xs
xsm
sm
md
lg

"ทนายรณณรงค์" เฉดหัว "น้องดา" มาทางไหน ไปทางนั้น! ฝ่ายหญิงลั่นเสียงสั่นถึง "เสี่ยท็อป" หนูทิ้งเขา ไม่ใช่เขาทิ้งหนู

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


จากกรณี พริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ ถูก "นายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร" หรือ "เสี่ยท็อป" อ้างว่าเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง มีการจ้างออร์แกไนซ์ มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดงานรวมกว่า 3.5 ล้านบาท จากนั้นเบี้ยวไม่จ่ายเงินค่าจัดงานทำให้ฝ่ายหญิงต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ล่าสุดเสี่ยท็อปถูกจับแล้ว

รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (18 ต.ค.) พิธีกรสาว "ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต" เพื่อให้มุมมองทางกฎหมาย พร้อมโฟนอินสัมภาษณ์ "น้องดา" เจ้าสาวที่ถูกหลอกแต่งงาน

ทราบข่าวเสี่ยท็อปตอนไหน?
ทนายเจมส์ : "ทราบตอนเล่นเฟซบุ๊กอยู่ มีการไลฟ์สดว่าเสี่ยท็อปโดนจับ ผมกำลังงงอยู่ เกิดคำถามในใจว่าเขาถูกจับคดีไหนกันแน่ คดีที่ถูกจับเป็นคดีตามหมายจับของศาลแขวงพระนครเหนือ เป็นความผิดเกี่ยวกับการใช้เช็ค สาเหตุที่ศาลออกหมายจับเป็นเพราะว่ามีการเลื่อนคำพิพากษามาหลายครั้งแล้ว ครั้งสุดท้ายเดือนพ.ย. ปี 59 ไม่ไปฟังคำพิพากษา ศาลจึงออกหมายจับ พอออกหมายจับแล้วให้มาฟังคำพิพากษา 1 เดือนถ้าไม่ได้ตัวมา ศาลก็เปิดอ่าน แล้วออกหมายจับให้จับตัวจำเลยมาปฏิบัติตามคำพิพากษา นั่นคือคดีถึงที่สุดแล้ว เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วอุทธรณ์ไม่ได้ ขอประกันตัวได้มั้ย ผมคิดว่าศาลท่านอาจไม่อนุญาตให้ประกันตัวเพราะไม่มีเหตุให้ประกันตัวออกไป การประกันตัวออกไปเพื่อสู้คดี แต่นี่คดีถึงที่สุดแล้ว ศาลอาจไม่ให้ประกัน นี่คือความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ"

ตอนนี้ฝากขังไว้ก่อน?
ทนายเจมส์ : "ครับ เนื่องจากตร. มีอำนาจในการควบคุมตัวแค่ 48 ชม. ตร.ต้องนำตัวไปส่งสน.ท้องที่ ตร.ท้องที่ไปส่งที่ศาล"

ผู้ชายหลอกผู้หญิงแต่งงาน ทำไมเริ่มเยอะขึ้น?
ทนายเจมส์ : "ผมคิดว่าเราไม่ได้หลงในรูป แต่ไปหลงในโปรไฟล์ที่เขาสร้างขึ้น เอาง่ายๆ คิดแบบนี้ เฟซบุ๊กไม่มีใครลงเรื่อ่งแย่ๆ เลย มีแต่คนลงเรื่องดีๆ ของตัวเอง คนที่ถูกหลอกไม่ว่าจะแชร์ การขายตรงก็ดี เอาทรัพย์สินเงินทองมาวางโชว์เต็มเลย แต่เป็นเงินคุณจริงมั้ย ผมไม่เคยเชื่อเลย ผมเชื่ออย่างเดียวคือหลักฐานการเสียภาษี"

โฟนอิน "พ.ต.อ. เชิงรน ริมผดี" รองผบก.ตม. 2 วางแผนจับกุมยังไง
พ.ต.อ.เชิงรน : "กรณีเสี่ยท็อปมีการเดินทางไปที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง เมื่อช่วงต้นเดือน ตอนที่เขาออกไปในกระบวนการของการขึ้นระบบของตม. ก็ไม่มีการลงในระบบไว้ว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ เขาก็เดินทางได้ตามปกติ มีเพียงข่าวเบี้ยวการแต่งงาน ซึ่งทางเจ้าทุกข์เขายังไม่ได้ร้องทุกข์ก็ไม่เป็นคดีไป"

