xs
xsm
sm
md
lg

“หนุ่ม กรรชัย” รับเหนื่อยกายแต่ไม่ท้อใจเลิกทำโหนกระแส ลั่นแข็งแรงพอรับมือต้อนรับคำด่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หนุ่ม กรรชัย” รับเหนื่อยกายแต่ไม่ท้อใจ ยังไม่คิดเลิกทำรายการโหนกระแส ลั่นตนแข็งแรงพอกับการต้อนรับคำด่า เพราะไม่เคยทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว โอดทุกวันนี้บาลานซ์ชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัวไม่ได้เลย จึงเลือกที่จะทำงานให้กลายเป็นกิจวัตรประจำวัน

ออกมาตัดพ้อในรายการโหนกระแส กับกรณีของหลวงปู่แสง หลังถูกโซเชียลจี้ถาม “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ว่าทำไมไม่เอา “หมอปลา มือปราบสัมภเวสี” มาออกรายการมาเคลียร์ให้ชัดถึงประเด็นดังกล่าว รวมไปถึงการถูกกล่าวหาว่าพิธีกรคนดัง นำเรื่องอาการป่วยของหลวงปู่มาเปิดประเด็นในรายการโหนกระแส

จนเจ้าตัวต้องออกมาเคลียร์ให้ชัดถึงดรามาดังกล่าวว่าทำไมถึงไม่เชิญหมอปลามาออกรายการ รวมไปถึงตัดพ้อว่าท้อถึงขั้นอยากเลิกทำรายการ และถ้าตนเองเป็นผู้วิเศษ ก็อยากจะทำตามใจทุกคน ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย ได้มาร่วมงาน แถลงข่าว "True Gigatex PRO Life" ที่เจ้าตัวเป็นพรีเซ็นเตอร์ ก็ระบายให้ฟังว่า…

“จริงๆ เราโทษใครไม่ได้ วันนึงที่เราเดินมาอยู่ตรงนี้แล้ว ต้องบอกว่า ผมมาอยู่ในจุดที่ตัวเราเองก็ไม่คาดฝันเหมือนกัน ถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าเรามาอยู่ในจุดไหน มันเหมือนกับมีหลายคนที่พยายามที่จะคาดหวังในตัวเรา อยากให้เราทำแบบนี้ให้เขา ซึ่งผมอยากทำให้กับทุกคนเลยนะ ถ้าวันนี้ผมเป็นผู้วิเศษผมก็อยากจะดีดนิ้ว สามารถเนรมิตในสิ่งที่หลายคนต้องการได้ แต่ในความเป็นจริงผมไม่สามารถทำแบบนั้นได้ให้กับทุกคน

การบาลานซ์ในการทำงานค่อนข้างสูง เพราะว่าปัจจุบันมันจะมีสองมุมมองเสมอ มีซ้ายมีขวาเพราะฉะนั้นผมเองเมื่อวันที่มาอยู่ตรงกลาง แน่นอนว่าคนที่คาดหวังกับผมเขาก็อยากให้ผมมาอยู่ทางซ้ายให้มากหน่อย และก็จัดการทางขวา อีกข้างหนึ่งก็อยากให้ผมอยู่ทางขวาให้มากหน่อย และจัดการกับทางซ้าย เมื่อเราไม่ได้อยู่ฝั่งไหน อยู่ตรงกลางคุณก็จะถูกมองว่าคุณเอียงไปทางนั้นทางนี้ มันก็กลายเป็นอีกประเด็นนึงที่เป็นเหมือนแรงสะท้อนกลับ มันคือความคาดหวังของคนที่มีต่อผม

ผมไม่เคยมองในมุมลบนะ ผมจะมองในแง่บวกเสมอว่า ผมเข้าใจพวกเขา เขาคาดหวังกับเรา แต่เราเองอาจจะผิดที่ทำให้เขาไม่ได้ ทุกคนอยากเป็นที่รัก ผมก็อยากที่จะเป็นที่รักของทุกคน แต่ไม่มีใครสามารถรักเราได้ทั้งหมด คนมีคน 100 คน อาจจะเรา 5 คนเกลียดเรา 5 คนผมก็แฮปปี้แล้ว แค่บาลานซ์มันก็พอ อย่าให้แบบว่ามี 100 คนเกลียดเราทั้ง 100 คน แบบนั้นก็คงจะรับไม่ได้

ก็เป็นสิ่งนึงที่อยากจะบอกว่าผมเองอยู่ในจุดที่เข้าใจทุกคนว่าผมมาอยู่ในจุดที่ทุกคนคาดหวังกับผม บางอย่างผมก็ต้องกราบขออภัยทุกคนด้วยบางอย่างผมก็พยายามสุดความสามารถของผม ถ้าอันไหนที่ทำให้ไม่ถูกใจผมขอโทษด้วยจริงๆ”

