xs
xsm
sm
md
lg

"ใหม่" เผยบท "ย้อย" จุดไฟมอดให้โชติช่วงชัชวาล จนไม่อยากออกจากวงการแล้ว งานติดต่อทั่วทุกสารทิศ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"ใหม่" เผยหมดเปลือก อยากออกจากวงการเมื่อ 5 ปีก่อน พร้อมประกาศจะไม่รับบทแม่ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนเมื่อรับบท "ย้อย" งานหลั่งไหลจากทุกสารทิศ ต้องอัดวิตามิน ฟีเวอร์จนคิดว่าเป็นนักร้องเกาหลี ซึ้ง "อ๊อฟ-แดง" บอกรับรองจะลืมไม่ลง เรื่องใหม่ขอตราตรึงกว่านี้

เหนือความคาดหมายกับฟีดแบ็กที่ได้รับ สำหรับ "ใหม่ เจริญปุระ" ในบท "แม่ย้อย" แม่ผัวโหด ของ "เรณู" ในละครกรงกรรม เพราะทำเอาคนดูติดงอมแงม เรตติ้งแซงทุกเรื่อง ผลพวงจากความดัง ทำให้ใหม่มีงานเข้ามาต่อเนื่องไม่ขาด แถมมีแฟนคลับกลุ่มใหม่ๆ โดยเจ้าตัวเปิดใจเป็นเรื่องที่ดีงามเพราะห่างละครไปนานแล้ว

“(ยกมือไหว้) ขอบพระคุณมากค่ะ น้อมรับก่อนเลย ก็รู้สึกเป็นเรื่องดีงามนะคะ เพราะใหม่ห่างหายจากงานละครมา 10 กว่าปี เพราะฉะนั้นพอเราไปไหนแล้วคนเรียกย้อยๆ เราก็รู้สึกว้าว คือรู้เลยว่าทีวีมันทรงอิทธิพลจริงๆ แล้วบทละครเรื่องนี้ ตัวใหม่เองใหม่รักบทย้อยอยู่แล้ว และรักทุกๆ ผลงานที่เราไปแสดง แต่กรงกรรมนี่คือเรารักย้อยจริงๆ และเรารู้สึกว่าคุณรักด้วยเหรอ เพราะย้อยมันก็มีผิดชอบชั่วดีเนอะ เพราะกดแม่ผัวซะขนาดนั้น แต่คนดูเขาก็ให้อภัยเราและรักเรา เข้าใจ บอกว่าถ้าเป็นหนูก็กดตั้งแต่วันแรกแล้วค่ะพี่ถ้าแม่ขนาดนี้ (หัวเราะ)"

เผยเคยบอกจะไม่รับบทแม่ แต่วันนี้คิดถูกที่ตัดสินใจรับเล่นกรงกรรม ลั่นรู้สึกเหมือนนักร้องเกาหลี
"ใช่ค่ะ แต่พอวันนี้ก็รู้สึกว่าคิดถูกเลยที่ตัดสินใจรับ ใหม่ก็เซอร์ไพรส์กับตัวเองนะ คือรู้ว่าเขารัก เขาชอบ เขาตาม แต่มันขนาดนี้เลยเหรอ ใหม่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักร้องเกาหลีเลยล่ะ (ยิ้ม) ล่าสุดไปพัทยาทุกคนในพื้นที่มากันแบบถล่มทลาย ซึ่งเราก็อยู่วงการมาตั้งแต่เด็กนะ ผ่านงานที่มันสูงสุดมาเรารู้ว่าความรู้สึกมันเป็นอย่างไร เราก็ภูมิใจกับทีมงานทุกๆ คน"

"และพี่แดง (ธัญญา วชิรบรรจง) กับพี่อ๊อฟ (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) ก็พูดกับใหม่พูดกับแม่ตั้งแต่วันแรกว่าเดี๋ยวแกจะต้องคิดถึงย้อย แกจะต้องแฮปปี้และลืมไม่ลง ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่ามันจะขนาดนี้เลยนะ แต่พอยิ่งเล่นมันก็ผูกพัน แล้ววันที่ใหม่ตัดสินใจเล่นคือเราก็รู้ว่าเดี๋ยวนี้คนวงการคนไทยเขาผ่านงานต่างประเทศ งานฮอลลีวูด งานเกาหลีมาเยอะ เพราะฉะนั้นเขาแยกออกว่าอะไรคืออะไร แล้วถ้าเราถอยหลังกลับมาดูจริงๆ บางคนอายุน้อยกว่าเรามันก็รับบทแม่กันแล้ว (หัวเราะ) แล้วมันก็ไม่ใช่แม่ๆ อย่างเดียว มันมีเรื่องราวของมันด้วย"