ณ วันนั้นที่ออกนอกประเทศ ข่าวลือที่บอกว่าเสี่ยท็อปมีแบ็คใหญ่ออกนอกประเทศก็ไม่จริง?
พ.ต.อ.เชิงรน : "ไม่มีหรอกครับ ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ ถ้ามีฐานข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลตม. ระบบจะทำงาน คนไม่สามารถปฏิเสธได้ ไม่มีเส้นใหญ่มาจากไหน ตอนเดินทางกลับ ผมทราบข้อมูลมาว่ามีอยู่คดีนึงซึ่งคุณท็อปก่อเหตุไว้ มีเจ้าทุกข์ร้องทุกข์ไว้ในเขตสน.บางซื่อ เมื่อประมาณ 2557 เป็นเรื่องพ.ร.บ. เช็ค มีการออกเช็คให้ซื้อขายคลินิกเสริมความงาม คดีนี้ขึ้นสู่ศาลแขวงพระนครเหนือ มีการพิจารณาคดีแล้ว ปรากฎว่าช่วงการพิจารณาคดี ศาลมีการนัดฟังการพิจารณา คุณท็อปได้หลบหนีไม่ไปฟังศาล ศาลเป็นผู้ออกหมายจับ ก็ส่งไปเขตภูมิลำเนาของตัวผู้ต้องหา หมายจับออกปี 59 ตอนนั้นระบบคงยังไม่มีการเชื่อมกับฐานข้อมูลของสำนักงานตร.แห่งชาติ ทำให้ไม่มีการบันทึกไปในระบบตรวจคนเข้าเมือง แต่ปรากฎว่าหลังเป็นข่าวก็เริ่มมีการตรวจสอบ ก็พบว่ามีหมายนี้ค้างอยู่หมายนึง เลยเอามาลงระบบตรวจคนเข้าเมือง ปรากฏว่าเขาเดินทางกลับ มาถึงราวๆ สามทุ่ม ระบบเรามีการแจ้งเตือน ตรวจสอบผู้โดยสารล่วงหน้า มันจะลิ้งค์มาแจ้งเตือนที่ตม. ว่าคุณท็อปจะเดินทางกลับมา เราเลยจับกุมในคดีเช็ค ก็แจ้งข้อหาทำการจับกุม วันนี้คงส่งศาล เพราะเป็นหมายจับระหว่างรอการพิจารณา ก็เรียนนิดนึงว่าพี่้น้องประชาชนจะเป็นห่วงว่าจะมีเคสอื่นหรือเปล่า ตอนนี้ศาลกับสำนักงานตร.แห่งชาติลิงค์ข้อมูลกันเรียบร้อยแล้ว คิดว่าคงไม่มีหลุดแบบนี้ สบายใจได้"

ถ้าเราเจอผู้ชายมาหลอกแต่งงาน ให้เราลงทุนงานแต่งมากมาย ผู้ชายคนนี้อาจไม่มีความผิดเพราะอะไร?
ทนายเจมส์ : "คือความผิดฐานฉ้อโกง คือการหลอกลวง หรือปกปิดข้อเท็จจริง และการหลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สิน แต่การแต่งงานแบ่งเป็นสองส่วน ผู้หญิงไปหลอกผู้ชาย คดีเดียวไม่เป็นไร แต่ถ้าหลอกหลายๆ เคส จะแสดงพฤติการณ์อย่างหนึ่งว่าผู้หญิงไม่มีเจตนาจะแต่งงานกับผู้ชายหรอก เป็นเพียงแค่การหลอกและอยากได้เงินของเขา อยากได้สินสอด อยากได้ของหมั้น อันนั้นโดนฉ้อโกง หลอกเพื่อเอาสินสอดของหมั้น แต่ทีนี้พอเป็นผู้ชายไปหลอกผู้หญิง ถามว่าได้อะไรจากผู้หญิง ยังไม่ได้ทรัพย์สินไป ยังไม่เข้าองค์ประกอบความผิด เรื่องพวกนี้กลายเป็นคดีแพ่งไป ผู้ชายเขาอ้างว่าเขาแสดงความรับผิดชอบแล้วด้วยการไปลงท้ายบันทึกการหย่าว่าเขารับผิดชอบทั้งหมด แต่ตามกฎหมาย ใครก่อหนี้ เจ้าหนี้ก็ตามกับคนนั้น เขาไม่รู้หรอกว่าตกลงอะไรกันเพราะเป็นเรื่องสามีภรรยา แต่คนก่อหนี้ คุณคือคู่สัญญากับเขาโดยตรง เขาก็ตามคุณผู้หญิง"

