xs
xsm
sm
md
lg

“ไดกิ้น” นำสุดยอดนวัตกรรมเครื่องทำความเย็น ติดตั้งระบบปรับอากาศโรงเรียนนานาชาติเบซิส มอบคุณภาพอากาศบริสุทธิ์ ตอกย้ำผู้นำด้านพลังงานและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ไดกิ้น” ผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศชั้นนำระดับโลก จากประเทศญี่ปุ่น นำสุดยอดนวัตกรรมเครื่องทำความเย็น ติดตั้งระบบปรับอากาศในโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ (BASIS) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านพลังงานและใส่ใจสิ่งแวดล้อม มอบคุณภาพอากาศที่บริสุทธิ์และปลอดภัยแก่เด็กๆ

ปัจจุบันเนื่องจากปัญหามลพิษทางอากาศ และความร้อนภายนอก คนส่วนใหญ่ในเมืองจึงมักใช้ชีวิตมากกว่า 90% ของเวลาทั้งหมดใน 1 วันอยู่ภายในอาคาร และในสิ่งแวดล้อมที่ปิด แต่จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ร้อยละ 30 ของอาคารทั่วโลก อาจมีปัญหาด้านคุณภาพอากาศและอาจมีปริมาณสารมลพิษภายในอาคารสูงกว่าภายนอกอาคารถึง 100 เท่า และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคาร ทั้งนี้สาเหตุดังกล่าวอาจเกิดได้จากหลายกรณี อย่างไรก็ตามการระบายอากาศที่ไม่ดี เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ส่งผลให้เกิดการสะสมของสารพิษในอาคารในปริมาณที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายในอาคารที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้สาเหตุของการเกิดมลพิษทางอากาศภายในอาคารเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การเคลื่อนที่ของมลพิษทางอากาศภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร จากแหล่งกำเนิดภายในอาคารเอง (เช่น การใช้สารเคมีภายในอาคาร การใช้อุปกรณ์สำนักงานบางชนิดที่ส่งผลต่อการเกิดมลพิษทางอากาศ การใช้วัสดุภายในอาคาร การออกแบบระบบปรับอากาศ และระบายอากาศที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งาน รวมไปถึง ระบบปรับอากาศที่เสื่อมสภาพอีกด้วย) ดังนั้น อาคารต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศที่มีคุณภาพ ที่สามารถป้องกันและลดปัญหามลพิษทางอากาศภายในอาคารได้ “ไดกิ้น” ในฐานะผู้ผลิตครื่องปรับอากาศที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงานเป็นหัวใจสำคัญ จึงได้รับความไว้วางใจจากโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ ในการติดตั้งระบบปรับอากาศภายในโรงเรียนครอบคลุมพื้นที่การทำความเย็นราว 10,000 ตรม.

​คุณบัณฑิต ศรีวัลลภานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า “รู้สึกยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนชั้นนำระดับโลกในการดูแลสภาวะอากาศให้กับบุคคลากรที่จะเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพในอนาคต สิ่งสำคัญที่ไดกิ้นคำนึงถึงอย่างมากของการติดตั้งระบบเครื่องปรับอากาศในสถานศึกษาซึ่งมีเด็กเล็ก คือความปลอดภัยในการติดตั้งและการใช้งาน อีกทั้งความสะอาดของระบบปรับอากาศ

เพราะเด็กๆ ต้องการอากาศที่บริสุทธิ์ เพื่อพัฒนาการที่ดีในการเติบโตดังนั้นระบบที่ใช้ในโครงการจึงเป็นนวัตกรรมล่าสุดของไดกิ้นที่มีประสิทธิภาพในการทำความเย็น และการประหยัดพลังงานไปควบคู่กัน”

สำหรับระบบปรับอากาศที่ถูกเลือกใช้ในโครงการครอบคลุมพื้นที่ขนาด 9,960 ตรม. เป็นระบบเครื่องปรับอากาศแบบรวมศูนย์แปรผันน้ำยาอัตโนมัติ หรือ VRV System (Variable Refrigerant Volume system) ซึ่งมีใช้ทั้งแบบระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air-Cooled) และระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water-Cooled)

ส่วนรูปแบบของคอยล์เย็นภายในอาคารใช้รูปแบบ Cassette type ที่สะดวกต่อการบำรุงรักษา และรุ่น Air Handling Unit ที่สามารถทั้งเติมอากาศบริสุทธิ์และฟอกอากาศด้วยในตัว โดยบังคับให้อากาศดังกล่าวผ่านฟิลเตอร์ตามมาตรฐานระดับ MERV13 ที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กขนาด PM2.5 ได้ นอกจากนี้ อากาศที่เติมเข้ามาภายในอาคารยังถูกลดอุณหภูมิและความชื้นให้มีความเหมาะสมสำหรับการประหยัดพลังงาน ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้ที่อยู่ภายในอาคารรู้สึกสบาย ยังช่วยให้ลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศของอาคารได้อีกด้วย โดยการออกแบบระบบดังกล่าว สามารถทำให้พื้นที่ติดตั้งทั้งหมดสามารถลดปริมาณ PM2.5 ตลอดจนการปกป้อง PM2.5 ที่เดินทางจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคารอีกด้วย นับเป็นนวัตกรรมล่าสุดที่ไดกิ้นนำมาใช้ในสถานศึกษาเป็นแห่งแรก

