xs
xsm
sm
md
lg

โซเชียลข้น เรตติ้งจาง ถึงเวลาเปลี่ยนดัชนีชี้วัดหรือยัง ?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


….. . ใครฆ่าประเสริฐ ? …..

คำถามยอดฮิตที่ฮือฮามากที่สุดในขณะนี้ !!

เรียกว่าสนั่นไปทั่วโลกออนไลน์ ทั้งหน้าฝีดเฟซบุ๊ก , ทวิตเตอร์ , ไลน์ ราวกับจะเป็นวาระแห่งชาติกันเลยทีเดียว

ถือว่าเป็นกระแสที่โด่งดังเหลือเกิน สำหรับละคร “เลือดข้นคนจาง” ทางช่อง One ซึ่งเป็นโปรแกรมละครในผังใหม่ของวันศุกร์ และเสาร์

นอกจากจะเป็นผังใหม่แล้ว ยังถือเป็นครั้งแรกสำหรับละครช่อง One ที่ไม่ได้ผลิตโดยทีมงานของช่อง แต่เป็นผลงานการสร้างของทีมบริษัทนาดาวบางกอก ร่วมกับบริษัท โฟร์โนล็อค ในโปรเจกต์พิเศษ 9X9 (ไนน์บายไนน์)

ชื่อนาดาวบางกอก อาจจะคุ้นหูกันดี ในฐานะที่เป็นบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และจัดหานักแสดง ในเครือของจีดีเอช ห้าห้าเก้า ที่เปิดศักราชผลงานสร้างชื่อจากซิรี่ส์ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น อันเป็นปฐมบทที่จุดกระแสซิรี่ส์วัยรุ่นในบ้านเรา

ด้วยความที่มุ่งหวังจะดีดตัวเองออกจากกรอบของกลุ่มวัยรุ่น เพื่อขยายสู่กลุ่มแมส ก็เลยเป็นที่มาของละคร “เลือดข้นคนจาง” ซึ่งต้องบอกว่าเป็นความชาญฉลาดในการสร้างพล็อตเรื่อง และวางตัวนักแสดง เพราะถือว่าครอบคลุมตลาดทุกกลุ่มชั้นเลยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแฟนของนักแสดงขั้นเทพระดับมือรางวัล อย่าง “นพพล โกมารชุน” , “ภัทราวดี มีชูธน” รุ่นรองลงมาอย่าง “ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง” , “คัทลียา แมคอินทอช” , “โสภิตนภา ชุ่มภาณี” , “ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี” ไล่มาจนถึงกลุ่มนิวเจนเนอเรชั่นของค่าย ที่ตั้งใจจะผลักดันให้แจ้งเกิดอย่างเต็มที่ ซึ่งก็มีทั้งที่มีผลงานเป็นที่รู้จักบ้างแล้ว อย่าง “ต่อ-ธนภพ” “เจเจ-กฤษณภูมิ” , “กัปตัน-ชลธร” แล้วก็ที่ใหม่ถอดด้ามรวมอยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน

และจะด้วยว่าเป็นเหตุบังเอิญ หรือเพราะความจงใจอย่างไรก็แล้วแต่ เนื้อเรื่องที่พูดถึงคดีฆาตกรรม ที่มีหลายคนในตระกูลตกเป็นผู้ต้องสงสัยนั้น ดันไปละม้ายคล้ายคลึงกับเรื่องจริงของคดีมหากาพย์มรดกเลือดของตระกูลดังที่เป็นข่าวใหญ่โต ก็เลยยิ่งเป็นที่โจษจัน และกล่าวขวัญกันหนักมาก

อีกจุดสำคัญที่ทำให้ละคร “เลือดข้นคนจาง” มีกระแส ก็คือการเล่นกับความรู้สึกของคนดู ทำให้เกิดความฉงน สงสัย และอยากหาคำตอบ ว่าสุดท้ายแล้วใครอยู่เบื้องหลังการตายของ “ประเสริฐ” หนึ่งในทายาทของตระกูล ”จิระอนันต์” การตั้งปมคำถามให้กับละคร โดยยังไม่มีคำเฉลยนั้น ถือเป็นการจุดเร้าให้ผู้คนต้องติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อจะนำพาตัวเองไปให้ถึงบทสรุป และก็มาลุ้นกันว่าตัวเองนั้นเดาถูก หรือเดาผิด

ยิ่งบรรดาสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ช่วยประโคมด้วยการพยายามวิเคราะห์และตั้งข้อสังเกตจากบริบทรอบข้าง รวมถึงแรงจูงใจของตัวละคร ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถโยงไปถึงตัวการของคดีฆาตกรรมครั้งนี้ ก็ยิ่งเป็นการโหมเชื้อให้ละครเรื่องนี้ถูกหยิบมาเป็นประเด็นสนทนามากยิ่งขึ้น

รวมไปถึงยังเกิดเป็นปรากฏการณ์ในลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดกับละคร “บุพเพสันนิวาส” ที่บรรดาสินค้าอุปโภค บริโภคต่างๆ จะฉกฉวยเอากระแสของละครมาปั่นยอดขายของตัวเอง ซึ่งถ้าละครไม่ดังจริงๆ ปรากฏการณ์ในลักษณะนี้ ก็คงเกิดขึ้นไม่ได้อย่างแน่นอน

แต่.....ในทางตรงกันข้าม !!!

