xs
xsm
sm
md
lg

"โย ยศวดี" รัก 7 ปีถึงทางตัน ตัดใจยุติสัมพันธ์ "หนึ่ง" ไม่อยากรั้งให้ต่างฝ่ายต้องทรมาน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"โย ยศวดี" ประกาศเลิก "หนึ่ง" ยุติสัมพันธ์รัก 7 ปี สารภาพเป็นคนที่เอ่ยปากขอจากไป เสียดายไม่ใช่คู่ แต่ไม่อยากรั้งให้ทรมาน เผยไลฟ์สไตล์ต่าง ปรับจูนไม่ได้ แขวนรองเท้าส้นสูง ขาสั่น ไม่มั่นใจเหมือนเมื่อก่อน แม้จะเคยผ่านประสบการณ์เดินแบบมากว่า 20 ปี

แขวนรองเท้าส้นสูงถาวรเสียแล้วกระมัง สำหรับ "โย ยศวดี หัสดีวิจิตร" ที่พักหลังๆ เดินสายแข่งไตรกีฬาเยอะมาก แม้แต่งานอีเวนต์ก็เกี่ยวกับกีฬาทั้งนั้น ล่าสุดเจ้าตัวมาร่วมงานเปิดตัว metaride รองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุดของ ASICS ณ เจริญนครฮอล์ล ชั้น 1 ห้างไอคอนสยาม ยอมรับว่าเดินแฟชั่นโชวไม่ไหว แม้แต่ตัวเองก็แทบไม่เชื่อ ทั้งที่ผ่านประสบการณ์เดินแบบมานานถึง 20 ปี

"งานที่ไทยก็คงเป็นอีเวนต์เกี่ยวกับกีฬานี่แหละค่ะ แต่จะให้กลับไปรับงานแฟชั่นโชว์คงไม่ไหว งานล่าสุดที่เดินไปก็ไม่ไหวแล้ว รู้สึกว่ามันลำบากเหลือเกิน นอกจากใจไม่ได้แล้ว ขาก็ไม่ไปด้วย เดินเกือบล้มเลย ไม่น่าเชื่อเหมือนกัน เพราะการเดินแบบเป็นงานที่เราทำมา 20 กว่าปี แค่เราไม่ได้ทำมา 3-4 ปี กลับมาทำแล้วทำไมมันยากจัง เหมือนหัดเดินใหม่เลย ใหม่ในเรื่องความรู้สึกด้วยเพราะตื่นเต้นเกินไป มือสั่น พออกไปเดินก็เกือบล่มจนได้ (หัวเราะ)"

"ห่างไปนาน 4-5 ปีแล้วค่ะ จริงๆ ล่าสุดที่รับเพราะคิดถึงและเป็นโชว์พี่ต้อยด้วย เขาก็บอกว่าอย่าปฏิเสธเลย เราก็ไป แต่วันนั้นประมาทไปนิดนึง ไม่ได้ไปซ้อม เพราะไปแข่งปั่นจักรยานเสร็จก็ไปแต่งหน้าแล้วเดินเลย ไม่ได้ดูรองเท้าก่อนด้วย ก็หนักสำหรับคนที่ไม่ได้เดินหลายปี ตอนนี้ใส่ส้นสูงไม่ได้แล้ว ใส่แล้วไม่รู้สึกมั่นใจเหมือนเมื่อก่อน ต่อให้ภายนอกเรายังดูโอเค แต่ใจเราสั่นอยู่ตลอดเวลา ไม่มั่นใจเหมือนใส่รองเท้าวิ่ง พอเราไม่ได้ทำอะไรนานๆ แล้วกลับมาทำก็เหมือนเป็นสิ่งใหม่สำหรับเรา ต่อให้เป็นสิ่งที่เราเคยทำเป็นสิบๆ ปีก็ตาม แต่เราเลิกทำไปแล้ว ใจมันถอดไปแล้ว พอกลับมาทำอีก ก็ไม่ได้ความรู้สึกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็แขวนส้นสูงมานานแล้ว ใช้คำนั้นน่าจะได้ หลังจากนี้คงคิดว่าไม่น่าจะไหวแล้ว”