โทรศัพท์สัมภาษณ์ "ทนายรณณงค์ แก้วเพชร์" ตอนนั้นไปร่วมกับคดีนี้ได้ยังไง?
ทนายรณณรงค์ : "คือทางตัวเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาว เขามาปรึกษาเรื่องทางกฎหมาย แต่ก่อนมาเจอผม เขาทำเรื่องร้องเรียนมาทางแฟนเพจ และคุยกันหลายเดือน ประมาณ 2 เดือนกว่าจะตัดสินใจว่าโดนโกงแน่ๆ แล้ว ตอนนั้นที่เข้ามาเจอ บรรยากาศที่เข้ามา ฝ่ายหญิงไม่อยากเอาเรื่องผู้ชายอยู่เลย ความรักบังตาไง"

ทำไมตัดสินใจดำเนินคดี?
ทนายรณณรงค์ : "คือเจ้าหนี้เขามาทวงทุกวันไง ความรักก็ความรัก เจ้าหนี้ก็เจ้าหนี้ ผมให้เขาเขียนแจกแจงมาเลยว่ามีค่าอะไรบ้าง เบ็ดเสร็จแล้วค่าใช้จ่ายรวมสินสอดทองหมั้น 5.7 ล้าน มีเช็คเงินสด ทองด้วยไง"

ทำไมเขากล้าลงทุนขนาดนั้น?
ทนายรณณรงค์ : "เขาบอกว่าเสี่ยท็อปอยากได้งานใหญ่ๆ เพราะเพื่อนเขาไฮโซเยอะ และเขาบอกกับออแกไนเซอร์ว่าจะมีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมางานนี้เยอะ ก็จัดให้มันหรูหราหน่อย นี่คือเหตุผล"

ผู้หญิงเลยยอมลงทุนไปก่อน?
ทนายรณณรงค์ : "จริงๆ ต้องบอกว่าผู้หญิงไม่ได้ลงทุนไปก่อน แต่มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งออกเช็คค้ำประกันมาให้ ซึ่งยังไม่เคยปรากฎผ่านสื่อ เป็นนักธุรกิจชื่อดังคนหนึ่ง บอกชื่อไปพี่บุ๋มน่าจะรู้จัก เซ็นเช็คมาและค้ำประกันออแกไนซ์ ค้ำประกันทองคำให้ ก็เลยได้จัดงาน คนนั้นรู้จักเสี่ยท็อป"

ทำไมทนายรณณรงค์เลิกทำคดี?
ทนายรณณรงค์ : "เขานัดเรา 4 ครั้ง 4 วัน เราไม่เคยถามเขาสักครั้งว่าคุณจะแจ้งความอะไรมั้ย เราแค่ถามว่าคุณจะแจ้งความหรือเปล่า แล้วเขาและเพื่อนเจ้าสาวบอกว่าจะแจ้ง ก็นัดมา วันจันทร์ถึงเวลาก็เลื่อน บอกอายสื่อ วันอังคารนัดเราก็เลื่อน บอกอายนักข่าว วันพุธส่งทนายคนอื่นไป นัดเขาแล้วก็เลื่อน วันพฤหัสบดี ส่งทนายผู้หญิงไป นัดเขาดิบดีก็เลื่อนอีก เหตุผลที่เลื่อนตอนหลัง เรารู้สึกไม่โอเค เพราะบอกเราว่ามีผู้ใหญ่พาไปแจ้งความเอง ถ้ามีผู้ใหญ่อยู่แล้วมาทางไหนไปทางนั้นเลย"

คิดว่าหลักฐานจะเพียงพอมัดตัวเสี่ยท็อปมั้ยในวันที่จะพาไปแจ้ง?
ทนายรณณรงค์ : "ผมเจอผู้เสียหายทางนิตินัยแล้ว และเราไม่เคยพูดผ่านสื่อมาก่อนว่ามีใครบ้าง ผมมั่นใจว่าขึ้นศาลได้ แต่ถ้าไปฟังคนที่ไม่ใช่ทนายแล้วไปแจ้งความกัน ก็เรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเราแล้ว"