ติดใจการแสดง รอบทที่จะชนะย้อย และตราตรึง
"ก็ติดใจนะต้องยอมรับ เพราะจริงๆ เราเกิดมาจากนักแสดง พ่อใหม่ก็เป็นผู้กำกับ ก็รู้สึกว่าไม่เคยลืมความรู้สึกเหล่านั้น แต่อย่างที่บอกเรามีคอนเสิร์ตเยอะ งานเรามาแบบนี้ตลอด คิวไม่เคยหยุดหย่อน เพราะฉะนั้นพอเรามารับละครเรื่องหนึ่ง ใช้เวลา 8 เดือนถึงหนึ่งปี เราต้องสละเวลาของคอนเสิร์ตตรงนั้นเพื่อจะไปเล่นทั้งที ใหม่ก็ค่อนข้างเลือกบท คัดบทที่มันชนะย้อย และมันน่าจะเป็นอะไรที่ตราตรึง เพราะอันนี้มันก็ตรึงจริงๆ"

"เรื่องต่อไปต้องมาตรฐานสูงกว่านี้ค่ะ เพราะการที่เราจะไปทำงานแต่ละชิ้นซึ่งเราก็มีแฟนคลับรอ และเราเองก็ต้องแข่งกับตัวเอง ไม่ใช่ต้องมาคิดว่ามันเสียเวลาหรือเปล่าหรือมันทำร้ายตัวเองก็อย่าทำ เพราะว่าจริงๆ ก็มีคนที่ติดตามผลงานของเรามา ไม่ว่าจะเป็นเพลงหรือละคร เพราะฉะนั้นใหม่ก็อยากจะค่อยๆ เลือกจริงๆ ถ้ามีโอกาส ซึ่งก็มีงานดีๆ เข้ามาจริงๆ แต่เรื่องของเวลามันใช่ไหม และบทสู้ย้อยได้ไหม อะไรประมาณนี้"

ชอบงานยาก งานง่ายเหมือนไม่ต้องใช้ความพยายาม
"เรื่องงานมันมีมาตลอดนะคะว่าอย่าเป็นอย่างเชือดก่อนชิม ใหม่ก็ว่าสำหรับคนไทยก็ปกติ แต่ปรากฎว่ามันกลายเป็นที่หนึ่งของเซาท์อีสเอเชีย สิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย ก็มีอยู่วันนึงมีคนโทรมาบอกว่าหนังของยูนี่อยู่ในท็อป 3 ท็อป 5 เลย แล้วพวกเราแฮปปี้มาก คือพวกนี้ซาดิสต์มาก เป็นภาพใหม่กับก๋วยเตี๋ยวแล้วฆ่าคน เราก็รู้สึกว่าเป็นผลงานที่ยาก แล้วจริงๆ ใหม่ก็ชอบงานยากๆ แหละ เพราะถ้าง่ายไปเราก็รู้สึกว่าเราไม่ได้พยายาม อย่างสุริโยทัยก็เป็นบทที่ทรงคุณค่า คนเริงเมืองก็เล่นตั้งสองสมัย แล้วพอมาวันนี้เราได้เล่นย้อย เราก็พัฒนาไปอีกขั้นนึงค่ะ"

"เราก็กลับไปบอกพี่อ๊อฟค่ะ บอกกับพี่ปูที่เป็นมือขวาพี่แดงด้วย บอกว่าหนูรักย้อยมาก แล้วก็คิดถึง รักจริงๆ ก็ต้องขอบคุณพี่อ๊อฟ พี่แดงมากๆ แกก็เคยเกริ่นนะว่าแกหาย้อยมา 2 ปีแล้ว เราก็เลยกลับไปฟื้นฝอยหาตะเข็บว่ามันเป็นยังไงเหรอพี่ เขาก็เล่าตั้งแต่วันแรกว่ามีใครมาแคสบ้าง เขามองใครไว้บ้าง มีคนส่งบทมาตลอดเวลา จริงๆ มันมีมาก่อนหน้านี้ด้วย คือใหม่มีตลอดเวลา แต่ด้วยเวลาของใหม่ด้วยค่ะ"

"ตอนนี้ตารางคิวงานแน่นไปถึงปีหน้าแล้ว ก็คงต้องอยู่ที่บทค่ะ เพราะต้องยอมรับว่าการจะไปแสดงละครหรือภาพยนตร์ บทคือหัวใจสำคัญ อย่างที่บอกว่าถ้าเราจะลงไปเล่นทั้งทีบทก็ต้องดีนะ"

