xs
xsm
sm
md
lg

เปิดชีวิตบัดซบ “ดีเจอ๊อฟ” จนเหมือนหมากินขี้ หนีหนี้ ฆ่าตัวตาย แค้นการเมืองทำชีวิตพัง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


จนเหมือนหมากินขี้ “ดีเจอ๊อฟ” อดีตเจ้าพ่อพิธีกรรายการเคเบิ้ล เผยชีวิตต่ำยิ่งกว่าศูนย์ โตมาเพราะกินน้ำเต้าหู้บูด สู้ชีวิตจนได้เป็นพิธีกรรายการเคเบิ้ล 13 รายการ แต่เจ๊งเพราะพิษการเมืองติดหนี้หัวโต 10 ล้าน กินยาฆ่าตัวตาย รอดได้เพราะเสียงแม่ แค้นการเมืองทำชีวิตเป็นหนี้

เลือกตั้งปีหน้ามีดาราหลายคนเปิดตัวลงเล่นการเมือง “ดีเจอ๊อฟ” ดร.รวีภัทร์ จิรศักดิ์วัฒนา" อดีตเจ้าพ่อพิธีกรรายการเคเบิ้ลทีวีถึง 13 รายการ ก็เช่นกัน เจ้าตัวตัดสินใจที่จะลงเล่นการเมือง เพราะแค้นที่การเมืองทำให้ชีวิตพัง เผยชีวิตติดลบยิ่งกว่าศูนย์ บ้านยากจนโตมาเพราะกินน้ำเต้าหู้บูด กว่าจะไต่เต้าจนกลายเป็นเจ้าพ่อพิธีกรรายการเคเบิ้ลถึง 13 รายการ แล้วก็เจ๊งเพราะการเมือง ติดหนี้ 10 ล้าน ยืมเงินทุกคนที่ขวางหน้าเพื่อยังชีพ ก่อนจะตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตาย รอดเพราะได้ยินเสียงแม่ รีบไปล้วงคออ้วก ลุกขึ้นมาสู้ใหม่อยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ หาเงินใช้หนี้จนหมดค่อยเงยหน้ามองคนอื่นได้ ประกาศลั่น ชีวิตหนี้ทำพัง ต้องพัฒนาจากท้องถิ่นให้ยั่งยืน

กินน้ำเต้าหู้บูดจนโต
“ผมโตมากับครอบครัวที่ยิ่งกว่าเสื่อผืนหมอนใบเรียกว่า มีแต่ตัวกับเสื้อผ้าเดินออกมาจากบ้าน จนแบบไม่มีอะไรกินแม่เคยถึงขั้นไม่มีเงินซื้อนม เมื่อก่อนคนจนเขาจะซื้อนมข้นหวานตรามะลิแล้วมาชงให้ลูกกินแต่บ้านผมไม่มีแม้กระทั่งเงินซื้อนมข้นหวาน แต่โชคดีว่าชุมชนที่ผมอยู่คือชุมชนหลังโรงเรียนจรัสพิชากร บ้านเราได้ความอนุเคราะห์และเอ็นดูจากอาจารย์ใหญ่ อาจารย์จรัสให้พื้นที่หลังโรงเรียนได้อยู่อาศัย ทุกเช้าเทศบาลเขาจะมาแจกน้ำเต้าหู้แม่ก็จะเอากระป๋องน้ำไปรองมาสต๊อกไว้เพื่อให้พวกเราได้กิน แล้วแม่ก็ทำข้าวแกงขายด้วย จนไม่มีเวลาไปเอาน้ำเต้าหู้บ่อยๆ ก็เลยเอามากั๊กไว้จนน้ำเต้าหู้บูด แต่ผมก็ต้องกินจนหมด ทุกวันนี้ผมก็ยังคุยกับแม่เลยว่าผมโตมาได้ด้วยน้ำเต้าหู้บูด แม่ก็จะน้ำตาคลอ แต่เราคุยในลักษณะที่อยากจะหยอกแม่แต่แม่เขาสะเทือนใจ”