เข็ดมั้ย?
ทนายรณณรงค์ : "ผมไม่เข็ด แต่มาทางไหนก็ให้กลับไปทางนั้น ไม่ต้องมาอะไรอีก"

ปรากฎว่าเจ้าตัวไม่ได้แจ้งความ แต่ไปปอท.แทน?
ทนายเจมส์ : "การที่ผู้เสียหายไปปอท. ปอท.เขารับเรื่องหมดนะ ส่วนจะสั่งไม่ฟ้องหรือโยนให้พื้นที่ เขามีทีมกลั่นกรอง ทีมประชุมของเขาอยู่ การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จต้องทำให้ประชาชนเสียหายด้วยนะ เขาลงรูปของเขา เขาบอกว่าเป็นของเขาหรือเปล่า รูปเงิน รูปเครื่องบิน ไม่ได้บอกว่าเป็นของเขา การโพสต์ภาพต่างๆ มันอาจเป็นของเพื่อน ยืมเขามาหรือเช่าเขามาก็ได้ สิ่งที่ควรคิดไตร่ตรองให้ดี สิ่งที่คุณเห็นอาจเป็นแค่ภาพลวงตา ผู้หญิงไม่ได้ชอบคนรวย แต่ชอบคนที่ให้อนาคตเขาได้ แต่ ณ วันนี้ต้องเข้าใจก่อน สื่อส้งคมออนไลน์เป็นโลกอีกใบที่มีการสร้างขึ้น ต้องตรวจสอบให้ดีครับ ผมมองว่าบางคนไปโจมตีน้องดาว่าเห็นแก่เงิน คุณไม่เป็นเขา อย่าไปตัดสินใคร ถ้าไม่ได้ไปยืนจุดเดียวกับเขา ดูอย่างห่างๆ และเอาสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ เขาทำไม่ดี ผิดพลาดยังไงก็เอามาสอนตัวเอง สอนลูกสอนหลานดีกว่า"

ถ้าจะแต่งงาน เราไม่ควรลงทุนก่อน?
ทนายเจมส์ : "ในการจัดงานแต่งงานเขาแบ่งกันอย่างนี้ ถ้าเป็นฝ่ายผู้หญิง ผู้หญิงก็เป็นฝ่ายจัดต้อนรับไปเพราะเป็นพื้นที่ตัวเอง มันแล้วแต่การตกลง แต่ผมจะบอกว่าถ้าผู้หญิงคนไหนเจอผู้ชายที่ไม่แสดงความรับผิดชอบเลย คุณควรตัดสินใจได้ตั้งแต่ตอนต้นเลยเพราะผู้ชายไม่มีตังค์ ต้นทุนเราก็ไม่เหมือนกัน ผมก็เข้าใจ"

แต่นี่มีเศรษฐีเซ็นเช็คค้ำประกัน?
ทนายเจมส์ : "ผมว่าเดี๋ยวนี้ผู้หญิงเขาทำงานได้ เขาก็มีตังค์ คงไม่ยอมให้ผู้ชายออกฝ่ายดียว จ่ายกันคนละครึ่งดีกว่าเอาตัวเองไปเจ็บ โดยเฉพาะการอยู่ก่อนแต่งผมไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่ เอาง่ายๆ ครอบครัวอื่นมีลูกกันไปแล้ว อยู่มาเป็นสิบปียังหย่ากันเลย การศึกษากันควรศึกษากันนานๆ ให้รักตัวตนดีกว่าภาพที่สร้างขึ้น เพราะคุณอาจถูกหลอกได้ง่าย"