เหนื่อยกายแต่ไม่ท้อใจ แข็งแรงพอกับการต้อนรับคำด่า เพราะไม่เคยทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว
“มันไม่ได้ท้อหรอก เพราะเราเลือกที่จะมาอยู่ตรงนี้แล้ว แต่ถามว่าเหนื่อยไหม มันเหนื่อยแต่ไม่ท้อ ไม่ได้เหนื่อยกับการที่ถูกคนโน้นคนนี้ว่า ผมว่าผมแข็งแรงพอกับการต้อนรับการด่าของคน ผมไม่ใช่คนน้ำเต็มแก้วที่เวลาใครว่าอะไรมันจะระเบิด ผมไม่ได้เป็นคนอย่างนั้น ผมเป็นเหมือนฟองน้ำ ที่เวลาน้ำมาผมสามารถที่จะซับน้ำเข้าไปได้ ผมเข้าใจความรู้สึกของทุกๆคน

แต่ถามว่าผมเหนื่อยอะไรผมเหนื่อยทางร่างกายมากกว่า ทุกวันนี้บางวันผมนอนเที่ยงคืนหรือไม่ก็ตีหนึ่ง ตื่นมาตีห้าครึ่งเตรียมเรื่องข่าว มันเหนื่อยตรงนี้มากกว่า แล้วพอเรารู้สึกว่าเราไม่สามารถทำตามความคาดหวังของหลายๆคนได้ในบางเรื่อง เราก็รู้สึกว่ามันยิ่งเหนื่อยมากขึ้นไปอีกเราพยายามแล้ว มันก็มีบ้าง”

แม้จะเหนื่อยแต่ยังตั้งใจจะทำงานตรงนี้ไปเรื่อยๆ
“ผมอยากทำงานไปเรื่อยๆ อย่างโหนกระแส ผมก็อยากทำไปเรื่อยๆ ณ วันนี้ถามว่าเหนื่อยไหมมันก็เหนื่อย แต่ก็ยังต้องทำต่อไปอยู่ แต่งานเลี้ยงมันก็ต้องมีวันเลิกราในวันหนึ่ง แต่ไม่ใช่ในวันนี้เพียงแต่ในบางครั้งเท่านั้นเองที่เรารู้สึกว่าโอ้ยทำไมมันเหนื่อยอย่างนี้วะเท่านั้นเอง เราอยู่ตรงไหนทำไมมันเป็นแบบนี้ เมื่อก่อนชีวิตเราไม่ได้เป็นแบบนี้นี่หว่า”

มองเป็นเรื่องธรรมดาทำดีมา 100 งาน แต่พลาดแค่ครั้งเดียวก็โดนคนตำหนิ เพราะใช้เป็นกระจกสะท้อนเพื่อแก้ไขตัวเองอยู่เสมอ
“ไม่ได้เสียความเป็นตัวตน เพียงแต่ว่า เราแค่พยายามหาวิธีการปรับจูนมากกว่า เราก็จะหยิบสิ่งที่อะไรหลายคนพูดถึงเราว่า ทำไมเราไม่ทำแบบนี้ทำไมเราไม่เป็นแบบนี้ เราก็จะหยิบตรงนี้มาเป็นกระจกเพื่อให้เราแก้ไขตัวเองต่อไป ในครั้งหน้าครั้งต่อไปเราก็จะไม่ให้เป็นอย่างนี้อีก

มันเป็นธรรมดา ผมต้องขออภัย ผมต้องเรียนว่าพระพุทธเจ้าก็ยังมีคนตำหนิ ทุกคนในโลกนี้ไม่มีใครที่จะดีได้ 100% มันก็อาจจะมีพลาดบ้าง พลั้งบ้างเผลอบ้าง เพียงแต่ว่าเราต้องกลับมาให้เร็วที่สุดเท่านั้นเอง”

กับชีวิตส่วนตัวบาลานซ์ชีวิตไม่ได้เลย งานกลายเป็นชีวิตประจำวันของตนไปแล้ว
“ปัญหาเรื่องสุขภาพเราก็มีครับ ตอนนี้พยายามดูแลตัวเองไปหาคุณหมอ วันๆ นึงการออกกำลังกายทุกวันนี้ก็ไม่มีเลย เพราะไม่มีเวลาจริงๆ ทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ และกลับมาทำงานต่อ เช้าก็ตื่นขึ้นมาทำงานชีวิตเราวนอยู่แบบนี้ อาทิตย์ละ 5-6 วัน จะมีแค่แต่วันอาทิตย์เท่านั้นที่ได้พัก ถามว่าพยายามพักผ่อนให้มากขึ้นไหมมันไม่มีเวลาในการพักเลย

