xs
xsm
sm
md
lg

งานฝีมือสุดล้ำและนวัตกรรมสุดว้าวในงาน STYLE Bangkok 2019

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


‘Crenovative Origin’ แนวคิดในการผสานความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) นวัตกรรม (Innovation) และอัตลักษณ์อันโดดเด่น (Origin) ไว้ในผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ของไทย คือธีมหลักของการจัดงาน STYLE Bangkok 2019 งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตั้งแต่วันนี้ถึง 21 เมษายน 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่ร่วมส่งเสริมและกระตุ้นผู้ประกอบการให้คิดต่อยอดการให้บริการและพัฒนาสินค้าอย่างสร้างสรรค์ทำให้สินค้าที่นำมาจัดแสดงปีนี้ล้วนแล้วแต่มีคุณภาพยอดเยี่ยม สร้างสรรค์ ทันสมัย แถมผสมผสานกับอัตลักษณ์ฝีมือเชิงช่างของไทยที่ไม่เป็นสองรองใครในโลกอย่างลงตัว

➢ ผ้าฝ้ายหมักโคลน ภูมิปัญญาไทย เพิ่มมูลค่าให้สินค้า
แบรนด์สินค้า “พอโสภา”(แปลว่า ค้นพบสิ่งที่สวยงาม) คือสินค้าไลฟ์สไตล์ที่พัฒนาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เริ่มทำธุรกิจเมื่อ 2 ปี โดยใช้องค์ความรู้ดั้งเดิมแบบโบราณมาต่อยอดเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องนุ่งห่ม ด้วยการนำผ้าฝ้ายทอมือมาหมักโคลนที่เป็นสูตรเฉพาะของอำเภอบรบือ ที่ผู้เฒ่าผู้แก่ไม่ยอมเปิดเผยสูตรหมักโคลนที่ช่วยทำให้ผ้าฝ้ายมีลักษณะนุ่ม แต่ทิ้งตัวดี

อิทธิพล ศรีอิทยาจิต ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Porsopa (พอโสภา)ที่ร่วมก่อตั้งบริษัท โสศิริ กรุ๊ป กับเพื่อน
ดร.กัญญา เกตุบรรลุ ที่หลงใหลในวัฒนธรรมพื้นถิ่นอีสานที่มีอัตลักษณ์การทอและการย้อมอนุรักษ์
ลายผ้าขาวม้า เฉพาะของถิ่นเกิด ตำบลบรบือ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม นำไปสู่การศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจังและพบว่าจังหวัดมหาสารคาม คือ ศูนย์กลางการศึกษาเรียนรู้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นที่มีคุณค่า คู่ควรแก่การอนุรักษ์ และมีศักยภาพที่จะสามารถพัฒนาต่อยอดให้เป็นแบรนด์สินค้าระดับสากลได้ นั่นคือ “ผ้าขาวม้าหมักโคลน” ที่ใช้วัตถุดิบมาจากธรรมชาติล้วน ๆ เช่น เส้นฝ้ายที่นำมาทอ ชาวบ้านปั่นฝ้ายกันเองโดยเป็นผลผลิตจากต้นฝ้ายยืนต้นจำนวนมากที่เป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัด ผสานกับการใช้โคลนหมักพันปีจากแม่น้ำชี ที่อุดมด้วยแร่ธาตุมากมาย โดยเฉพาะซิลิกาที่มีคุณสมบัติช่วยทำให้พื้นผ้าฝ้ายมีผิวเป็นเงา ลื่น นุ่ม และเบา ผสานกับการใช้สีย้อมจากวัสดุธรรมชาติที่หาได้ในพื้นถิ่น ไม่เพียงสร้างอาชีพให้ชาวบ้านกลุ่มเล็ก ๆ ในตำบลบรบือเท่านั้น ยังกระจายรายได้ไปสู่หลายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมธุรกิจกับพอโสภา ในฐานะพาร์ทเนอร์ การกระจายรายได้จึงเป็นไปอย่างยุติธรรม โดยบริษัทนำผ้าเหล่านั้นมาผลิตเป็นกระเป๋าเป้ที่มีคอลเลคชั่นสอดคล้องกับเสื้อผ้าลวดลายผ้าขาวม้า เพื่อปรับให้เข้ากับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่มากขึ้น