เลิก "หนึ่ง" มาเดือนกว่าแล้ว รั้งรักไม่ไหว ถึงทางตัน ลั่นไลฟ์สไตล์ต่างกัน จูนกันไม่ได้
"จริงๆ ตอนนี้มีโอกาสได้พูดก็คงต้องพูดแล้ว คงรั้งต่อไปไม่ได้ จริงๆ เราเลิกกันมาเดือนนิดๆ แล้วค่ะ เราลดสถานะลง แต่ไม่อยากใช้คำว่าเป็นเพื่อนกันเพราะเราคบกันมา 7 ปี ความรู้สึกเราคือเป็นมากกว่าเพื่อนเยอะ เราเป็นเหมือนคู่คิด ที่คอยช่วยเหลือกันและกัน แต่ตอนนี้มันถึงจุดที่ว่าคงมาถึงทางตันและเราไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เขาเห็นตารางแข่งของโยทั้งปี มันเป็นปัญหาชีวิตคู่ของเรามากๆ"

"ปัญหาหลักที่ทำให้รักต้องจบ หลังๆ โยมาเล่นกีฬา โยว่าไลฟ์สไตล์เราต่างกัน ตัวคุณหนึ่งเองเขาก็ทำงานฟูลไทม์ตลอด ไม่สามารถเดินทางไปไหนกับเราได้เลย ช่วงที่เขาหยุดเราก็แข่ง เลยจูนกันไม่ได้เลย"

ตัดใจเอ่ยปากขอเป็นคนที่จากไป อยากให้อีกฝ่ายเจอคนที่ดูแลได้ดี ไม่อยากทรมานซึ่งกันและกัน
“จริงๆ นัดกันมาคุย หลังจากไม่ได้คุยกันเลยหลายอาทิตย์ เลยตัดสินใจว่าลองไปทานข้าวและคุยกันดีกว่าว่าเราจะเป็นยังไง ก็เป็นการคุยกันที่ดีมากนะ ไม่เคยคิดว่าเราจะเป็นคนเอ่ยปากว่าเราเป็นคนอยากไป เพราะจริงๆ เราเป็นคนให้โอกาสเขาเสมอ แต่ครั้งนี้เราไม่อยากปิดโอกาสเขา อยากให้เขาเจอคนที่ดูแลเขาได้มากกว่า ถามว่าเสียดายรัก 7 ปีมั้ย เราจะเสียดายมากกว่าถ้าเราอยู่ด้วยกันไปแล้วมันไม่มีความสุข (เหมือนเขาก็พยายามปรับมาเล่นกีฬาเหมือนเรา?) ไม่อยากทรมานซึ่งกันและกัน เอาแบบนี้ดีกว่า”

"ถามว่าเลข 7 เป็นอาถรรพ์มั้ย (หัวเราะ) ก็ไม่เคยคิดว่าจะเป็นอาถรรพ์สำหรับเรา พอเจอกับตัวเองก็รู้สึกว่า พอมาถึงจุดนี้ทำไมมันรู้สึกห่อเหี่ยว มันต้องพูด และอัดอั้นในใจมากจนเราคุยแล้วเราสบายใจที่ได้พูดออกไปทั้งหมด จริงๆ เราไม่เชื่อเรื่องอาถรรพ์นี้เลย เพราะเราเชื่อเรื่องความรู้สึกของเราสองคนมากกว่า แต่หลังๆ ตั้งแต่ปลายปีมามันรู้สึกแกว่งๆ ไม่ค่อยดี พยายามปรับจูนกันหลายครั้ง และรู้สึกว่าเรากำลังปิดกั้นตัวเองกันอยู่หรือเปล่า ขณะเดียวกันโอกาสจะเจอคนใหม่ๆ ก็น้อยลงเพราะเราอายุมากขึ้น แต่ไม่ได้บอกนะคะว่าการคบกันมานานแล้วเราต้องรักษารีเลชั่นชิพต่อไป แต่เรามีสิทธิจะเลือกอะไรที่มีความสุข ก็ขอให้เลือกเถอะ"

จากกันด้วยดี เสียดายที่ไม่ใช่คู่กันอีกต่อไปแล้ว
"จากกันด้วยดีค่ะ มันไม่ได้มีสาเหตุที่ต้องมาทะเลาะหรือเกลียดกัน เพียงแค่รู้สึกเสียดายที่วันนี้เราไม่ใช่คู่กันแล้วเท่านั้นเอง โอกาสปรับจูนคิดว่าคงไม่ค่ะ เรารู้กันแล้วว่าเราต้องการอะไร ตัวโยรู้แล้วว่าโยต้องการอะไรค่ะ"



กำลังโหลดความคิดเห็น...