เสี่ยท็อปโดนจับคดีเช็ค จะติดคุกประมาณ 6 เดือน เพราะศาลพิพากษาไป 1 ปี แล้วสารภาพ ติดคุกชัวร์ๆ ที่จะติดคุกไม่เกี่ยวกับน้องดาเลย แล้วคดีน้องดา เสี่ยท็อปจะโดนจับข้อหาอะไรได้บ้าง?
ทนายเจมส์ : "ที่ใกล้เคียงสุดคือการฉ้อโกง แต่ในความผิดฐานฉ้อโกงต้องครบองค์ประกอบความผิดก่อน นั่นคือหลอกไปแล้วได้ไปซึ่งทรัพย์สินหลอกลวง คดีนี้หลอกจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่มีการสร้างภาพทำให้ผู้หญิงจัดงานแต่งขึ้นมา มีการไปกู้หนี้ยืมสินขึ้นมา ถามว่าเสี่ยท็อปได้ทรัพย์สินมาหรือยัง พอยังไม่ได้มันก็ไม่ครบองค์ประกอบความผิด ก็ไปเอาความผิดฐานฉ้อโกงไม่ได้ คราวนี้กรณีหลายๆ เคส มีการหลอกแต่งงานและให้ไปกู้หนี้ยืมสินแล้วตัวเองเอาเงินไปใช้ฝ่ายเดียว แล้วให้ผู้หญิงใช้หนี้ กรณีนี้ถ้าทำแบบนี้หลายๆ ครั้ง จะแสดงให้เห็นเจตนาว่าผู้กระทำความผิดไม่ได้มีเจตนาจะแต่งงาน แต่จดทะเบียนเลย ต้องการให้เขากู้เงินและเชิดเงินหนีไปแล้วมาหย่า ถ้าแสดงให้เห็นเจตนาอย่างนี้ก็อาจมีส่วนดำเนินความผิดได้"

ทำไมน้องดาไปฟ้องปอท. เพราะคิดว่าโปรไฟล์ที่เสี่ยท็อปสร้างมาเป็นภาพหลอกลวงตัวเอง อย่างนั้นฟ้องได้มั้ย?
ทนายเจมส์ : "การเอาภาพมาลงเฟซบุ๊กมันคือพื้นที่ส่วนตัวของเขาหรือเปล่า ต้องดูแบบนี้ก่อน เป็นเฟซบุ๊กหรือไอจีส่วนตัว หรือสาธารณะ มันไม่ได้ไปหลอก แต่เป็นการเข้าใจผิดของคนที่เข้าไปชมเอง ซึ่งภาพเงิน เป็นภาพเงินในกูเกิลธรรมดา ไปเสิร์จมาจากไหนก็ได้ ไปเชื่อภาพที่เขาสร้างขึ้น"

ตอนนี้เสี่ยท็อปมีแฟน และเอาแฟนคนนี้ไปฮ่องกง ถือว่ามีแฟนอยู่แล้ว ถือว่าน้องดาโดนหลอกมั้ย?
ทนายเจมส์ : "ก็คงโดนหลอก แต่ว่ามันเข้าองค์ประกอบความผิดอะไรหรือเปล่า มันก็ยังไม่เข้าองค์ประกอบความผิดอยู่ดี การที่มาหลอกคบหรืออะไรก็แล้วแต่ ในทางกฎหมายไม่สามารถไปเอาผิดบุคคล คนนี้ได้ เพราะมันเป็นเรื่องความรัก ถามคำนึงว่าก่อนคุณไปตกลงปลงใจ ทำไมไม่ตรวจสอบให้ดี การตรวจสอบมีหลายวิธี ผู้ชายเคยพาคุณไปพบพ่อแม่หรือไปบ้านมั้ย เคยพาไปพบเพื่อน พบญาติ พาคุณออกหน้าออกตา ออกงานหรือเปล่า ถ้าไม่เคยพาออกไป ก็ให้สันนิษฐานว่าคุณเป็นบ้านเล็กของเขาหรือเปล่า"

