xs
xsm
sm
md
lg

รอมานาน "แหม่ม" แย้มเตรียมร่วมงานกับช่อง 3 ในรอบ 10 กว่าปี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ไม่ได้ร้อนเงินนะ "แหม่ม คัทลียา" รับเป็นจังหวะและโอกาส มีงานละครติดต่อกัน ลั่นเป็นงานที่รักและเคยทำมาก่อน อีกทั้งเตรียมส่งลูกชายอีกคนเรียนนอก แต่หากลูกสาวคนเล็กไปเรียนเมืองนอกจะตามไปอยู่ด้วย แย้มเตรียมร่วมงานช่อง 3 หลังทิ้งห่างไปนานกว่า 10 ปี

หายเงียบไปทำหน้าที่แม่และภรรยาอยู่นานหลายปี จนตอนนี้ลูกๆ เริ่มเติบโต ทำให้ "แหม่ม คัทลียา กระจ่างเนตร" มีเวลามารับงานละครมากขึ้น ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าไม่อยากให้เบื่อหน้าซะก่อน เพราะตอนนี้มีผลงานละครออกมาติดๆ กัน ก่อนแย้มข่าวดี อาจได้หวนกลับไปร่วมงานกับทางช่อง 3 อีกครั้ง หลังทิ้งห่างไปนานกว่า 10 ปี

"จริงๆ มันเริ่มมาจากเมืองมายาไลฟ์ แล้วก็ละครเวที แล้วก็ต่อด้วยละครที่เล่นคู่กับพี่แท่ง (ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง) พี่แอน (สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์) แล้วก็มีเลือดข้นคนจาง แล้วตอนนี้จริงๆ มีซีรีส์ที่ถ่ายเสร็จไปแล้วของ GDH แต่ว่าเดี๋ยวจะออกอากาศเดือนพฤศจิกายน แล้วในขณะที่เล่นซีรีส์ก็มีละครภาตุฆาตด้วย มันก็เลยเหมือนไม่ได้หายไปไหนเลย"

"มันด้วยจังหวะเวลาและโอกาสมันมาพอดีด้วยกันหมดด้วยมั้งคะ อย่างตอนนั้นที่เล่นเมืองมายา เพราะว่าเป็นบทที่เราเคยเล่นไว้ แล้วก็มาต่อยอด แล้วก็เป็นไลฟ์ มันจะมีไลฟ์สดด้วย และก็มีละครเวทีเข้ามา ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เรารอคอยอยากเล่นอยู่แล้ว ก็รับ แล้วเสร็จก็มีละครที่จะให้เล่นกับพี่แอน พี่แท่ง ผู้ใหญ่ก็บอกว่าต้องเล่น พอเล่นเสร็จก็มีเลือดข้นคนจางอีก ซึ่งไม่อยากปฏิเสธเลยด้วยประการทั้งปวง อยากเล่น จะขอเล่นเลยด้วยซ้ำ เป็นของพี่ย้ง (ทรงยศ สุขมากอนันต์)แล้วก็มีซีรีส์ของ GDH อีก ก็อยากร่วมงานกับ GDH แล้วก็มาละครเรื่องนี้ ก็เป็นบทที่ดี ที่ไม่อยากปฏิเสธเลย เพราะว่าเป็นพี่ปุ๊ย (ผอูน จันทรศิริ) ด้วย แล้วพล็อตเรื่องก็น่าสนใจมากๆ เข้มข้นมากๆ"

ไม่ได้ร้อนเงิน เป็นงานที่รัก และเคยทำมาแล้ว
"อย่าเบื่อนะ ห้าม ไม่ได้ร้อนเงินค่ะ (หัวเราะ) แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่เรารักแล้วเราก็เคยทำมานาน แล้วหายไปช่วงหนึ่งเพราะมีลูก ลูกยังเล็ก ตอนนี้ด้วยจังหวะโอกาสมันพอดีกัน ลูกก็คนหนึ่งไปเรียนเมืองนอก คนที่สองกำลังจะตามไป แล้วคนเล็กเดี๋ยวจะเปิดเทอม จังหวะมันมาพอดีด้วยค่ะ"