ไม่เอาชื่อเสียงที่สั่งสมมาเสี่ยง
"แน่นอนที่สุด เพราะไหนจะชื่อเสียงคุณพ่อด้วย เพราะพ่อเป็นผู้กำกับ แล้วตัวเราเองด้วย เราไม่ได้เพิ่งเกิดเมื่อวานนะ เราสร้างสมผลงานของเรามาขนาดนี้ เรามีแฟนคลับ มีคนเฝ้ามองอยู่เบื้องหลัง แล้วแม่เราด้วย เราก็รู้สึกว่าแค่ไปเล่นให้คุณด้วยปัจจัยอะไรต่างๆ มันก็คงไม่ใช่"

เผยเคยคิดอยากออกจากวงการเมื่อ 5 ปีก่อน แต่เลิกความคิดแล้วหลังเป็นย้อยร้อยแรงม้า
"มันเหนื่อยไง แต่พอมาเป็นย้อยร้อยแรงม้าทุกคนก็คาดหวัง ทุกคนก็บอกว่าพี่ใหม่มีพลังอย่างนั้นอย่างนี้ เราก็คิดในใจพี่ใหม่ก็มีพลังมอดไปบ้างไหม (หัวเราะ) เราเองก็คาดหวังในตัวเอง คนดูก็หวังในตัวเราอีก ก็เลยเป็นความกดดัน เราถูกแวดล้อมไปด้วยสิ่งเหล่านี้"

"และตอนที่ใหม่พูดอย่างนั้นมันช่วงคอนเสิร์ต สุดหัวใจใหม่ไม้ม้วน แล้วประมาณจะ 2 ทุ่มแล้วยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย พอจะกินก็มีเหตุการณ์ต้องไปนั่นนี่อีก ก็บอกแม่ว่าเหนื่อยเหลือเกิน ใหม่จะทำได้ไหม เราออกก็ได้นะ (หัวเราะ) ซึ่งใหม่ว่าทุกๆ สาขาอาชีพมันก็ต้องมีเนอะที่คิดว่าอยากเก็บกระเป๋ากลับบ้าน เหนื่อยแล้ว แต่พอเรามองย้อนกลับไปมันก็ไม่คุ้มหรอก เพราะนอกจากคุณเพียงพอแล้วจริงๆ"

"ใหม่ว่าเราคิดแบบนั้นเพราะความเหนื่อย ความล้า ใหม่ก็คือมนุษย์เนอะ ไม่ว่าจะมีชื่อเสียง มีอะไรต่างๆ นานา ใหม่เชื่อว่าในที่สุดทุกคนก็คือมนุษย์ คุณมีหิว คุณมีโลภ มีหลง มันมีหมด มันก็มีห้วงที่อยากจะทิ้ง อยากจะกลับบ้านเหอะไรอย่างนี้เป็นธรรมดา"

"สิ่งที่ทำให้เราคิดว่าต้องกลับมา ใหม่มีคนรักเยอะ มันก็เป็นเรื่องดี ก็ต้องขอบพระคุณกับทุกๆ ความรักนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังใหม่มาตลอดชีวิต คุณพ่อคุณแม่ครอบครัว ตัวใหม่เองและแฟนคลับ ต้องยอมรับเลยว่าใหม่โชคดีกว่าใครอีกหลายๆ คน ก็เลยมาคิดว่าเอ็งจะทิ้งทุกสิ่งที่คุณสร้างมาเหรอ ใหม่ก็ไม่ได้มายืนตรงนี้ง่ายๆ ใหม่ไม่ได้สะบัดบ๊อบมาแน่นอน มาแบบลำบากลำบนเลย ใหม่เหนื่อยจริงๆ กว่าจะพิสูจน์ตัวเองที่จะให้เป็นถึงผลงานที่เรามี ก็เลยรู้สึกว่าวันนี้เขาเชื่อคุณแล้ว เขาศรัทธาในตัวคุณแล้ว แล้วเราจะทิ้งไปง่ายๆ เหรอ"

เผยหลับตานึกถึงพ่อ อยากให้ได้มีโอกาสดูเรื่องนี้
"ก็มีบ้างที่หลับตาแล้วก็นึกถึงคุณพ่อเวลาอยู่ในกองถ่ายตอนที่เจออะไรหินๆ เคี่ยวๆ ใหม่ก็เจอทุกรูปแบบ ตอนถ่ายละครนี่แย่มากๆ มีหลายเรื่องมาก ก็บอกคุณพ่อว่าพ่อต้องชอบ เพราะใหม่ไม่เคยดูเรื่องขมิ้นกับปูน แต่มีเพื่อนๆ มาบอกว่าใหม่เหมือนพ่อมากเลย คือพ่อเวลาดุในเรื่องก็ดังมากเรื่องนี้ ก็เลยคิดถึงพ่อ อยากให้เขาได้ดูเรื่องนี้"

