xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ได้ “หมอเสริฐ” ก็ไม่เกิด Miss Universe ปีนี้ !!???

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ต้องบอกว่าเป็นความสำเร็จ บนความดรามาที่แท้ทรู !!!

สำหรับการจัดประกวดสาวงามบนเวทีระดับโลก Miss Universe 2018 ซึ่งปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

แม้จะมีเสียงก่น ด่า วิพากษ์ วิจารณ์ตามหลังมาไม่ได้ขาด โดยเฉพาะหลักใหญ่ใจความก็คือชุดราตรีสีแดงเพลิงของ “นิ้ง- โศภิดา กาญจนรินทร์” มิส ยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ตัวแทนสาวงามจากประเทศไทย ที่มีโอกาสได้ขึ้นไปประชันขาอ่อนบนเวทีระดับจักรวาล แม้จะทำได้ดีเพียงแค่เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายก็ตาม

ดรามาชุดราตรีแดงนั้น เป็นฝีมือการออกแบบของ “พลพัฒน์ อัศวะประภา” หรือที่คุ้นชินกันในชื่อของ “หมู อาซาว่า” ซึ่งเป็นผู้ออกแบบชุดราตรีของตัวแทนสาวงามจากประเทศไทยบนเวที Miss Universe 4 ปีติดต่อกัน และก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงมาโดยตลอด จนถึงกับประกาศว่าปีหน้า จะไม่ทำชุดราตรีสำหรับการประกวดนางงามจักรวาล (อีก) แล้ว

เอาจริงๆ เรื่องความสวย หรือไม่สวยของชุดนั้น มันไม่มีมาตรวัดที่แน่นอน แล้วแต่มุมมองของแต่ละบุคคล รสนิยมใครรสนิยมมันจริงๆ บางคนอาจจะชอบแบบสวยหรู ดูแพง ขณะที่บางคน ก็อาจจะชอบแบบเวอร์วังอลังการ

และเชื่อมั้ย ? ถ้าสมมติว่านิ้ง-โสภิดา ใส่ชุดเดียวกันนี้ แล้วฉวยได้เป็นนางงามจักรวาลคนที่ 3 ของประเทศไทย ดรามาทั้งหลายแหล่เกี่ยวกับเรื่องชุดจะไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เข้าใจว่าคนไทยลุ้นอยากให้สาวไทยคว้ามงกุฎระดับโลก พอผิดหวังขึ้นมา ก็หาเหตุนั่นนี่มากล่าวโทษว่าทำให้พลาดมงกุฎ หันไปหันมา ไม่รู้จะลงที่ไหน ก็มาลงที่ชุดไว้ก่อน

พอเรื่องชุดราตรีซาไป ก็มีดรามาเรื่องช่อดอกไม้ของ “แคทรีโอน่า เกรย์” (Catriona Gray) นางงามลูกครึ่งฟิลิปปินส์-ออสเตรเลีย ผู้คว้าตำแหน่ง Miss Universe 2018 ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าดูเหมือนสัตว์ประหลาดมากกว่าจะดูสวย ประเด็นนี้ดูเหมือนว่า ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์กันตามเนื้อผ้า แต่แฝงนัยเกี่ยวกับเรื่องการแข่งขันทางธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสดรามาทั้งหมดทั้งปวงเหล่านั้น ก็ต้องบอกว่าการเป็นเจ้าภาพจัดการประกวด Miss Universe 2018 ของประเทศไทยในคราครั้งนี้ ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจเลยทีเดียว

โดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่มีการโพสต์เนื้อหา โพสต์รูป และรายงานความเคลื่อนไหวของการจัดการประกวดแทบจะตลอดช่วงระยะเวลาการถ่ายทอดสด แม้จะเป็นเช้าตรู่มากตามเวลาของประเทศไทยก็ตามที