สามีห่วง แต่ไม่ห้าม พร้อมซัปพอร์ตกัน
"เขาเป็นห่วงใหนแง่ของว่าเราจะเหนื่อยเกินไป แล้วเขาก็จะไม่ชอบให้กลับดึก ก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยแค่นั้นเอง แต่เรื่องงานเขาไม่ได้ว่า เขารู้ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เรารัก เขาก็พร้อมซัปพอร์ตเต็มที่ ถ้าเกิดเราไป เขาก็พร้อมดูแลลูกให้"

"ถามว่าเขาดูละครเราไหม เอาจริงๆ เขาไม่ค่อยดูทีวี แต่ก็มีที่บังคับนางดูได้ ก็คือเลือดข้นคนจาง เพราะมันเป็นสืบสวนสอบสวน มันก็เร้าใจดี มันก็ท้าทายเขา ว่าใครฆ่ากันแน่ เขาก็เลยดู ทุกครั้งที่รับงาน สามีไม่ต้องช่วยสกรีนบท แล้วแต่เราอยู่แล้วค่ะ เขายังไงก็ได้อยู่แล้ว แล้วถ้าพูดถึงว่าในเรื่องของด้านนี้ เราคงจะถนัดกว่าเขา เราก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน เขาก็ไว้ใจเราในการตัดสินใจอยู่แล้ว"

"การเลือกงาน สำคัญสุดมันก็คือตัวบทอยู่แล้ว ถ้าอ่านแล้วน่าสนใจ เราก็อยากเล่น ซึ่งก็มีอีกหลายๆ เรื่อง หลายๆโปรเจกต์ที่ติดต่อมา แล้วเราก็ดีจังเลย แต่ด้วยเวลามันไม่ลงตัว ก็เลยไม่ได้เล่น"

เตรียมหวนร่วมงานละครช่อง 3 ในรอบ 10 ปี
"มีนะคะ ช่อง 3 ติดต่อมา เป็นละครเหมือนกัน ของทีวีซีน ก็คุยกับพี่ปิ่น (ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์) แล้ว เดี๋ยวจะได้ดูว่าจะยังไงต่อ เรื่องนี้ก็จะเจอพี่แอนด้วย แล้วก็ยังมีรายการทางช่อง 3 อยู่"

"ละครเรื่องสุดท้ายกับช่อง 3 นานมาก ถ้ากลับมาคราวนี้ก็เกิน 10 ปีอยู่แล้ว เป็นครั้งแรกที่เล่นกับทีวีซีนด้วย เพราะส่วนใหญ่ก็จะเป็นพี่ไก่ (วรายุฑ มิลินทจินดา) พี่นิด (อรพรรณ วัชรพล) ก็ต้องรอดูๆ ตอนนี้ได้อ่านเรื่องย่อ แต่ยังไม่ได้อ่านบท กำลังเข้มข้นกับภาตุฆาตอยู่”

"ถามว่าคาดหวังแค่ไหน คือมันเป็นเรื่องปกติ ที่ทุกคนเวลาเล่นอะไรแล้ว เราก็อยากให้คนดูมีความสุขอันนี้สำคัญสุดนะ ให้คนดูสนุก แล้วก็มีความสุขกับละคร แล้วแน่นอนเราก็อยากให้ผู้จัด เจ้าภาพ หรือเจ้าของช่อง ที่เขาทำละครแต่ละเรื่องเนี่ย เขาก็ได้เรตติ้งดีๆ มันก็อยากให้ทุกคนสุขไปพร้อมๆ กัน แต่หน้าที่เราก็คือเราก็ทำให้เต็มที่ให้ดีที่สุด แล้วผลตอบรับมายังไงเราก็ต้องยอมรับ แต่ก็หวังว่าน่าจะดี"

สิ้นเดือนส่งลูกชายคนที่ 2 ไปเรียนต่อที่อังกฤษตามรอยลูกชายคนแรก
"สิ้นเดือนนี้แล้วค่ะ เราก็ต้องไปส่ง ก็เหมือนเดิม มันก็ไม่เชิงทำใจได้ แต่ว่ามันก็พอจะรู้แนวทาง รู้แล้วว่ามันต้องเจออะไรยังไงบ้าง แต่ตอนคนแรกไปเราไม่รู้เลย ว่าโรงเรียนเป็นยังไง ครูจะโอเคไหม นอนได้ไหม อันนี้ก็โอเคสบายใจ ห่วงอย่างเดียว แค่ว่าเขาจะคิดถึงบ้านไหม ไม่ได้ห่วงเรื่องความเป็นอยู่หรืออะไรหรอกค่ะ เพราะเราไปมาแล้วมันดีมาก"

