xs
xsm
sm
md
lg

มึงอย่ามาด่ากรู! “พชร์” ลงทุนจ้างทนายไล่ดูคอมเมนต์ในเพจวิจารณ์ ลั่นเงินมีเยอะ - ต้องการสั่งสอน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พชร์ อานนท์” ลงทุนค่าพร็อบ-ค่าตัวนักแสดง ร่วม 20 ล้าน ปิดตำนานหอแต๋วแตก ยอมรับตันแล้ว ทำหนังได้หลายแนว แต่นายทุนชอบสไตล์แบบนี้ ชี้กรณีฟ้องร้องเพจวิจารณ์หนัง ไม่อยากได้เงิน จ้างทนายไล่ดูคำวิจารณ์ อยากให้รู้มึงจะมาด่ากรูไม่ได้ บอกต้องสั่งสอน อย่ามารังแก ถ้าเป็นผู้กำกับปัญญาอ่อน คงอยู่ไม่ถึง 20 ปี



เรียกว่าอยู่กันมานานหลายสิบปี สำหรับภาพยนตร์สุดฮา “หอแต๋วแตก” ล่าสุดผู้กำกับ “พชร์ อานนท์” ประกาศปิดตำนานด้วยภาคสุดท้าย “หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ” ซึ่งคราวนี้ยอมลงทุนควักกระเป๋าถึง 10 ล้าน เฉพาะพร็อบ ไม่รวมค่าตัวดาราที่รวมๆ แล้วก็เหยียบ 10 ล้านด้วย

“ใช่ ก็คือหอแต๋วแตกภาคนี้ ตอนแรกจะชื่อ หอแต๋วแตก แหกมูเตลู แต่เรารู้สึกว่ามันไปเกี่ยวกับเทพเจ้า คนทรงเจ้า ประเทศไทยคนนับถือเยอะ เราก็กลัว เลยเปลี่ยนเป็นเรื่อง หอแต๋วแตก แหกต่อไม่รอแล้วนะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐีอินเดียมาอยู่ไทย ต้องการมอบบ้านนี้ให้กับคนที่มีโอกาสได้ แต่มันก็มีเรื่องราวที่ต้องมาดูเอง เป็นสไตล์หอแต๋วแตก ก็มีหลายๆ อย่างเกิดขึ้นในหอแต๋วแตกภาคนี้ ตอนแรกเราจะทำอีก แต่รู้สึกว่ามันตัน เลยคงจะหยุดที่ภาคนี้ เพราะว่าก็คุยแล้ว แล้วในเรื่องแพนเค้กจะไปเกิดแล้ว ก็มีหลายอย่างแปลกๆ ใหม่ๆ”

“มุกไม่ตันหรอก มันก็มีนักแสดงตัวใหม่ๆ เข้ามาเล่นด้วย เลยมีอะไรที่แตกต่างกันไป จริงๆ แต่ละภาคมันก็แตกต่างกันออกไป อย่างภาคนี้เรามาอินเดีย แล้วก็ผสมอีสานหน่อย ก็ต้องไปดู ก็จะจบจริงๆ ไม่มีภาคต่อแล้ว เพราะว่ามันก็ภาคที่ 6 แล้ว”

“ก็เสียดาย ต้องแล้วแต่คนดูว่าถ้าคนอยากดูต่อก็ทำ เราทำมาถึงภาค 6 เพราะคนอยากดูต่อ พอมาถึงจุดหนึ่งมันก็ต้องหยุดก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที แต่คิดว่าคงจะไม่มีชื่อหอแต๋วแตกอะไรแล้ว ควรจะทำแบรนด์ใหม่ขึ้นมา อย่างเรื่อง ม.6/5”

“ถามว่ายืนยันจะทำหนังต่อไป ไม่ทำหนัง แล้วจะหากินยังไงล่ะ ก็ยังทำหนังอยู่เรื่อยๆ เพราะมันเป็นอาชีพของเรา แล้วทำมานานแล้ว 20 กว่าปีแล้ว อะไรที่คนดูอยากดูเราก็ทำ เพราะเราเป็นผู้กำกับหนังตลาด ทำหนังแมสอยู่แล้ว ถามว่าพชร์ อานนท์ ทำแต่หอแต๋วแตก ก็คือคนดูหอแต๋วแตก แล้วนายทุนก็อยากให้เราทำหอแต๋วแตก ไม่ใช่ว่าทำอย่างอื่นไม่เป็น ถ้าใครติดตามผลงาน ก็จะเห็น 18 ฝน, เพื่อนกูรักมึงวะ, เอ๋อเหรอ สไตล์นั้นเราก็ชอบแต่นายทุนไม่ลงทุนให้ครับ นายทุนแฮปปี้ให้เราทำหนังตลก สนุกสนาน”