“ผมจบประถมจากโรงเรียนชูศิลป์วิทยา จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมจบ ม. 3 แล้วยังไม่ได้ใบ รบ. เลย เพราะผมยังค้างเงินโรงเรียนชูศิลป์ ที่เขายื่นเรื่องมาที่โรงเรียนจรัสพิชากรว่าห้ามให้วุฒิการศึกษาเพราะว่าเรายังค้างค่าเทอมอยู่ ต้องขอความอนุเคราะห์ต้องขอความเห็นใจเขาจนผมสามารถเรียนจบ ม.3 พี่สาวผมไม่ได้เรียนต่อนะเขาเสียสละให้เราเรียนเขาจบแค่ ปวช. ผมก็คิดว่าอยากจะเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ และมาทำงานด้วย แต่ว่าพ่อกับแม่ไม่เห็นด้วยอยากให้เรียนราชภัฏนครศรีธรรมราช แต่เราติดเพื่อนเห็นเขาติดโควต้าสอบติดมหาวิทยาลัยต่างๆ ผมก็รู้สึกอิจฉาและน้อยใจตัวเองว่าทำไมเราถึงไม่ได้ ผมก็เลยหนีออกจากบ้านนั่งรถไฟครั้งแรกในชีวิตมากับเพื่อน เพื่อจะมาสอบที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เพื่อนผมได้โควต้าเด็กกิจกรรม แต่ผมไม่ได้ก็เลยถามเพื่อนว่ามันมีสอบไหมก็ปรากฎว่ามีก็เลยเข้ามาสอบและสอบได้ นิเทศศาสตร์ วิทยุและโทรทัศน์ ก็เลยตัดสินใจโทรไปบอกพ่อกับแม่ว่าผมขอใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ”

“ผมมาสมัครเป็นพนักงานร้านพิซซ่า ที่เมเจอร์รัชโยธินซึ่งเปิดครั้งแรกผมเป็นทีมงานที่ควบกะ 24 ชั่วโมงเลย เพราะว่าเขายังไม่มีพนักงานและเพิ่งเปิดเป็นที่แรกด้วย ก็ทำตรงนั้นนั่งรถเมล์มาทำงาน ผมอยู่ลาดพร้าว 130 นั่งรถเมล์ไปทำงานที่เมเจอร์รัชโยธิน แล้วก็นั่งรถเมล์ต่อไปที่สวนลุมเพื่อไปเรียน ก็ทำงานไปเรียนไปและส่งเงินให้ที่บ้านด้วยบ้าง จบมาก็เข้าทำงานที่ Hit Station เป็นเคเบิ้ลทีวีตำแหน่งครีเอทีฟ”

สจ๊วดตุ๊ด
“จากนั้นก็เปลี่ยนงานไปเป็นสจ๊วดของสายการบินพีซีแอร์ไลน์ เขาเรียกกันว่าสายการบินตุ๊ด หรือว่าสายการบินแต๋วแตกอะไรประมาณนี้ ก็ลองไปทำดูรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ท้าทายแล้วเราก็ไม่เคยเจอ ทำงานที่นี่ได้หนึ่งปี ผมสามารถเก็บเงินซื้อรถได้ และตัดสินใจกลับมาทำงานที่ Hit Station อีกครั้ง แต่กลับมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นพนักงาน เราเก็บเงินจากการเป็นสจ๊วดได้มาก้อนหนึ่งก็ตัดสินใจมาซื้อเวลาสถานีผลิตรายการ ที่เดิมแต่กลับมาครั้งนี้เราไม่ได้เป็นพนักงานเขาแล้วนะ ผมมีเงินอยู่ก้อนนึงที่สะสมมาตั้งแต่ตอนที่เราเป็นสจ๊วดคือ ผมแบ่งเงินไปซื้อรถและแบ่งเงินส่วนนึงมาลงทุน มาซื้อเวลาในการเริ่มชีวิต โดยการเจรจากับทางเจ้าของช่องว่าเราขอเช่าเวลาเพื่อผลิตรายการ ช่วงนั้นหนึ่งวันผมมีรายการทั้งหมด 13 รายการ ผมถือว่าผมคือหนึ่งในตองอูของเคเบิ้ลทีวีในตอนนั้นเลย”

