xs
xsm
sm
md
lg

รู้เรื่องจริงก่อนดูหนัง "เจที ลีรอย" นามปากกาฉาวสะเทือนฮอลลีวูด

เผยแพร่:   โดย: อำนาจ เกิดเทพ

ซาวานนาห์ นูป ในวัย 38 ที่อวตารเป็นนักเขียน เจที ลีรอย มานานกว่า 6 ปี และ คริสเทน สจ๊วร์ต นางเอกชื่อดังที่มารับบทเป็นเธอ

พลันที่่นิยายที่ถูกระบุว่าเป็นกึ่งอัตชีวประวัติเรื่อง Sarah ถูกวางขายในปี 2000 ชื่อของนักเขียนเจ้าของนามปากกา "เจเรอไมอาห์ เทอร์มิเนเตอร์ ลีรอย" (Jeremiah Terminator LeRoy) หรือ "เจที ลีรอย" ก็กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างและเป็นขวัญใจของชาว LGBT ขึ้นมาทันที

ไม่นานเรื่องราวที่สุดแสนรันทดของ "เจที ลีรอย" ก็เป็นที่รับรู้กันในฐานะเด็กหนุ่มที่ถูกแม่บังคับให้ขายตัวเป็นทาสบำเรอกามในจุดพักรถบรรทุกตั้งแต่เล็กๆ ชีวิตที่ต้องพบกับวิบากกรรมเหลือคณานับ ทั้งติดเฮโรอีนตั้งแต่อายุ 13 และต้องใช้ชีวิตข้างถนนในซานฟรานซิสโก ติดเชื้อ HIV และเคยพยายามฆ่าตัวตาย ทำร้ายตนเอง รวมถูกทารุณกรรม ทั้งทาง ร่างกายและทางเพศ ชีวิตของเขามีแต่ความเจ็บปวดและเป็นผู้ถูกกระทำ

ความนิยมต่อนวนิยายเรื่อง Sarah ที่เล่าเรื่องเด็กวัยรุ่น LGBT ติดยาผู้น่าสงสารซึ่งมีแม่เป็นโสเภณี ทำให้มีนายทุนติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ก่อนที่ในปีถัดมา "เจที ลีรอย" ก็ได้ออกหนังสือที่ชื่อ The Heart Is Deceitful Above All Things และนั่นก็ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของเขาเพิ่มมากขึ้นไปอีกจนมีเสียงเรียกร้องให้เขาเปิดเผยตัวเอง

ทุกครั้งที่ปรากฏกายในงานเลี้ยงหรือตามที่สาธาณะต่างๆ ในฐานะคนดังที่ใครๆ ก็อยากจะรู้จัก "เจที ลีรอย" จะมาพร้อมกับการสวมวิกผมและใส่แว่นตากันแดดตลอดเวลากระทั่งไม่สามารถบอกได้ว่าเจ้าตัวเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ แต่เรื่องดังกล่าวก็หาใช่เรื่องที่ใครสนใจไม่ เพราะมันไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับวงการฮอลลีวูดที่มีคนมากมายพยายามสร้างคาแรกเตอร์ให้กับตัวเองแต่อย่างใด