จัดเต็มพร็อบ บอกรวมๆ เกือบ 10 ล้าน เฉพาะค่าตัวดาราก็ 10 ล้าน
“พวกพร็อบ พวกคอสตูมนี่เยอะมาก ชุดแขกชุดเดียวก็ 4-5 หมื่นแล้ว แล้วก็ต้องลงทุน อย่างพร็อบตะเกียงนี่ก็เป็นแสนนะ ค่าเช่าบ้านที่ถ่ายนี่ก็แพง บ้านที่ถ่ายทำนี่ก็หาตั้งนานกว่าจะได้ตามที่เราจินตนาการไว้ คือทำหนังกะเทยมันต้องลงทุนเรื่องเสื้อผ้า เรื่องพร็อบเยอะๆ ไม่งั้นมันจะไม่โดน”

โดยประมาณเกือบ 10 ล้าน เราเซฟตรงนี้ไว้ จริงๆ ดาราเรื่องนี้ก็ 10 ล้านแล้วนะรวมๆ กัน เพราะแต่ละคนไม่ได้ถูกๆ อย่างจาตุรงค์ (จาตุรงค์ มกจ๊ก) นี่ขอจ่ายก่อนเลย ไม่งั้นไม่ให้คิว (คนที่เล่นภาคสุดท้าย ค่าตัวก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ?) ใช่ เราก็ทุ่มเต็มที่ทุกภาคอยู่แล้ว แต่ภาคนี้มันมีอะไรที่เด็ดๆ กว่าภาคอื่น”

เรื่องฟ้องร้องหมิ่นประมาทอยู่ในชั้นศาลแล้ว
“เรื่องฟ้องร้องมันก็อยู่ในขั้นตอนของศาล เป็นหน้าที่ของทนายความเขา ทนายความอยากทำอะไร เห็นใครหมิ่นประมาทเรา เขาก็จะจัดการเอง เพราะว่าเราจ่ายเขามาดูแลเราแล้ว ทำไมเราถึงฟ้องคนที่พูดถึงหนังเราได้ เพราะคำพูดบางคำพูดมันเข้าข่ายหมิ่นประมาท ทำให้คนอื่นมาเกลียดเรา อัยการเขาถึงรับฟ้อง ซึ่งตอนนี้ก็ขึ้นศาลอยู่ 2-3 รายแล้ว แล้วก็มีอีกที่กำลังทำเรื่องกันอยู่ ก็เป็นหน้าที่ของทนายความเขา”

“ถามว่าจะชนะคดีมั้ย มันมีหลักฐานอยู่แล้ว เพราะเราก็ไม่ได้ทำอะไรเขา เราไม่รู้จัก แล้วอยู่ๆ เขามาทำให้เราเสียหาย คือการวิจารณ์หนัง ถ้ามันมีคำที่ทำให้เราเสียหาย ที่ทำให้คนเชื่อว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องจริง เราสามารถฟ้องได้ คือวิจารณ์ได้ ว่าภาพเป็นยังไง รู้เรื่องหนัง ไม่ใช่มาด่า อีผู้กำกับปัญญาอ่อน ถ้าปัญญาอ่อนไม่อยู่ถึง 20 ปีหรอก

ไม่เสียเวลาจัดการเกรียนคีย์บอร์ด บอกต้องสอนกันซะบ้าง อย่ามารังแก
มันไม่เสียเวลาหรอก มันต้องสอนมั่ง ว่าคุณจะมารังแกเราไม่ได้ เพราะเราก็อยู่เฉยๆ ทำมาหากิน อยู่ๆคุณก็มาด่าๆ ถ้าเข้าค่ายหมิ่นประมาทเราก็ฟ้อง เพราะไม่งั้นเรานึกจะด่าใครก็ด่าได้สิ มันมีกฎหมาย ก็ฟ้องต่อไม่รอแล้วนะ”

เงินมีเยอะ ฟ้องให้รู้ว่ามึงด่ากรูไม่ได้
“มีเงินอยู่แล้ว มีเยอะอยู่แล้ว คือฟ้องให้รู้ว่ามึงด่ากูไม่ได้นะ วิจารณ์ต้องวิจารณ์ให้มันเหมือนนักวิจารณ์ ยังไงก็ฝากด้วยนะ หอแต๋วแตก อันนี้ภาคสุดท้ายแล้ว รับประกันได้ว่าฉีกแนวแน่นอน ทำหนังก็เหนื่อย ก็ตั้งใจทำทุกเรื่อง เราต้องการขายสนุก ขายหัวเราะ บันเทิง ดูแล้วอิ่มใจสุขใจ ไม่ใช่ดูเป็นหนังสาระ เราก็แยกให้ถูก เพราะหนังเรื่องนี้ทำเพื่อความบันเทิง ยังไงก็ฝากด้วย เข้าฉาย 5 ธันวาคมนี้ ก็เร่งอยู่ ทันแน่นอน เพราะเราวางงานไว้ดี เรียบร้อย ถ่ายหลายวันแล้ว ถ่ายเสร็จตัดเลยๆ แล้วสุดท้ายก็เอามารวมกันให้มันเป็นเรื่อง ส่วนเรื่องวิจารณ์ก็ถ้าเข้าข่ายหมิ่นประมาทก็ฟ้องหมดเลย เพราะแค่เราบอกทนายความว่าไล่ดูเพจนี้ เขาก็จะไปไล่อ่านหมดเลย”

(ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่https://mgronline.com/entertainment)






กำลังโหลดความคิดเห็น...