขาดอะไร?
ขาดอาหารใจ นั่นเอง
ข้างในจึงโหยหาอยู่ตลอดเวลา อยากให้ใครมาคอยเติมเต็มให้อิ่ม แบบตลอดเวลาด้วย ได้มาบางทีก็ไม่ค่อยพอใจอีก เช่น รู้สึกขาดรัก ขาดการยอมรับ ขาดความรู้สึกว่ามีคุณค่า (รู้สึกด้อยค่าหรือไร้ค่า) ขาดความชื่นชม ขาดความภูมิใจในตนเอง ขาดความเคารพนับถือ ขาดเพื่อน ขาดพวกพ้อง รู้สึกโดดเดี่ยว ขาดความปลอดภัย ขาดความมั่นคงในชีวิต ขาดอิสระ ไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง

ความรู้สึกขาดเหล่านี้ ยิ่งมีมาก ยิ่งทำให้รู้สึกตนเองขาดพร่อง ยิ่งทำให้หมดเรี่ยวแรง ไร้พลังชีวิต หลายคนจึงพยายามเติมเต็ม ด้วยวิธีการต่างๆ ดิ้นรนทุกวิถีทาง
ยิ่งดิ้นรน ยิ่งอยากได้ เช่น ความรัก การยอมรับ ความมีคุณค่า กลับยิ่งรู้สึกขาดมากขึ้น
เพราะข้างใน กลับยิ่งรู้สึกขาดพร่อง เว้าแหว่งมากขึ้น เนื่องจากต้องคอยหาจากคนอื่นๆ คนอื่นก็ให้บ้าง ไม่ให้บ้าง ตามความพอใจของเขา แต่พอเอาความขาด ไปผูกยึดว่าคนอื่นหรือสิ่งอื่นจะต้องเติมให้กับเรา จึงรู้สึกขาดอยู่อย่างนั้น

ที่รู้สึกขาด ไม่ใช่เพราะขาด แต่เพราะไปหาที่เติมผิดที่ต่างหาก คือไปคอยการเติมจากคนอื่น ก็ได้บ้างไม่ได้บ้างเป็นธรรมดา ถ้าอยากรู้สึกเติมเต็ม อิ่มอุ่นจากข้างใน
ต้องเริ่มจากการกลับมาเติมให้เต็มจากตนเองดีที่สุด ส่วนจากคนอื่นถือเป็นส่วนเสริม คือ มีก็ดี ไม่มีก็ได้ ไม่เดือดร้อน

แนวทางการดูแลตนเอง
เพื่อให้กลับมามีความพึงพอใจในตนเอง

1.รู้ทันการตัดสินตนเอง
2.รู้ทันการตำหนิตนเอง
3.รู้ทันการคาดหวังตนเอง(สูง)
ฝึกรู้ทัน 3 สิ่งนี้บ่อยๆ ช่วยได้มากในการแยกภาพฝันกับภาพจริง และเป็นจุดตั้งต้นที่สำคัญที่จะกลับมาเห็นตนเองตามความเป็นจริง

4.เติมเต็มความรัก การยอมรับ ความปรารถดี การเห็นคุณค่าให้กับตนเอง โดยไม่ต้องรอคอย ที่ได้สิ่งเหล่านี้จากคนอื่น คนอื่นไม่ให้ เราให้ตนเองได้ สิ่งนี้สำคัญมาก ซึ่งทำได้ด้วยวิธีการดังนี้

4.1 มองตัวเองในด้านบวก
กลับมานึกถึงตนเองในสิ่งดีๆ วันละ 1 อย่าง ทำต่อเนื่องทุกวัน เช่น ข้อดีของตัวเอง การทำสิ่งดีๆ การคิดหรือพูดสิ่งดีๆ ในแต่ละวัน ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โต แนะนำอยากให้เป็นเรื่องเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน จะมีความหมายมากกว่า เรื่องใหญ่ๆ จะช่วยให้เรากลับมาเห็นคุณค่าในตนเอง นำมาซึ่ง ความรักและการยอมรับในตนเอง เพราะจริงๆ เรามีดี กว่าที่เราเคยเข้าใจมากมาย

4.2 กลับมารับรู้ และรู้จักความสามารถของตนเอง
การรู้จักความสามารถของตนเองจะทำให้ชีวิตไม่สับสน และได้กลับมาภูมิใจในตนเองได้อย่างดีในแบบตนเอง ยิ่งในการทำงาน ได้ทำงานที่ตนเองถนัด จะช่วยเพิ่มความรู้สึกดีๆ กับตนเองได้มากขึ้น และมีความสุขในการทำงานมากขึ้น

4.3 กลับมารับรู้ความต้องการและแรงปรารถนาของตนเอง
การหาความปรารถนาของตัวเองให้เจอ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะการจะทำอะไรได้ดี ต้องเริ่มจากการรู้ว่าเรารักชอบอะไร เพราะในความรัก จะช่วยให้เรามีพลังพิเศษบางอย่างที่พร้อมจะเผชิญทุกอย่าง อย่างกล้าหาญมากขึ้น

5.เคล็ดลับที่สำคัญที่สุด
คือการกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีกับตัวเอง
การรัก ยอมรับ และเห็นคุณค่าในตนเอง เปรียบดั่งเพื่อนแท้คนหนึ่งที่รัก ยอมรับ และเห็นคุณค่าในเรา พร้อมจะบอกกล่าวตักเตือนด้วยจิตใจที่เจตนาดี อย่างอบอุ่น อ่อนโยน ไม่ด่าว่าเราเกินจริง และไม่หลงชมเยินยอเราผิดๆ แต่เต็มไปด้วยความใส่ใจ เข้าใจ และให้อภัย เมื่อเราทำผิด พร้อมจะเป็นกำลังใจ และอยู่เคียงข้าง เพื่อนคนนี้เสมอ

ดังนั้น การกลับมาดูแลตัวเราเอง
ด้วยการกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีกับตัวเอง จึงเป็นเคล็ดลับสำคัญในการช่วยให้เรากลับมามีความสุข ความรู้สึกดีๆ และเห็นคุณค่าในตนเองได้อย่างแท้จริง

กำลังโหลดความคิดเห็น...