เมื่อกลายเป็นที่รู้จักในวงสังคมมันจึงกลายเป็นเรื่องปกติที่เหล่าคนดังทั้งหลายต่างอยากมาทำความรู้จักกับ "เจที ลีรอย" นักแสดงสาว "วิโนนา ไรเดอร์" ออกมาคุยโวว่าเธอรู้จักกับเขาตั้งแต่ยังไม่เป็นนักเขียน และยังใช้ชีวิตเร่ร่อนตามท้องถนน, "โบโน่" แห่งวง U2 เคยเป็นที่ปรึกษาให้เขา, ผู้กำกับดัง "กัส แวน แซงต์" บอกว่าอยากร่วมงานด้วย, "มาดอนนา" อยากชวนมาเข้าลัทธิ Kabbalah ถึงขั้นส่งหนังสือหลักคำสอนไปให้, วงร็อคชื่อดังอย่าง Garbage ยังแต่งเพลงถึงเขา เขาถึงขั้นได้ขึ้นปกหนังสือ Vanity Fair เมื่อปี 2003 เรียกได้ว่าคนดังในยุคนั้นทุกคนอยากมีชื่อเกี่ยวข้องกับเขากันหมด "ลิฟ ไทเลอร์" และ "คอร์ทนีย์ เลิฟ" ยังโทรศัพท์ไปคุยกับเขาอยู่นานนับชั่วโมงเพราะรู้สึกสงสารที่เขาเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ในปี 2004 "เจที ลีรอย" ก็ปล่อยผลงานหนังสือเล่มที่ 3 ชื่อ Harold's End ออกมา

เป็นเวลานานกว่า 6 ปีที่ "เจที ลีรอย" โลดแล่นอยู่กับความมีชื่อเสียงในสังคม ทุกอย่างก็กลับกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวอันอื้ออึงขึ้นมาทันทีเมื่อ "วอร์เรน เซนต์จอห์น" นักข่าว The New York Times ได้ออกมาแฉข้อมูลช็อกโลกว่าในความเป็นจริงแล้ว "เจที ลีรอย" หาได้มีตัวตนที่แท้จริงแต่อย่างใด

แต่เป็นร่าง "อวตาร" ที่นักเขียนหญิงชาวอเมริกันที่มีชื่อว่า "ลอรา อัลเบิร์ต" (Laura Albert) สร้างขึ้นโดยมีน้องสาวสามีเธอที่ชื่อ "ซาวานนาห์ นูป" (Savannah Knoop) มาสวมบทบาทดังกล่าวนั่นเอง

"เจทีคือ phantom limb (อวัยวะที่ไม่มีอยู่จริง)" นักเขียนหญิงซึ่งปัจจุบันมีอายุ 53 ปีให้สัมภาษณ์ถึงตัวตนที่เธอสร้างขึ้นมาทั้งในและนอกกระดาษ

ย้อนกลับเมื่อครั้งที่หนังสือที่ "ลอรา อัลเบิร์ต" เขียนโดยใช้นามปากกา "เจที ลีรอย" ได้รับความนิยมติดอันดับหนังสือขายดีบวกกับเรื่องราวชีวิต(ที่ใครหลายคนเข้าใจว่าเป็นชีวิต)จริงของคนแต่งที่แสนรันทด ทำให้หลายคนอยากจะพบตัวจริงของ "เจที ลีรอย" เป็นอย่างมาก ในตอนนั้นเอง "ลอรา อัลเบิร์ต" ได้ตัดสินใจขอความช่วยเหลือจาก "ซาวานนาห์ นูป" ซึ่งเป็นน้องสาวของสามีให้มาเป็น "ร่างทรง" ของ "เจที ลีรอย" เพราะอีกฝ่ายค่อนข้างมีคาแรกเตอร์ที่ใกล้เคียงมากกว่าเธอที่เป็นหญิงวัยกลางคนแล้ว ขณะที่เธอจะคอยดูแลอยู่ข้างๆ ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวชื่อ "เอมิลี เฟรเซอร์" หรือ "สปีดี"

นั่นเองที่ถือเป็นจุดกำเนิดของปฏิบัติการณ์ลวงโลกที่กินเวลายาวนานมานานอีกหลายปีโดยมีคนดังเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย

อย่างไรก็ตาม ตัวตนของ "เจที ลีรอย" ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นมาจากจินตนาการไปเสียทั้งหมดก็หาใม่ เพราะส่วนหนึ่งมันก็มาจากตัวตนที่แท้จริงของ "ลอร่า อัลเบิร์ต" เองที่เคยผ่านชีวิตที่โหดร้าย และโศกสลดไม่แพ้กัน เธอมีปัญหาในชีวิต เคยทำอาชีพเป็นผู้ให้บริการทางเพศและยังเคยคิดที่จะฆ่าตัวตาย