"ก็อยู่โรงเรียนเดียวกันเลยค่ะ แต่เขาจะไม่เจอกับพี่ เพราะว่าพี่จบจากโรงเรียนนี้พอดี มันมีแต่ถึงเยียร์ 8 แล้วพี่ก็ไปต่ออีกโรงเรียนหนึ่ง เสียดายเหมือนกันที่เขาไม่ได้เจอกันที่โรงเรียนเดียวกัน ไปส่งคราวนี้ก็จะอยู่สักพักหนึ่งค่ะ แล้วก็อาจจะต้องกลับมาก่อน แล้วก็พี่บี๋อยู่ต่อ ต้องแตะมือกัน เพราะเราก็ต้องกลับมาหาคนเล็ก"

"เป็นห่วงมันก็เป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา ทุกคนเท่าเทียมกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะส่งไปหรือไม่ส่งไป ห่วงทุกนาทีอยู่แล้วคนเป็นแม่ แต่ว่าไม่ต้องห่วงเรื่องของความเป็นอยู่ แต่ห่วงเรื่องความรู้สึก จิตใจมากกว่า ว่าเขาจะคิดถึงบ้านแค่ไหน เขาจะโอเคไหม"

เนซซี่ร่ำร้องขอไปด้วย บอกถ้าส่งลูกสาวไปเรียนนอก ตนต้องตามไปประกบด้วย
"คุณนายเนซซี่พร้อมจะไปแล้วนะ (หัวเราะ) เขาพร้อมจะไปแล้ว บอกว่าไม่แฟร์ ทำไมพี่ได้ไปแล้วเขาไม่ได้ไป แต่ว่าผู้หญิงเราก็คิดว่าไม่ต้องรีบไปมาก ผู้ชายมันจะมีสเต็ปของการที่ไปแล้วจะต้องสอบเผื่อเตรียมตัวเข้าโรงเรียนมัธยม อีก 3 ปีข้างหน้า แต่ผู้หญิงอยู่ใกล้ๆ กันก่อน แต่ถ้าเนซซี่จะไป แม่ก็จะไปด้วย คิดว่าคงจะต้องไปอยู่ด้วย ไม่ได้อยากให้อยู่โรงเรียนประจำ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับโรงเรียนประจำนะ เพราะลูกชายก็อยู่ แต่รู้สึกว่าในฐานะที่เราเป็นผู้หญิง มันจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เราคิดว่าเราควรจะอยู่ประกบลูกไว้ เป็นคนที่คอยบอกคอยสอนคอยแนะนำในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ คิดว่าอย่างนั้นนะ ให้เขาไปไปสัก 13-14 ไหม ก็คือให้ผ่านช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไป แต่เราก็เลี้ยงใกล้ชิดอยู่แล้ว"

"ถามว่าถ้าตามเนซซี่ไป เราจะหายไปอีกไหม แต่ทุกวันนี้ก็ไปๆ มาๆ ที่เวลาไปคนก็ไม่รู้อยู่แล้วว่าไปไหน เราก็ทำงานเสร็จแล้วก็ไป ส่งลูกๆ แล้วก็เดี๋ยวกลับมา มันไม่ได้ไกลมากด้วยค่ะ เราบริหารเวลาได้อยู่แล้วค่ะ โชคดีที่เป็นคนชอบเดินทางอยู่แล้ว แล้วก็นอนง่าย ขึ้นเครื่องแล้วก็น็อกเลย ต้องแจ้งพวกพี่ๆ แอร์โฮสเตสว่าปลุกด้วย เดี๋ยวไม่ทัน (หัวเราะ) อันนี้ก็เป็นโชคดีค่ะ ไม่งั้นเราก็จะเหนื่อยถ้านอนไม่ได้"



กำลังโหลดความคิดเห็น...