ร้านเสื้อผ้าฟ้องเสี่ยท็อปได้มั้ย?
ทนายเจมส์ : "อันนี้น่าคิด ตรงนี้อาจเป็นเรื่องการผิดสัญญาทางแพ่ง ถ้าไปหลอกแล้วเอาของไปเลยโดยไม่ได้จัดงานแต่ง เขาเรียกว่าฉ้อโกงแต่อันนี้เป็นการผิดสัญญาทางแพ่งมากกว่า คนเช่าชุดลงหลักฐานก็คือผู้หญิง ยังไม่ไปถึงผู้ชาย ถ้าจะบอกว่าผู้หญิงไปมโนเองก็โยนความผิดให้ผู้หญิงมากเกินไป ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับการเช่าชุด คุณห้ามปรามได้มั้ยล่ะ คุณก็ไปร่วมงานแต่งกับเขาเรียบร้อย เห็นดีเห็นงามด้วย จะบอกว่าไม่เห็นด้วยกับหนี้ที่สร้างขึ้นไม่ได้ อีกอย่างที่อยากเตือน ในหลักกฎหมาย เขาบอกว่าถ้าผู้หญิงสูญเสียเงินอะไรก็แล้วแต่ กับการจัดงานแต่งแล้วไม่มีการจัดงานแต่งจริง สามารถเอาผิดได้ถ้ามีการหมั้นก่อน ถ้าไม่มีการหมั้นแล้วไม่ได้จัดงานแต่ง จะไปเอาผิดเขาไม่ได้นะ จบข่าวเลยนะ การหมั้นคือการสัญญาว่าในอนาคตจะมีการส่งมอบสินสอด แต่งงานกัน สามารถเอาผิดได้ เรียกร้องจากผู้ชายได้"

หลักฐานที่เสี่ยท็อปบอกว่าผู้หญิงมีอาชีพที่เขารับไม่ได้ เขาฟ้องผู้หญิงได้มั้ย?
ทนายเจมส์ : "ฟ้องข้อหาอะไรครับ คุณจะไปฟ้องเขาไม่ได้ มองช่องทางเดียวที่ผู้ชายจะฟ้องผู้หญิงได้คือหมิ่นประมาท เพราะมาออกข่าว แม้เขาหลอกลวงจริง แต่เกิดจากเหตุผลอะไรโน่นนี่นั่น"

อ้างได้มั้ยว่าตั้งใจแต่ง แต่ไม่ได้บอกให้ลงทุนเยอะขนาดนี้?
ทนายเจมส์ : "ทำไมไม่ไปทักท้วงตอนเขาว่างจ้างอีเวนต์ล่ะ ระยะเวลาผ่านมานาน ถ้าวันนี้พรุ่งนี้แต่ง อ้างได้ แต่ถ้าระยะเวลาผ่านมานาน ผมว่าอ้างยาก ท้ายที่สุดถ้าคุณไม่ยินยอม ไม่ยินดีในการจัดงานแต่งใหญ่โต ในท้ายบันทึกการหย่า คุณจะเซ็นรับผิดชอบไว้ทำไม น้องผู้หญิงถ้าถูกเจ้าหนี้ฟ้องสามารถเรียกเสี่ยท็อปมาเป็นจำเลยร่วมได้ ตามที่ได้ตกลงกันในท้ายสัญญาหย่า เสี่ยท็อปมีทรัพย์สินอะไรให้ยึดมั้ย ถ้าไม่มี ผู้หญิงก็โดนอีก"

กรณีนี้จะจบยังไง?
ทนายเจมส์ : "ผมมองว่าอยู่ที่ผู้ชายแล้ว ถ้าเขามีการสร้างภาพจริงๆ เขาต้องรักษาภาพพจน์ด้วยการชำระหนี้แทน เพื่อให้ภาพที่เขาสร้างยังคงอยู่ สมมติมีการหลอกกันจริงๆ"

โฟนอินหา "น้องดา" สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง?
ดา : "ปกติค่ะ เข้มแข็งมานานแล้วค่ะ"

ตอนนี้กระบวนการการฟ้อง น้องดาไปถึงไหนแล้ว?
ดา : "ยังไม่ได้ติดตามเลยค่ะ ไม่ได้ไปแจ้งค่ะ เข้าไปปรึกษาเฉยๆ ค่ะ ที่ตัดสินใจไปปอท. เราก็ไม่รู้มาก แต่มันเหมือนมีเอกสารแบบนี้ที่เขาบอกว่าเป็นของเขาโน่นนี่นั่น เราก็เลยไปดูสิว่ามันเป็นอะไรได้บ้าง เข้าไปปรึกษาเฉยๆ"

อยากฟ้องเขารูปแบบไหน?
ดา : "จริงๆ ต้องบอกก่อนว่าหนูไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง คือว่าคนที่เสียหายคือออแกไนซ์ ร้านทอง แหวนทอง โรงแรม แต่เราโดนทวงถามมาทางเรา เราเลยเกิดความเครียด ก็แค่นั้นค่ะ หนูไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงแต่มันมีผลกระทบมาทางหนู เพราะเขาไปทวงที่บ้าน มาทวงกับหนู แล้วเขาก็ผลัดให้รอ ประมาณนี้"

