xs
xsm
sm
md
lg

เมีย "เปิ้ล" แหกอกผัวไม่อยากให้ลูกขับเจ็ตสกี! จิตตกนาทีพายุกระหน่ำ หลงกลางเขื่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"จูน กษมา" เผยนาทีชีวิต โดนพายุซัดกระหน่ำ หลงกลางเขื่อนศรีนครินทร์ "ออกู๊ด" ร้องไห้จ้า รับจิตตก ห่วงลูก ไม่อยากให้ขับเจ็ตสกี หลุดแว้ด "เปิ้ล นาคร" สามี แต่อีกฝ่ายชิลๆ ไม่สนใจ

เจอเหตุการณ์ที่ทำเอาจิตตกไปเลย สำหรับ "จูน กษมา ศิลาชัย" หลังยกครอบครัวไปเที่ยวเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี แต่เจอพายุโหมกระหน่ำ จนหลงอยู่กลางเขื่อน ทำเอา "ออกู๊ด" ร้องไห้จ้า ขณะที่ "ออก้า" ขับเจ็ตสกีผ่านไปได้ งานนี้เจ้าตัวเปิดใจว่า

"เราไปกาญจนบุรีบ่อยมาก แต่ไม่เคยรู้ว่ามันจะมีพายุ พอดีช่วงนั้นพายุเข้า เราก็ไม่ได้เช็กสภาพอากาศด้วย คิดว่ามันไม่มี ปรากฎว่าเราก็ไปกัน 20 กว่าลำ ออกไปพร้อมกันแต่มีเรา 3 ลำนี่แหละที่ติดอยู่ พายุมาพอดี เราเห็นแล้วมีพายุข้างหน้า ทุกคนรีบขับไปเพื่อให้ผ่านก้อนเมฆก้อนนี้แต่เราไม่ทัน"

"ซึ่งในนั้นมีออกู๊ดอยู่ด้วย น้องเลยร้องไห้หนักมาก อย่างที่เห็นคลื่นมันเหมือนทะเลเลย แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเขื่อน น้ำก็ซัดเข้าหาเขาด้วย แล้วเขาใส่แว่น เขาไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรแต่เขาตกใจ จริงๆ ถ้าเมื่อก่อนมีแค่เราสองคนจูน พี่เปิ้ล (นาคร ศิลาชัย) ก็จะไม่กลัวขนาดนี้ พอดีมีลูก มีเด็กเล็ก เพราะในระยะ 50 - 100 เมตร เรามองไม่เห็นเลย จูนกับเพื่อนอีก 2 ลำวนอยู่ตรงนั้น เราไม่เห็นทั้งต้นไม้ ไม่เห็นอะไรเลย ทุกอย่างมันคือขาวมาก ก็วนอยู่อย่างนั้น 40 กว่านาที"

"ก็ค่อยๆ คลำกันไปเรื่อยๆ ก็ไปเห็นแพเล็กๆ มีแปะอยู่ว่าตกปลา ก็เลยขับไปหาเขา ให้เขาช่วยดูออกู๊ด หาผ้าอะไรมาเช็ดน้อง เรือเสียด้วย ก็ซ่อมเรือกัน รอจนกว่าพายุจะสงบ แล้วก็เปิด GPS ว่าเราอยู่ตรงไหนแล้ว หาทางกลับ แต่ทีนี้มันมีออก้าด้วย คือออก้าเขามาพร้อมเรา แต่ว่าเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นกับเรา เขาไปกับพวกผู้ใหญ่ที่ขับไปแล้ว แล้วเราติดต่อเขาไม่ได้ เราก็ไม่รู้เลยว่าออก้าจะไปติดอยู่ตรงไหนหรือเปล่า หรือคิดอีกแง่นึงคือเขาไปแล้ว แต่เวลานั้นเราก็ต้องคิดในแง่ร้ายไว้ก่อน มันจะยังไง ก็รีบกลับไปถึงที่พักให้ได้เร็วที่สุด สุดท้ายก็เจอเขาเล่นน้ำอยู่ เขากลับไปพร้อมผู้ใหญ่ คือเขาเร่งไปกันเพื่อให้ผ่านพายุลูกนั้นไปให้ได้"

