xs
xsm
sm
md
lg

ซะงั้น “ติ๊ก” กลับลำอวย “หนุ่ม” ลึกๆ เป็นสามีที่ดี! หลังจากนี้เลิกปะทะแล้ว ขอโทษคิดถึงลูกจนคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ติ๊ก” กลับลำขอโทษ “หนุ่ม” แถมชมลึกๆ เป็นสามีที่ดี รับผิดที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่เอง เหตุคิดถึงลูกมาก ไลฟ์ระบายแอบหวังจะทำให้เจอลูกได้เร็วขึ้น พ้อกลัวตายแล้วไม่ได้เจอหน้าลูกอีก ส่วนเรื่องยืมเงินแค่สื่อสารคลาดเคลื่อน สัญญาหลังจากนี้เลิกปะทะแล้ว

ปะทะเดือนกันมาในช่วงสัปดาห์ก่อน ที่อยู่ๆ “กุ้งพลอย กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ” หรือ “ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์” ก็ออกมาไลฟ์สดแฉอดีตสามี “หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์” ถึงเรื่องราวในอดีต รวมถึงการเลี้ยงลูกสาว “วีจิ” จนถูกแฟนคลับเข้าไปถล่ม ซัดเล่นยามาหรือเปล่า ทำเอากุ้งพลอยถึงขั้นไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พร้อมโชว์เอกสารว่าในร่างกายไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด

ล่าสุด กุ้งพลอย ก็ได้เผยความรู้สึกผ่านรายการ แม่จ๋ามาแล้ว ช่องยูทิวบ์ของตัวเองอย่างหมดเปลือกถึงเรื่องทั้งหมดที่ตนตัดสินใจทำลงไปเพราะควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้

ที่ตรวจหาสารเสพติด เพราะตั้งใจจะปรับเปลี่ยน เพราะทนมา 10 เดือนแล้วไม่อยากให้ชื่อเสียงยึดติดกับอดีต ตั้งใจจะแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด ก็เลยตรวจเลยดีกว่า วันนั้นไลฟ์สด เนื่องด้วยอารมณ์ที่มันเก็บมานานแล้ว มันนาน มันทรมาน มันหนัก คิดถึงลูก เมื่อไหร่จะได้เจอลูก จิตใจเลยเตลิดไป

ก็เลยพูดในช่องทางของตัวเองเป็นการแสดงเพื่อให้เราได้เจอลูกเร็วขึ้น แต่คนกลับมาคอมเมนต์ว่าเล่นยาหรือเปล่า มันเป็นการคุกคามในสิ่งที่เราไม่ได้เป็น เลยไปตรวจเพื่อความสบายใจก็เลยทำ”

รับเครียดหลายเรื่องรอบตัวเลยออกไลฟ์ระบายความรู้สึก ขอโทษประชาชนที่พรั่งพรูออกมา กลัวติดโควิดแล้วเสียชีวิตแล้วไม่ได้เจอลูก
“ตอนนั้นสถานการณ์ชีวิตของตัวเองมันมีหลายอย่าง ทั้งเรื่องลูก เรื่องพ่อ ความกดดัน สถานการณ์โควิด และการสูญเสียที่มันเร็ว เลยคิดที่จะทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะได้นอนกอดลูกเร็วๆ เพราะคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะคิดแบบนี้และแสดงออกก็เลยออกมาไลฟ์ เลยพรั่งพรูออกมา พูดหลายๆ อย่าง

ก็ต้องขอโทษ เพราะเรื่องของเราประชาชนให้ความสนใจมากๆ ส่วนตัวเราก็มองว่า เราตัวคนเดียว เวลาจะทำอะไร ก็ตัดสินใจคนเดียว ที่ไลฟ์จุดประสงค์คืออยากเจอลูกเท่านั้นเอง ก็พูดในสิ่งที่เราเจอมาบ้าง ต้องการอธิบายในสิ่งที่เราเจอมาบ้าง และโควิดก็มา กลัวจะเสียชีวิตไปก่อน ถ้าไม่ได้เจอลูกจะทำอย่างไร พ่อก็เข้าฉุกเฉินด้วย และพ่อพูดว่าอยากเจอหลาน เลยทำให้เราออกมาไลฟ์ ไม่ได้เล่นยา แต่เป็นเพราะอารมณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น หลายๆ อย่างสะสมรวมกัน”

แจงเรื่องยืมเงินเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน
“ส่วนเรื่องที่ยืมเงินรุ่นพี่ รุ่นพี่คนนี้ไม่ได้เป็นแค่รุ่นพี่ เป็นเหมือนพี่สาวที่คบกันมาเกือบ 20 ปี เราไม่มีความลับต่อกัน เคยทะเลาะกันหนักแต่ก็เป็นพี่น้องกัน เคยกอดคอกันร้องไห้ เราช่วยเหลือกันและกัน เขาเป็นมากกว่าเพื่อน เป็นเหมือนพี่สาวแท้ๆ คนหนึ่ง