ยังรักเสี่ยท็อปอยู่มั้ย?
ดา : "ไม่ได้รักแล้วนะคะ แล้วก็ไม่ได้เกลียดอะไร ไม่ได้คิดว่าเรื่องจะใหญ่โตขนาดนี้ แค่เข้าไปปรึกษาทนายรณณรงค์ ว่าเรื่องเป็นแบบนี้ๆ จะไปทางไหนได้บ้าง"

อยากให้ตร.ดำเนินคดีกับเขา?
ดา : "ก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย ถ้าเขาทำผิดจริง คนที่ออกมาบอกว่าเขาหลอกลวง เสียหายอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ดำเนินคดีไป แต่หนูแจ้งความไม่ได้ เพราะหนูไม่ใช่คดีอาญา เป็นคดีแพ่ง ซึ่งแพ่งต้องมีเงินไปวางกับศาล เราก็ไม่ได้มีเงิน ก็อยากให้คนที่เสียหายจากเขาจริงๆ อย่างที่คุณกล่าวอ้าง อยากให้คุณเข้าไปพบตร. ว่าจะทำอะไรกับเขาได้มากกว่า"

ถ้าเขาฟ้องหนูด้วย?
ดา : "ก็สู้คดีกันไปในชั้นศาลค่ะ เพราะเขาจัดหาออแกไนซ์มาเอง"

เขาถูกจับแล้ว อยากพูดอยากถามอะไรมั้ย?
ดา : "ไม่มีอะไรอยากถาม เพราะถามไปก็ไม่ได้คำตอบจริงๆ"

เสี่ยท็อปบอกว่าคุณไปหลอกเขาให้แต่งงานรู้สึกยังไง?
ดา : "เราหลอกเขาแล้วเราได้อะไร เราจะไปหลอกเขาทำไม"

แม่เสี่ยท็อปเอาคุณมาแฉในแชตไลน์ รับไม่ได้กับสิ่งที่คุณไปทำที่เขมร รู้สึกยังไง?
ดา : "ก็ต้องสู้กันต่อไป ก็รู้สึกเฉยๆ รู้อยู่แล้วว่าเขาต้องทำแบบนี้"

ทนายเจมส์ : "กรณีเขากล่าวหาว่าเราไปหลอก น่าจะเข้าข่ายทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง"

ดา : "อันนี้แจ้งความอยู่แล้ว เพราะเขามากล่าวหา"

ถ้าเอาความผิดเสี่ยท็อปไม่ได้จะเจ็บใจมั้ย?
ดา : "จริงๆ ต้องบอกว่าเขาไม่ได้เลิกกับหนู หนูเป็นคนบอกเลิกเขานะ อันนี้ต้องแก้ข่าว วันที่หนูขอหย่าเขาคือก่อนวันที่ 1 หนูขอเขาหย่าเอง แค่รู้สึกว่าเขาไม่มีความรับผิดชอบเขาคบซ้อนหรือเปล่า เราระแคะระคายมา แต่เราไม่มีหลักฐาน หนูยืนยันได้ว่าหนูบอกเลิกเขา ที่ผ่านมาติดต่อกันตลอด แค่ไม่ได้โทรคุยกัน ก่อนวันหย่ายังคุยกัน วันที่หย่าเขาบอกว่า 8-9 จะได้เงินแล้วนะจ๊ะเมียจ๋า อันนี้คือคำของคนเลิกกันเหรอคะ ต้องแก้ตรงนี้ เขาไม่ได้เป็นคนบอกเลิกหนู แต่หนูเป็นคนบอกเลิกเขา"

ทำไมเชื่อว่าเขาเป็นเสี่ยท็อป?
ดา : "หลังตกลงแต่งงาน เขาบอกว่าจะดูแลนะ เราบอกเรามีหนี้เท่านี้นะ เขาบอกว่าจะรับผิดชอบ จะดูแลทั้งครอบครัว นี่คือหลังจากเขาขอแต่งงาน แต่ตอนรู้จักกัน ไม่รู้ว่าเขามีเงินหรือไม่มีเงิน ไม่ได้สนใจด้วย รู้สึกอยู่กับคนนี้สบายใจ ให้เกียรติเรา และครอบครัว หลังจากนั้นเขาพาเราไปพบคนที่เขาจะร่วมลงทุนด้วย โชว์มีเงิน มีเครื่องบิน เขาโชว์จากรูปจากอะไร เราไม่ได้สนใจตรงนั้น ถ้าหนูสนใจเรื่องเงิน หนูคงบอกให้เขาเอาเงินมาก่อน เราอยู่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ"