นอกจากนี้ในสมัยวัยรุ่นเธอยังเคยโทรศัพท์ไปหาสายด่วนช่วยเหลือ ผู้มีความคิด อยากฆ่าตัวตายและพบว่าเธอสามารถเล่าเรื่องชีวิตของเธอได้อย่างสะดวกใจมากกว่าหากเล่าว่าเธอเป็นเด็กผู้ชายนั่นเอง

"ฉันต้องทุกข์ทนกับสภาวะลื่นไหลทางเพศตั้งแต่ยังไม่มีคำนิยามให้กับมัน ฉันจึงสร้างตัวละครนี้ ขึ้นมาทั้งบน หน้ากระดาษ และนอกกระดาษเพื่อเป็นเสมือนตัวแทนของการมีชีวิตอยู่"

หลังเรื่องนี้ถูกเปิดโปง (โดยมีหลักฐานหนาแน่นจาก "จอฟฟรีย์ นูป" พี่ชายของ "ซาวานนาห์ นูป" สามีของ "ลอรา อัลเบิร์ต") ทำให้ "ลอรา อัลเบิร์ต" ต้องเผชิญต่อการฟ้องร้องจาก Antidote International Films ซึ่งได้ลิขสิทธิ์ ในการสร้างหนังเรื่อง Sarah ที่ดัดแปลงจากหนังสือของเธอ ซึ่งสุดท้ายแล้วเธอต้องจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์พร้อมกับเงินค่าเสียหายคืนอีกฝ่ายไป

ยังมีอีกหลายคนที่ได้รับผลกระทบหลังจากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย แต่ที่น่าเห็นใจก็คงจะเป็น "เอเชีย อาร์เจนโต" นักแสดงหญิงชื่อดังชาวอิตาลี ทายาทของผู้กำกับระดับตำนาน "ดาริโอ อาร์เจนโต" ซึ่งเกิดความรักในตัวของ "เจที ลีรอย" ที่สวมบทโดย "ซาวานนาห์ นูป" จนทั้งสองกลายเป็นคู่รักกัน

"ซาวานนาห์ นูป" เผยว่า "เอเชีย อาร์เจนโต" รู้สึกโกรธมากเมื่อความจริงปรากฏ อย่างไรก็ตามเธอเองก็ชื่อว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้ความจริงอยู่บ้างแล้วเพราะทั้งสองต่างมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน รวมถึงเธอเองก็เคยบอกชื่อจริงของเธอให้รู้ แต่ "เอเชีย อาร์เจนโต" ก็ไม่เคยเรียกและยังคงเรียกเขาว่า "เจที ลีรอย" ตามเดิม

ขณะที่ "ลอรา อัลเบิร์ต" ก็เชื่อว่า "เอเชีย อาร์เจนโต" เข้ามาตีสนิทและมีความสัมพันธ์กับ "เจที ลีรอย" เพราะอยากจะได้สิทธิ์ ในการสร้างภาพยนตร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่โปรดิวเซอร์ และผู้กำกับภาพยนตร์ยุคนั้นชอบทำกัน

ในเวลาต่อมาเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ถูกบันทึกอยู่ในหนังสือชื่อ Girl Boy Girl: How I Became JT Leroy ซึ่งเขียนขึ้นมาจากความทรงจำของ "ซาวานนาห์ นูป" และตอนนี้มันได้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เรื่อง "JT LeRoy" กำกับโดย "จัสติน เคลลี่" โดยมีนางเอกดัง "คริสเทน สจ๊วร์ต" รับบท "ซาวานนาห์ นูป" และ "ลอรา เดิร์น" ในบทของ "ลอรา อัลเบิร์ต" พร้อมเตรียมลงโรงในบ้านเราวันที่ 20 มิ.ย. นี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...