ที่สำคัญการคว้ามงกุฎของมิส ฟิลิปปินส์นั้น ก็ถือว่าไม่ค้านสายตาคนดู ไม่ว่าจะพิจารณาจากแง่มุมของความงาม ท่วงท่า บุคลิกภาพ ปฏิภาณไหวพริบในการตอบคำถาม ที่ต้องบอกว่าได้คะแนนเชียร์อย่างท่วมท้นเป็นเอกฉันท์ มีคุณค่าที่คู่ควรต่อการได้รับตำแหน่งเป็นอย่างยิ่ง

ในอีกทางหนึ่ง ก็ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยให้ต่างชาติได้รู้จักในวงกว้าง ซึ่งก็ถือว่าได้ผลประโยชน์ในเชิงของการท่องเที่ยว ที่จะทำให้เงินตราไหลเข้ามาประเทศได้เป็นอย่างดี

ในเชิงของธุรกิจทีวี ก็ต้องถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งยวดของช่อง PPTV. ในฐานะที่เป็นช่องที่ได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดสดการจัดการประกวดอย่างเป็นทางการ

ถ้าวัดในเรื่องของรายได้ ก็ไม่แน่ชัดว่าจะคุ้มกับการลงทุนหรือไม่ ? อย่างไร ? แต่ถ้ามองในแง่ของการสร้างให้ PPTV. เป็นช่องที่ถูกพูดถึง และสร้างการจดจำในหมู่คนดูทีวี ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย คว้าเรตติ้งไปได้ถึง 0.732 แม้จะน้อยกว่าปี 2017 และปี 2016 ที่ถ่ายทอดสดทางช่อง 3 SD ที่ได้เรตติ้งไป 0.964 และ 1.717 แต่ก็สามมารถเอาชนะเรตติ้งของปี 2015 และ 2014 ที่ได้ไปเพียง 0.435 และ 0.085 อย่าไปเทียบกับสมัยที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และถ่ายสอดสดทางช่อง 7 ในปี 2005 ที่กวาดเรตติ้งไปได้ถึง 6.7 เพราะในยุคนั้น ทุกครัวเรือนจะต้องดูผ่านทีวีเท่านั้น ไม่เหมือนในยุคนี้ที่สามารถรับชมผ่านช่องทางออนไลน์ได้

และใจความสำคัญที่จะต้องบอกกล่าวกันตรงนี้ก็คือ ความสำเร็จของการจัดการประกวด Miss Universe 2018 จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีอัศวินขี่ม้าขาวที่ชื่อ “หมอเสริฐ – ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ” นายทุนใหญ่ของช่อง PPTV. ที่เป็นสปอน์เซอร์หลักของการถ่ายทอดสดการจัดการประกวดอย่างเป็นทางการ

คือถ้าหมอเสริฐไม่ยื่นมือเข้ามา “ตี๋ แมทชิ่ง” ผู้ถือสิทธิ์การเป็นตัวแทนการจัดการประกวดในประเทศไทย อาจจะต้องหมุนเงินกันขาขวิดมากกว่านี้ แล้วก็คงต้องแบกรับความเสี่ยงอย่างหนักถ้าเกิดเคราะห์หามยามซวยไม่สามารถหารายได้มาให้คุ้มกับค่าใช้จ่าย ไม่ต้องพูดถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ โฟกัสกันเฉพาะค่าใช้จ่ายในการ “เช่าเวลา” ออกอากาศ ก็แบกคอส (Cost) กันจนหลังแอ่น ไม่แปลกที่จะเกิดการล้มดีลกับช่อง 3 ในโค้งสุดท้าย และก็หอบลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดสดทาง PPTV. ที่มีเงื่อนไขที่จูงใจชนิดที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ คือไม่เพียงแต่จะเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ของการถ่ายทอดสดเท่านั้น ทว่ายังจ่ายค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการประกวดให้อีกด้วย

คือถ้าไม่ใช่เจ้าบุญทุ่มที่กระเป๋าหนักจริงๆ อย่างหมอเสริฐ ดีลสวยหรู ดูแพงแบบนี้ก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน !!

นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 474 22 - 28 ธันวาคม 2561
กำลังโหลดความคิดเห็น...