คนว่าคุณวิ่งเข้าใส่เพราะเสี่ยท็อปตังค์เยอะ โปรไฟล์ดี?
ดา : "จริงๆ แล้วครอบครัว เพื่อน คนรอบข้างรู้ว่าหนูเป็นคนยังไง ข่าวออกมาแบบนี้ ก็ให้เขามีวิจาณญาณของเขา แต่หนูไม่เคยอ่านคอมเมนต์เลยพี่ เพราะหนูรู้ว่าออกมาแบบนี้ หนูมีผลเสียอยู่แล้ว ที่ออกมาเพราะมีคนเดือดร้อนหลายคน หนูทนดูไม่ได้ แต่พอออกมาปุ๊บ โห คนเดือดร้อนเยอะมาก หนูเลยรู้สึกเฮ้ย หนูทำถูกนะที่ออกมา ถ้าไม่ออกมาจะไม่รู้เลย"

มีผู้เสียหายติดต่อมาเยอะ?
ดา : "มีสองสามคนนะคะ ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิง ร้านขายของก็โดน ไม่ใช่แค่เรื่องผู้หญิงค่ะ"

เรื่องเครื่องบินเขาบอกมั้ยว่าเป็นเจ้าของ?
ดา : "เขาบอกว่าเขามีเครื่องบินค่ะ และโชว์ภาพเครื่องบิน"

เขาเคยขอตังค์น้องดามั้ย?
ดา : "มีช่วงหลังๆ มีขอ มียืม เขาบอกว่าไม่มี หนูโอนให้ 5 ครั้ง แต่เขาก็มีคืนกลับมา"

หนูไม่ผูกใจเจ็บกับเสี่ยท็อป
ดา : "เรื่องราวเกิดจากความรักค่ะพี่ ที่ให้เงินไป เพราะเรานึกถึงวันดีๆ ที่มีให้กัน เราไม่มีเงินเขาก็ให้ เราก็ยังให้เกียรติว่าเขาเป็นสามีของเรา เราไม่รู้ว่าเขาหลอกหรือไม่หลอกเรา พยายามนั่งคิดตลอดเวลาเลยว่าเขาจะหลอกอะไรเรา ในเมื่อเราไม่มีอะไรเลย เรานั่งคิดถึงประเด็นนี้ อดทนมานานหลายเดือนก่อนออกมาพูดเรื่องนี้ พยายามหาเหตุผล แต่พอออกมาปุ๊บ มีข่าว คนนั้นเสียหายก็เพิ่งมั่นใจว่าโดนหลอก แต่ไม่รู้คนอื่นโดนหลอกยังไง แต่หนูโดนหลอกให้รักให้เชื่อใจ"

เข็ดกับความรักมั้ย?
ดา : "เอาจริงๆ หนูไม่เคยคิดอยากจะแต่งงานเลย คนรอบตัวจะรู้ หนูพูดตลอดเลยว่าไม่อยากแต่งงาน รู้ว่าอยู่กับใครไม่ได้ ซึ่งทุกคนก็ตกใจว่าทำไมหนูแต่งงานกับเขา พอเพื่อนมารู้จักพี่ท็อป เฮ้ย พี่คนนี้โอเคมากเลย ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่พูดคำหยาบ ตามใจเราทุกอย่าง คือดี พูดเลยว่าดี ให้เกียรติครอบครัว ช่วยทุกอย่าง ไม่ได้ช่วยเรื่องเงินนะ เรื่องเงินเขาก็ช่วยในการตกลงว่าจะให้เราเท่าไหร่ในการเป็นภรรยาของเขา แต่ว่าสิ่งที่เราประทับใจเขาคือหนึ่งเขารักครอบครัวเรามาก ให้เกียรติครอบครัว ขนาดหลานยังรักเขา (เสียงสั่นเครือ)"




กำลังโหลดความคิดเห็น...