ยอมรับใจหาย ออก้าขับเจ็ตสกีกลับคนเดียว
"ใจหายนะ อย่างที่บอกว่าถ้าติดกับพี่เปิ้ล 2 คนไม่เป็นไร คงสนุกเหมือนไปเล่นน้ำฝนกัน แต่พอมีออกู๊ด เขา 3 ขวบเอง แล้วร้องไห้เก่ง จะบอกว่ามันอันตรายมากนะ นาทีนั้นเราสามารถที่จะตกเรือได้ตลอดเวลา"

"ออก้าขับเจ็ตสกีกลับคนเดียว เราก็คิดสองใจว่าขอให้ผู้ใหญ่พาเขาไปให้ถึง ถ้าคิดร้ายก็คือมันจะยังไงลูกฉันขับไปคนเดียว ถ้ามาเจอสถานการณ์แบบที่จูนเจออยู่เด็กมันจะไหวได้ยังไง"

ยังเด็กเกินไปที่จะขับเจ็ตสกี เปิดอกคุยสามี แต่อีกฝ่ายไม่สนใจ
"ยังเด็กมาก ก็คือเราเลือกเองแล้ว เราก็เลยกลับมาคุยกันว่ามันไม่ได้แล้วนะ จะทำยังไงดี เราจะปล่อยแบบนี้ไม่เอาแล้วนะ มันอันตราย พี่เปิ้ลเขาอารมณ์ผู้ชาย โอ้ย...ไม่เป็นไร ไม่มีแล้ว แต่เราก็แบบรับผิดชอบหน่อยสิ คือเราก็ทำอะไรไม่ได้ ครั้งต่อไปก็ต้องระวังให้มากขึ้น ก็ต้องมองดินฟ้าอากาศให้มันละเอียดมากขึ้น"

"เราก็ถามลูก ปรากฎว่าเขาไม่เจออะไรแบบที่จูนเจอเลย เขาน้ำเงียบมาก แต่เราเจอหนัก ส่วนออกู๊ดเขาร้องไห้เพราะเขาตกใจ เขาไม่ชอบอะไรที่มาเข้าตาเพราะเขามีปัญหากับการใส่แว่น มันดูยากไม่เหมือนเราที่ไม่ได้ใส่แว่น แต่เขาไม่รู้หรอกว่าเขากำลังเจอพายุ พอเขาไปอยู่ตรงที่เราพักซ่อมเรือเขาก็กระโดดลงเล่นน้ำ เขาลืมง่ายแต่เราจำไปแล้วว่ามันไม่ดีเลย ส่วนเขาไม่ได้ขวัญเสียอะไร"

รับจิตตก ไม่อยากให้ลูกขับเจ็ตสกี หลุดแว้ดใส่สามี
"ใช่ค่ะ คือจูนกับพี่เปิ้ลมีปัญหาเรื่องนี้กันมานานแล้ว จูนไม่อยากให้ลูกขับเจ็ตสกีเล่น แต่เราก็โดนล้างสมองไปว่าก็ต้องให้ลูกขับเพราะว่าพี่เปิ้ลเลือกแล้ว เราก็เพียงแค่ซัปพอร์ตอยู่ข้างหลังว่าฉันจะไปเฝ้า อยากจะทำอะไรก็ทำ มันก็ดีแล้วแหละเป็นกีฬาพ่อลูก พอมาเจอแบบนี้มันก็จิตตกนะ แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นเรื่องใหญ่ เราก็คงไม่ได้ให้เกิดขึ้นอีกแล้วแหละ พายุคงไม่มาทุกครั้ง เราก็บอกพี่เปิ้ล เห็นไหม ก็แค่นี้ เขาก็เฉยๆ"

ไม่ฝืน ไม่บังคับลูกให้แข่งเจ็ตสกี อยากให้สนุก
"จริงๆ แล้วบางแมตซ์ที่เขาไม่อยากขับเพราะมันไม่ใช่เรือของเขา เขาเลยงอแง ก็บอกเขาว่าถ้าไม่อยากขับก็ไม่ต้อง เราไม่ฝืน แต่สุดท้ายเขาก็ไปแข่ง คือเราไม่ได้ไปใส่ในมายเซ็ตเขาว่าเขาจะต้องไปแข่งขัน เขาจะต้องชนะนะ มันไม่มีใส่ในหัวออก้า เราอยากให้เขาไปสนุก เขาไม่อยากก็ไม่ต้อง ถามว่าออกู๊ดจะตามรอยพี่ชายไหม ก็ยังก่อน เอาออก้าคนเดียวก่อน"




กำลังโหลดความคิดเห็น...