“คุณค่าของการย้อมผ้าขาวม้าของพอโสภาแต่ละผืนคือมีผืนเดียวในโลก เพราะการย้อมผ้าแต่ละครั้งก็ให้สีไม่เหมือนกัน โดยใช้คนทำทั้งหมด เราใช้สีธรรมชาติในการย้อมและมีการหมักโคลนด้วย ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้สินค้า โดยผ้าของเราเริ่มจากการทอด้วยฝ้ายธรรมชาติ ฝ้ายผสม มีผ้าไหมเส้นเล็กกับเส้นใหญ่มาทอ ให้เสร็จก่อน แล้วจึงตัดเป็นผลิตภัณฑ์ จากนั้นจึงนำไปหมักโคลน กลุ่มเป้าหมายของเราคือทั้งผู้ใหญ่และเด็กวัยรุ่น เราพัฒนาสินค้าจากผ้าคลุมไหล่มาสู่เสื้อผ้าชุดแซก มีปกเป็นงานถักโครเชต์ มีเสื้อผ้าแยกชิ้น เสื้อ กางเกง และประยุกต์ให้เป็นวัยรุ่นขึ้นออกแบบกระโปรงต่อลายให้ดูวัยรุ่นมากขึ้น โดยยังรักษาเอกลักษณ์ผ้าขาวผ้าเอาไว้ บางรุ่นใช้นวัตกรรมเข้ามาเสริมคือใช้ผ้าฝ้ายผสมเรยอน คือผ้าฝ้ายเทียมเข้าไปเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้ผ้ามีความบางเบาแต่แห้งเร็ว ระบายอากาศได้ดีเหมือนเดิม บางรุ่นทอด้วยเครื่องจักรเพื่อให้ได้ลวดลายที่สม่ำเสมอกันทั้งผืน”

➢ เบาะที่นอน
ด็อกเตอร์เอ็น เมดิเจล จาก NF HEALTH CARE ผลิตสินค้าเบาะที่นอนยางพารา ป้องกันแผลกดทับ ผลงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย ผศ.พญ.นลินี โกวิทวนาวงษ์ วิสัญญีแพทย์หัวหน้าโครงการวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ เพื่อป้องกันและลดการเกิดแรงกดจากภายนอกที่กระทำต่อผิวหนัง
จนเกิดแผลกดทับ มักพบในผู้ป่วยสูงอายุ หรือผู้ป่วยที่นิ่งในท่าเดิมนาน ๆ มีคุณสมบัติพิเศษของยางพารา ที่เหนียว ทนทาน ยืดหยุ่นสูง ไม่ยุบตัวง่ายเมื่อใช้ไปนาน ๆ ซึ่งจะช่วยลดอาการแผลกดทับ เบาะที่นอนนี้ ผลิตจากยางพาราแปรรูปและพอลิเมอร์เจล ใช้เป็นที่นอน ช่วยกระจายแรงดันกดทับระหว่างผิวสัมผัส ลดความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับโดยเฉพาะ และช่วยรองรับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

​“ยางพาราจะช่วยรองรับบริเวณปุ่มกระดูกต่าง ๆ โดยลูกค้าสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้ตามความต้องการทั้งในกลุ่มบุคคลทั่วไป หรือผู้ป่วยที่มีโอกาสเกิดภาวะแผลกดทับ ยางพาราจากด็อกเตอร์เอ็น เมดิเจล สามารถทดแทนวัสดุราคาแพงที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศได้”

การันตีได้จากผลการวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับการช่วยลดแผลกดทับและได้รับรางวัลการันตีมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น นวัตกรรมยอดเยี่ยมทางการแพทย์เหรียญทอง จากกรุงเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ ปี 2014 รางวัลผลงานวิจัยที่มีประโยชน์ต่อชุมชนปี 2009 จากสำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