และวันที่จะไปเซ็นทรัล ไม่รู้ว่าการเจอลูกแล้วพี่เขาจะใจดีให้พาลูกไปเซ็นทรัล แต่เรามีเงินสดติดตัวแค่พันกว่าบาท เพราะเงินสดเก็บไว้ในตู้เซฟ ส่วนอีกก้อนอยู่ในอีกบัญชีที่จะไม่ถอน วันนั้นเลยบอกพี่สาวว่ายืมเงิน 5 พัน ก็โอนมา แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ มันเป็นเรื่องเล็ก เหมือนพี่สาวให้เงินน้องยืม เดี๋ยวน้องก็คืนให้

หลังจากนั้นก็วิดีโอคอลให้เห็นหน้าหลาน เพราะเขาอยากเจอหลาน รู้ว่าเขารัก ก็เลยขอเงินให้หลานไม่ยืมแล้ว เขาก็ให้ เราก็คิดว่าเขาให้หลาน เขาเคยให้มากกว่า 5 พันอีก เขาให้มากกว่านี้อีก คิดว่าเป็นการให้หลาน ถ้ารู้ว่าเป็นเงินเขา ก็ไม่เอาหรอกค่ะ

มันเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนของ 3 คน ไม่เคยรู้ว่าอดีตสามีโอนเงินให้พี่เขา ไม่รู้ว่าพี่เขาไปเอาเงินจากตรงไหนแล้วมาโอนให้เราจริงๆ และไม่ต้องการอธิบายเพราะเดี๋ยวคนจะไปทำร้ายพี่ของเรา ไม่รู้ว่าพี่เอาเงินของเขามาให้ รู้แค่ว่าพี่รักหลานเลยเอาเงินให้หลาน”

ขอโทษ “หนุ่ม” ที่ตนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ชมลึกๆอีกฝ่ายเป็นสามีที่ดี
ลึกๆ เขาเป็นสามีที่ดี ตัวเราก็ทำอะไรผิดพลาด บางอย่างก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ มีความกดดัน แต่ไม่เคยโทษว่าใครทำให้ต้องเป็นแบบนี้ โทษตัวเองมาตลอด แต่ก็มีอะไรหลายอย่างที่พูดโดยไม่คิด แล้วกระทบเขา ถ้ารู้สึกผิดก็จะขอโทษ รู้สึกผิดมาตลอด เลยอยากจะขอโทษ

แฟนคลับที่มาแฉว่าไปยืมเงิน อดีตก็คืออดีต เราคิดว่าเขาเป็นน้องคุยด้วยความจริงใจ ไม่เคยคิดไม่ดีกับเขา เราไปขอเขาช่วย เพราะมรสุมประดังประเดเข้ามา ถ้าจะทวง ควรมาทวงกับเราดีกว่า ได้เห็นหลายๆ อย่างที่เขาโพสต์แล้ว

ถ้าเราเป็นหนี้เบอร์โทร.ก็มีมาทวงได้ แต่เมื่อตอนเดินออกจากบ้าน เคยบอกจะโอนเงินคืนให้ ก็ขอเลขบัญชีไป แต่มันนานมาแล้ว หนี้เกือบเป็นล้านรวมดอกยังใช้หนี้ได้เลย ตอนนี้ก็พยายามทำงานอย่างหนักเพื่อใช้หนี้ งานรีวิวเข้ามาเยอะมาก ของเกี่ยวกับลูกแต่ไม่รับ ไม่ออกงานอีเวนต์ไม่ออกรายการ”

บอกเลิกปะทะแล้วหลังมีผู้ใหญ่เป็นคนกลางช่วยคุยให้ทำให้ตนระงับสติได้ ต้องการเลี้ยงลูกให้อบอุ่นคู่ไปกับอดีตสามีก็ต้องใจเย็น
ตอนนี้จะเลิกปะทะแล้ว เพราะตอนนี้มีผู้ใหญ่ที่เป็นกลางเข้ามาช่วย คุยแล้วรู้สึกมีความหวัง ระงับสติอารมณ์ได้ รู้ว่าต้องคิดยังไง มองลูกเป็นหลัก ถ้าคิดถึงลูกมากก็ต้องคิดก่อนที่จะพูด เพราะเป็นคนใจร้อน

เขาแนะแนวทางชีวิตให้ บอกว่า พ่อของลูกต้องทำงานเลี้ยงลูกเรานะ ก็ได้สติ จะพูดจะคิดอะไรทบทวนเยอะๆ เพราะเป็นแม่แล้ว ต้องการเลี้ยงลูกคู่ไปกับอดีตสามี ถ้าต้องการเลี้ยงลูกให้มีความอบอุ่น ก็ต้องเย็นลง ทำอะไรคิด วิเคราะห์ แยกแยะให้ได้จริงๆ เพราะคนที่ได้รับผลกระทบก็มีทั้งพี่เขาและตัวเรา และขอขอบคุณทุกคนที่เข้าใจและไม่เคยทิ้งกัน”











กำลังโหลดความคิดเห็น...