ธุรกิจล้ม ยืมเงินทุกคนไปทั่วเพื่อประทังชีวิต
“ผมเป็นคนที่ชอบเรื่องการเมืองมากอยากเป็นนักการเมือง ตอนเด็กๆ ชอบไปนั่งฟังเวลาที่มีรถมาแห่ แต่วันหนึ่งผมโดนสิ่งที่ผมอยากจะเป็นที่สุดทำลายชีวิตผมจนหมดสิ้นประดาตัว ยุคที่มีการปฏิวัติทีวีเคเบิ้ลทุกช่องปิดหมดเลย ผมขาดทุนแบบย่อยยับต้องเอาทรัพย์สินที่ตัวเองมีออกมาใช้จนหมด เรียกว่าจากที่เราต่ำสุดขึ้นสู่สูงสุด แล้วเราก็ลงมาสู่ต่ำสุดอีกครั้ง และต่ำกว่าเดิมอีกครับ ผมติดหนี้ 10 ล้าน ผมเห็นกระดาษใบนึงที่ติดอยู่บนเสาไฟฟ้า คำว่าเงินเร็วเงินด่วน ผมเอาครับ เพื่อประทังชีวิตตัวเองและเรายังหลอกตัวเองอยู่ว่าเรามีเงินหมุนให้เขา ผมต้องหาเงินมาใช้เขาวันละ25,000 บาท วันโดยที่ผมก็ไม่รู้เลยว่าจะมีเงินมาให้เขาไหม เพราะว่าผมไม่มีงานทำ ผมก็ใช้วิธีขอคนนั้นสองพันคนนี้สามพันเพื่อมารวมกันให้ครบสองหมื่น และส่งเขาในวันนี้จบผมหลับได้สบายดี แต่อีกวันผมก็ต้องทำแบบนี้อีก ทำแบบนี้อยู่เกือบครึ่งปีโดยที่ไม่บอกที่บ้านเลย”

ที่สุดของชีวิต ตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา
“เราทำแบบนี้จนไม่มีใครให้เรายืม เพราะเราไม่เคยคืนเงินใครได้ วันหนึ่งก็ไม่รู้ว่าจะหาทางออกยังไงก็เลยตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตาย อาการยาผมเริ่มออกฤทธิ์ตอนที่ผมขับรถไปถึงพระราม 7 ผมคิดว่าขอให้มันลงน้ำไปเลยถ้าเกิดอะไรขึ้นผมจะได้ไม่เจ็บผมคิดแบบนั้นนะ เพราะว่ามันยังมีเหล็กหุ้มผมอยู่ ถ้าสิ้นก็ให้สิ้นในน้ำไปเลย แต่พอผมถึงพระราม 7 มันมีโทรศัพท์เข้ามาก็คือแม่ผมเอง ตอนที่ผมกำลังผะอืดผะอมกับฤทธิ์ยาอยู่ ก็เลยพยายามประคองตัวเองขับรถไปที่ดอนเมือง เงินผมอยู่ในกระเป๋าประมาณ 1,300 กว่าบาท ก็เลยตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินแต่เงินไม่พอ ก็เลยขอให้ผู้จัดการนกแอร์ที่นั่นขอเขา 300 และเอากุญแจรถให้เขา บอกว่าเขาว่าเดี๋ยวผมกลับมาแต่ช่วยจองตั๋วเครื่องบินให้ผมหน่อยผมอยากกลับไปหาแม่ พี่เขาก็ใจดีเมตตาช่วยผม จากนั้นผมก็ไปอาเจียนประคองตัวเองให้ถึงปลายทาง แล้วแม่ก็พาส่งโรงพยาบาลเล่าเรื่องทุกอย่างให้ที่บ้านฟัง”