➢ สมุนไพรไทย ก้าวสู่ตลาดโลก
​ด้วยความแปลกใหม่ของกลิ่นหอมใบพลูสกัดแบบเข้มข้น เสน่ห์สมุนไพรไทยที่แตกต่างจากกลิ่นลาเวนเดอร์ของต่างประเทศ จึงทำให้ชาวต่างชาติให้ความสนใจและหลงเสน่ห์ “ใบพลู” ของไทยเป็นอย่างมาก มาเมืองไทยก็ต้องหอบหิ้วกลับบ้านไปด้วย คุณจันทมาศ เหมพรรณไพเราะ ชาวไร่และโปรดักส์ดีเวลลอปเปอร์ แบรนด์ “Madame Esther” ดีกรีคณะเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ จึงได้คิดค้นพัฒนาสินค้าจากสมุนไพรไทยเด่น 2 ชนิด คือไพล กับใบพลู โดยเฉพาะใบพลูที่มีคุณสมบัติศัตรูพืชน้อยต่อยอดได้มาก คุณจันทมาศก่อตั้งแบรนด์กับเพื่อน โดยนำชื่อของคุณย่าชาวสเปนมาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ และนำความรู้ที่ร่ำเรียนมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มาดามเอสเตอร์ที่มีวัตถุดิบจากไร่ปลอดสารเคมีในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่ของจันทมาศจะต้องมีการทดลองภายในครอบครัวของเธอก่อน นับเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่ผลิตภัณฑ์คุณภาพเยี่ยมของแบรนด์ก็ได้รับการแบ่งปันให้กับลูกค้าซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเธอเช่นกัน กลายเป็นผลิตภัณฑ์เทียนกันยุงและแมลง ถุงสมุนไพรที่มีคุณสมบัติลดกลิ่นเหม็นจากการอับชื้นได้ดี

​“ดิฉันมีความรู้ด้านการทำการเกษตร เราทำสวนปลอดสารเคมีที่จังหวัดสมุทรสาครบนพื้นที่ 18 ไร่ แต่เดิมปลูกสมุนไพร 9 ชนิด แต่ปัจจุบันเหลือปลูกใบพลูกับไพลบนเนื้อที่ 3 ไร่ นอกนั้นขุดเป็นบ่อ เป็นแนวบังเกอร์ เลี้ยงปลาสลิดในที่โล่ง เพื่อเราจะได้มีวัตถุดิบที่สะอาด ไม่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูก และนำสมุนไพรทั้งหมดมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แต่ก่อนจะวางตลาดเราต้องทำการทดลอง มีผลวิจัยว่าปลอดภัย และไล่ยุงได้จริงใช้ได้ดีกว่าตะไคร้หอม และดับกลิ่นอับชื้นได้ดีกว่าใบชา นอกจากนี้ยังมีสบู่ใบพลูที่เราทำการทดลองผลิตสบู่ที่ทำจากสารสกัดจากน้ำมันหอมระเหยใบพลู โดยร่วมกับห้องวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีสรรพคุณสามารถกำจัดแบคทีเรียที่ก่อเกิดกลิ่นกายและป้องกันสิวได้ดี มีการประยุกต์นำสารสกัดเข้มข้นจากไพลกับใบพลูมาผสมกันทำให้เกิดเป็นน้ำมันนวด ใช้ไพลที่ปลูกนาน 3 ปี จึงมีเหง้าที่ใหญ่ มีสรรพคุณคลายเส้นได้ดีกว่า"

"​ผลิตภัณฑ์ล่าสุดเราทำเทียนหอมไล่ยุงผสมสารสกัดจากดอกไม้ผสมใบพลูและเราไม่ใช้พาราฟินในการทำเทียน แต่เราใช้ไขถั่วเหลืองจึงไม่มีสารก่อมะเร็งเวลาจุดเทียน ดีต่อสุขภาพ ไม่มีโลหะหนัก ทำให้สามารถใช้ในห้องนอนเด็กได้ นอกจากนี้เรายังได้รับคัดเลือกเป็นแบรนด์สมุนไพรไทยจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ไปโชว์สินค้าที่ชิคาโก ซึ่งเราเลือกเทียนหอมไล่ยุงโดยใส่สารสกัดจากดอกไม้ที่ปลูกแบบปลอดสารพิษไปโชว์ ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก“

​ร่วมสัมผัสและตื่นตาตื่นใจไปกับงานฝีมือสุดล้ำและนวัตกรรมสุดว้าวในงาน STYLE Bangkok 2019 ตั้งแต่วันนี้ถึง 21 เมษายน 2562 (วันเจรจาธุรกิจ วันนี้ถึง 19 เมษายน เวลา 10.00-18.00 น. และเปิดสำหรับประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 20-21 เมษายน เวลา 10.00-21.00 น.) ณ ฮอลล์ 98-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร.02-507-8361-4 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169




กำลังโหลดความคิดเห็น...