เช่นเดียวกับการติดตั้งระบบระบายความร้อนด้วยน้ำที่ไดกิ้นนำมาใช้เป็นครั้งแรกในสถานศึกษา โดยการนำความร้อนจากคอยล์ร้อนของระบบปรับอากาศมาอุ่นน้ำในสระว่ายน้ำ เพื่อให้สระว่ายน้ำมีอุณหภูมิที่ต้องการ เมื่อได้อุณหภูมิน้ำที่ต้องการแล้ว ระบบจะทำการสลับไปแลกเปลี่ยนความร้อนกับ Cooling tower ปกติ โดยการทำงานนี้จะเป็นระบบการทำงานแบบอัตโนมัติผ่านระบบควบคุมส่วนกลางของไดกิ้น ซึ่งระบบควบคุมส่วนกลางนี้ไม่เพียงช่วยเรื่องของการประหยัดพลังงานโดยรวมของโครงการและสะดวกสบายต่อผู้ดูแลอาคารแล้ว ยังช่วยควบคุมการใช้พลังงานให้เป็นไปอย่างเหมาะสมอีกด้วย

“การเลือกใช้ระบบปรับอากาศ VRV ในโครงการนี้ ถือเป็นการเน้นย้ำเรื่องที่ไดกิ้นมุ่งเน้นเรื่องของการประหยัดพลังงาน อีกทั้งเทคโนโลยีต่างๆ ของระบบ VRV (เช่น ระบบ VRT และ VRT Smart) ก็ช่วยให้ระบบปรับอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงานได้มากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย” คุณบัณฑิต กล่าว

ด้าน มร.โจนาธาน ชวิมเมอร์ กรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า “นอกเหนือจากหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานระดับโลก สิ่งสำคัญที่โรงเรียนนานาชาติเบซิส คำนึงถึงเป็นอันดับแรก คือ เรื่องคุณภาพอากาศ ที่ต้องดีต่อสุขภาพของเด็ก และส่งผลให้เด็กที่ใช้ชีวิตอยู่ภายในอาคารมีความรู้สึกสบาย เนื่องจากเด็กเล็กยังไม่มีภูมิคุ้มกันสูง

เหมือนผู้ใหญ่ และไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ดังนั้น ทางโรงเรียนจึงใช้ระบบปรับอากาศที่เป็นนวัตกรรมการเติมอากาศสะอาดเข้าไปในอาคาร (Fresh Air) เพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศในอาคาร และเลือกใช้ฟิลเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่สามารถกรองมลพิษจากภายนอกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย อีกทั้ง ระบบปรับอากาศที่ถูกเลือกใช้ในโครงการนี้ ยังสามารถควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำและรักษาระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมได้อย่างคงที่ ส่งผลให้เด็กๆ รู้สึกสบายด้วย”

สำหรับ โรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ เปิดสอนหลักสูตรที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกับพัฒนาการของเด็กนักเรียน ตั้งแต่ระดับชั้นเตรียมอนุบาลไปจนถึงเกรด 12 โดยจะเปิดดำเนินการเรียนการสอนในเดือนสิงหาคม 2562 สามารถรองรับนักเรียนได้ถึง 1,500 คน ตั้งอยู่ติดเซ็นทรัล พระราม 2 มีพื้นที่การเรียนการสอนกว่า 25,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย โรงละครแบล็คบ็อกซ์ สตูดิโอศิลปะ อาคารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ครบครัน สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาด 25 เมตร และพื้นที่สำหรับกิจกรรมและกีฬามากกว่า 12 ไร่ ออกแบบภายใต้แนวคิดอนุรักษ์ธรรมชาติ เน้นเรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการออกแบบสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์ ตั้งแต่ โครงสร้างอาคาร, ระบบเครื่องปรับอากาศ, คุณภาพอากาศระดับสูงภายในอาคาร, สระว่ายน้ำ, ภูมิทัศน์และสวน,การจัดการน้ำ, ระบบไฟฟ้าและพลังงาน, ระบบการจราจรและพันธะสัญญากับชุมชน เป็นต้น

การติดตั้งระบบปรับอากาศจากไดกิ้นในโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯ จึงถือเป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพระบบปรับอากาศที่จะช่วยทั้งเรื่องของการประหยัดพลังงานและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมอบอากาศสะอาดให้แก่เด็กๆ ในโรงเรียนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและปลอดภัยยิ่งขึ้น








กำลังโหลดความคิดเห็น...