ไม่เกษียณแล้ว แค่เหนื่อยก็พัก
"ก็มองไปถึงคุณชรินทร์ นันทนาคร, อาต้อย เศรษฐา คือเราไม่ได้คิดว่าจะเกษียรแล้วไง แค่บอกตัวเองว่าจริงๆ คุณรักผลงานตรงนี้ คุณรักงานตรงนี้ คุณเลือกเองแล้ว เพราะฉะนั้นอะไรที่ทำก็อย่าได้เสียใจกับสิ่งที่คุณเลือก แล้วคุณก็ประสบความสำเร็จกับสิ่งที่คุณเดินทางมาทั้งหมด เพราะฉะนั้นเห็นอาต้อย เห็นอาชรินทร์ก็เป็นกำลังใจให้ตัวเอง วันไหนคุณอยากร้อง คุณก็ร้อง แล้วคนยังให้การต้อนรับมันก็เป็นสิ่งดีงาม ไม่ใช่ว่าคนเขาจะต้อนรับเราอยู่ตลอดเวลา เขายังรักเราอยู่ ก็ไม่ต้องหนีไปไหนหรอก เพียงแต่ถ้าเหนื่อยนักก็พักซะ"

ไม่เลิกความคิดอยากออกจากวงการ
"ก็มีแว๊บๆ เบาๆ แต่ว่าไม่มาก เพราะว่าพอเราเริ่มคิดแว๊บๆ เราก็จะคิดกลับมาเราโชคดีกว่าคนอื่นเยอะ คนอื่นเขาทำงานมาหนัก มีคนอยากจะมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งเยอะ อย่าเครียด"

สุขภาพดี ฟาดเรียบงานทุกภาค ถล่มทลายรอบทิศทาง
"ก็พยายามให้มันดีอยู่ค่ะ เพราะว่ามีงานเกือบทุกวันเลย ก็รอวันว่างอยู่ (หัวเราะ) ก็ขอบพระคุณทุกๆ คนมากๆ เหนือ ใต้ ออก ตก รอบทิศทาง ให้งานถล่มทลายมาก ใหม่ก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องราวที่ดีนะคะ แต่ใหม่ก็ต้องรักตัวเองก่อน เพราะเราจะทำงานที่เรารักได้ดี ถ้าเราไม่รักตัวเอง เดินสะโหลสะเหลไปหาเขา เขาก็คงไม่ศรัทธาในตัวเรา เขาก็จะคิดว่าเราสุกเอาเผากินรับมันซะหมด หรือคิดกอบโกย ใหม่ก็คงไม่สามารถยืนได้ถึงทุกวันนี้ค่ะ"

บอกผจก. หยุดรับงานก่อน ขอเคลียร์งานในสต็อก รอไปเที่ยว เงินสำคัญแต่ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
"ก็บอกผู้จัดการอยู่ว่าให้หยุดก่อน รอให้เสร็จงานคอนเสิร์ตนี้ เคลียร์งานอีกนิดหน่อย แล้วก็จะไปเที่ยว (ยิ้ม) ไม่ได้โหมงานรับเงินขนาดนั้น ไม่ไหวๆ ก็เลยบอกพอแล้วๆ เพราะเราผ่านจุดเหล่านั้นมาหมดแล้ว เงินเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต ถ้าคุณอยากทำงานที่คุณรักคุณต้องทำแบบมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ว่าคว้าไปสุกเอาเผากิน ไม่ได้หรอก แฟนๆ หนีหมด"

"ถามว่ากี่งานรับไหว ก็เยอะไปหมด พรุ่งนี้ก็มีแฟชั่นโชว์ แล้วก็มีงานรับเข็มพระเทพฯ ด้วย งานอื่นๆ อีก ก็ต้องกินวิตามินเยอะมาก เราก็ต้องทำการบ้านไปทีละวันๆ แต่ใหม่เต็มที่ก็ไม่เกิน 3 งาน เพราะว่าไม่ไหว ขาเริ่มไม่ไหว (หัวเราะ) ก็เดินเบาๆ สวยๆ ดีกว่า"



กำลังโหลดความคิดเห็น...