บาลานซ์ชีวิตไม่ได้ มันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเราไปแล้ว มันไม่สามารถบาลานซ์ตัวเองได้เลย 05.30-06.00 น. เราตื่น เราทำข่าว ไปอ่านข่าวเที่ยง ตอนเช้าอาจจะมีประชุมบ้าง มีการพูดคุยกับแขกรับเชิญบ้าง เตรียมข้อมูล อ่านข่าว อ่านข่าวเที่ยงเสร็จต่อด้วยโหนกระแส เสร็จก็อัดลูกค้าก็ประชุมต่อ แล้วก็ไปถ่ายข่าวใส่ไข่ กว่าจะเสร็จก็ค่ำ แล้วก็ต้องหาแขกรับเชิญวันพรุ่งนี้อีก ชีวิตมันจะเป็นอยู่แบบนี้ กว่าจะได้นอนก็ดึกมาก มันเป็นอย่างนี้จริงๆ ทุกวัน มันจะเหลือ เสาร์-อาทิตย์ บางศุกร์ดีใจจังเลย พรุ่งนี้ได้หยุดแล้ว”

กับที่โพสต์ “จงอย่าก้มหัวให้คนชั่ว จงอย่าให้โอกาสคนเลว จงอย่าเชื่อคำพูดของคนลวงโลก จงอย่าเย้ยหยันเพื่อนผู้หวังดี จงใช้สติปัญญาในการต่อสู้ ถ้าคุณสมยอมกับคนสารเลว เราก็คงมีสภาพเช่นเดียวกับมัน ทรนง ศรึเชื้อ 30/04/2562” ไม่มีนัยยะแอบแฝง แค่อยากพูดลอยๆ
“ที่โพสต์ไม่ได้มีอะไรเลย แค่พูดลอยๆ ว่าสังคมตอนนี้ มันค่อนข้างมีเรื่องราวแปลกๆ เกิดขึ้นเยอะแยะ การที่เราลงบทความนี้เพราะเราชอบบทความที่คุณทรนง ศรีเชื้อ ลงไว้เมื่อปี 62 เราก๊อปปี้เอาไว้ตั้งแต่ปีนั้นเลย แต่ไม่เคยได้ใช้ เป็นคำพูดที่เราชื่นชอบตั้งแต่วันนั้น เวลาที่เราเปิดผ่านเราก็จะเห็นในสิ่งที่เราก๊อปปี้เอาไว้ จนวันนึงเรามีโอกาสได้ลงเพราะเรารู้สึกว่า ในบางเรื่องมันตรงกับสถานการณ์ทุกวันนี้จริงๆ

ถ้าคุณไปโอนอ่อนกับสิ่งที่ไม่ดี กับคนเลวคุณเองก็อาจจะเป็นเหมือนเขาก็ได้ หรือแม้กระทั่งที่ว่าคุณต้องไม่ยอมก้มหัวให้กับคนที่ไม่ดี คนที่เลว มันเหมือนเป็นการเตือนตัวเองด้วย ไม่ได้หมายถึงแหล่งข่าว ผมว่ามันก็อาจจะมีคนที่เป็นแบบนั้นอยู่ แล้วก็ได้มองตัวเองกับคำพูดของผม บางคนอาจจะอุ้ย! กูรึเปล่า ก็พูดลอยๆ ไม่ได้หมายถึงอยากให้ใครดิ้น เราทำข่าวเราจะเห็นว่าคนนั้นเป็นยังไง คนนี้เป็นยังไง เราจะรู้ไง เราก็แค่พูดลอยๆ ถ้าเขาหยิบไปใช้ มันก็ดีกับชีวิตเขาเท่านั้นเอง”

ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้ตน ย้ำเข้าใจและน้อมรับทุกคำวิจารณ์
“ขอบคุณมากๆ ขอบคุณจริงๆ ก็อย่างที่บอก ผมเชื่อว่าทุกคนอยากเป็นที่รักของทุกคน แต่มันไม่สามารถจะเลือกได้อยู่แล้ว มันมีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด มีคนชอบก็ต้องมีคนไม่ชอบ เขาก็มีมุมมองของเขา แล้วเขาก็ไม่ได้ผิดด้วยที่เขาจะแสดงความคิดเห็น ผมไม่เคยฟ้องใครที่มาว่าผม ถามว่าเพราะอะไร ในเมื่อวันนึงเรามาอยู่ตรงพื้นที่นี้แล้ว เราต้องใช้อินเตอร์เน็ต โซเชียลต่างๆ ในชีวิตการทำงาน มันเหมือนเราก้าวขาและกระโดดไปตรงนั้นแล้ว ฉะนั้นมันต้องมีบ้างที่คนจะไม่เห็นด้วยกับเรา เขาก็ไม่ได้ผิดอะไร เขาก็แสดงความคิดเห็นไป เราก็รับมันไว้แล้วก็ไปแก้ไข ผมเชื่ออย่างนึงว่าคนไทยเป็นคนน่ารัก อะไรก็ตามแต่ เราผิดเราก็ขอโทษ แล้วเราก็จะแก้ไขตัวเอง ผมว่าเขาให้อภัย ดีกว่าคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร แล้วก็ยังเถียงแบบข้างๆ คูๆ  อันนั้นคนไทยจะไม่ให้โอกาสคุณอีกเลย







กำลังโหลดความคิดเห็น