“แม่ผมตกใจกับสิ่งที่ผมพูด ผมอายุแค่ 26 แต่ติดหนี้เป็น 10 ล้าน แม่ไม่เคยเห็นเงินหลักล้านหลักแสน ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะหาเงินที่ไหนมาช่วยผมเป็นสิบล้าน มันเป็นปัญหาที่เราสร้างขึ้นมาเองเราก็ต้องแก้เองได้เราคิดแบบนี้ ผมก็เลยตัดสินใจหนีออกจากบ้านอีกครั้งและบอกว่าผมจะแก้ปัญหาตรงนั้นให้ได้สู้ใหม่อีกครั้ง รถผม 3-4 คันผมขายเอาไปจำนองเพื่อให้ได้เงินมาเพื่อประทังชีวิตตัวเอง แต่ตอนนั้นผมยังไม่กล้าเข้าบ้านผมยังไม่มีเงินที่จะคืนเขา เพราะว่าเจ้าหนี้ก็จะมาทวงหนี้ผมตลอด ผมก็เลยตัดสินใจไปอยู่กับคนหนึ่งไปช่วยพี่เขาทำผับทำบาร์ที่สีลมเราก็ได้เงินช่วยจากเขา ไม่มีใครตามผมเจอคือผมก็ต้องหลบซ่อนตัวเอง พอเราทำงานได้เงินจากเขาเราก็โอนไปใช้หนี้มีน้อยให้น้อยมีมากให้มากค่อยๆ ทยอยจ่ายจนหมดจนเราสามารถกลับเข้าบ้านได้”

“พอผมใช้หนี้หมดก็เริ่มเปิดตัวกลับมาทำงานโดยการทำโครงการรางวัลเกียรติยศนรสิงห์ เป็นงานแรกที่กลับมาในช่วงที่ตัวเองอยากจะเริ่มพีอาร์ตัวเองเริ่มที่อยากจะให้คนอื่นรู้ว่าเรากลับมาแล้วนะ มีงานอะไรให้เราช่วยทำได้นะ ก็เลยจัดมอบรางวัลนี้ให้กับบุคคลต้นแบบคนดีและ หลังจากนั้นผมก็เลยมีงานอีเวนท์ ออแกไนเซอร์ ลูกค้าก็กลับมาจนเราสามารถกลับมามีที่ยืนในวงการบันเทิงอีกครั้ง และผมมาเจอเติ้ลและอยู่กับเติ้ลเราก็สร้างงานด้วยกันคือมาเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อแซลมอนเคียวก็ทำมาจนถึงปัจจุบันชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆ”

ชีวิตพังเพราะการเมือง ขอล้างแค้นด้วยการไปเป็นนักการเมือง แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ คนคิดไม่ดีก็ต้องแบบไม่ดี ไม่มีแผ่นดินอยู่
“การเมืองเคยทำผมล้ม มันเหมือนแค้นที่เราอยากจะชนะตรงนั้น และผมรู้ว่าปัญหาที่มันเกิดกับผมการเมืองมันไม่ใช่เรื่องไกลตัว แค่คุณออกจากบ้านก้าวนึงจ่ายเงินคุณรู้แล้วไหมว่านั่นคือเศรษฐกิจ ผมเป็นคนที่เคยไม่มีกิน กินเต้าหู้บูดจนโต เคยเป็นหนี้จนต้องฆ่าตัวตาย หนีหลบซ่อนตัวราวกับฆาตกร เราไม่อยากให้ใครมาเป็นแบบนี้ เรารู้ว่ามันทรมาน ผมอยากเข้ามาเอาประสบการณ์ชีวิต เอาสิ่งที่ผมเจอมาพัฒนา เพื่อที่เด็กรุ่นต่อๆ ไปจะมีชีวิตที่อยู่ดีมีสุขไม่เป็นแบบผมอีก”

“สิ่งที่อยากทำคืออยากจะพัฒนาท้องถิ่นแต่ละที่ ทำสิ่งต่างๆ ให้มีค่าให้เป็นเงินให้กลับมาทำให้ญาติพี่น้องหรือคนที่อยู่ในพื้นที่นั้นได้กลับมามีเงินมีทองได้ดูแลตัวเอง พัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ในหมู่บ้านให้ดีซะก่อน ไม่ต้องเศรษฐกิจระดับชาติหรอก ทำระดับท้องถิ่นให้มันดีแล้วมันจะดีขึ้นเอง ผมอยากเข้ามาเพื่อทำให้มันดีขึ้นจริงๆ ไม่ได้อยามากอบโกย ประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสียเลือดเสียเนื้อกันขนาดไหนถึงได้มีแผ่นดินนี้ บรรพบุรุษเขาต้องปกปักษ์รักษาคุ้มครองแน่นอน ใครที่คิดไม่ดีมาไม่ดีก็ต้องไปแบบไม่ดีแน่นอน”





กำลังโหลดความคิดเห็น...