ขณะที่ในสื่อโซเชียลมีกระแสถล่มทลายมากมายขนาดนี้ ตัวเลขของเรตติ้งที่วัดค่าจากปริมาณของคนดูที่ติดตามผ่านทีวีกลับย้อนแย้งจนน่าใจหาย

โดยค่าเฉลี่ยของเรตติ้งในแต่ละตอน เป็นดังนี้ตอนที่ 1 (14 ก.ย.) - 0.8
ตอนที่ 2 (15 ก.ย.)- 0.6
ตอนที่ 3 (21 ก.ย.) - 0.7
ตอนที่ 4 (22 ก.ย.)- 1.0

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับละคร “เลือดข้นคนจาง” แต่ต้องบอกว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับองค์รวมของวงการทีวี

ความจริงก็คือ ทุกวันนี้ ช่องทางการดูละคร หรือรายการต่างๆ นั้น มีทางเลือกมากมาย ทั้งดูผ่านออนไลน์ หรือดูย้อนหลัง ผ่านโปรแกรมไลน์ทีวี หรือยูทูป

จึงบ่อยครั้งทื่ตัวเลขของเรตติ้งที่วัดเฉพาะคนที่ดูจากทีวีอย่างเดียว มักจะสวนทางกับความเป็นจริงเสมอ
แหละเรื่องที่น่าเป็นห่วง และถือเป็นวงจรที่สามารถทำลายล้างธุรกิจบันเทิงให้ล่มสลาย ก็คือตรรกะของบรรดาเอเยนซี่ที่มีอำนาจในการพิจารณาซื้อโฆษณาทีวี ยังคงยึดติดกับขนบเดิมๆ ก็คือใช้บรรทัดฐานของตัวเลขเรตติ้งทีวีเป็นดัชนีชี้วัด ว่าละครเรื่องไหนดัง , รายการไหนที่ควรเป็นสปอนเซอร์

ละครที่มีกระแสฮือฮาเหลือเกินในโลกโซเชียล อย่าง “เลือดข้นคนจาง” อาจจะไม่ใช่ละครที่ขายโฆษณาได้เต็ม ถ้าวัดจากค่าเรตติ้งเป็นตัวตั้ง

ระยะนี้จึงมักจะปรากฏข่าวคราวที่ผู้ผลิตละครหลายราย ผู้ผลิตรายการทีวีหลายที่ ประสบปัญหาโฆษณาไม่เข้าเป้า ต้องแบกรับกับภาวะการขาดทุนสะสม จนหลายรายถึงกับถอดใจ หรือถึงขั้นต้องปิดบริษัท

แม้แต่ละคร “เลือดข้นคนจาง” เองก็ตามที ก็ต้องสู้รบปรบมือกับตัวเลขของเรตติ้ง ที่อาจจะส่งผลกระทบกับเสถียรภาพของละคร เพราะผู้บริหารช่อง อย่าง “คุณหนูบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ” ที่สละเวลาทองให้ออกอากาศ ก็มีการคาดโทษไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าห้ามทำเรตติ้งตก

ตราบใดที่ทั้งผู้บริหารช่อง , ทั้งผู้ซื้อโฆษณา ไม่ยอมหมุนตามโลก แต่ยังคงติดติดกับบรรทัดฐานเดิมๆ ที่เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของละคร หรือรายการ ก็อย่าหมายว่าวงการทีวีจะหลุดพ้นจากวัฎจักรของการเกิดขึ้น - ตั้งอยู่ - ดับไป

ทำละครน้ำดี ก็ไม่มีคนดู , ทำละครที่มีกระแส แต่กระแสก็ไปเกิดที่ออนไลน์ เรตติ้งก็ไม่กระเตื้อง โฆษณาก็ไม่เข้า รายได้ก็ไม่มีพอที่จะไปลงทุนผลิตโปรดักชันเลิศหรูอลังการ สุดท้ายก็วนกลับมาที่ละครแนวเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา รีเมกแล้วรีเมกอีก ซ้ำบ่อยๆ คนก็ไม่ดูอีก สุดท้ายก็วนกลับมาจุดเดิม เหมือนพายเรือในอ่าง หาทางออกไม่เจอ

ถึงเวลาแล้วหรือยัง !!?? ที่เราจะเลิกตัดสินความสำเร็จของละคร หรือของรายการ ด้วยเรตติ้งเฉพาะที่ดูผ่านทีวี แล้วหันมามองความเป็นจริงว่าโลกเราหมุนไปไกลแค่ไหนแล้ว !!!

นิตยสาร ผู้จัดการ 360 องศา สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 462 29 กันยายน - 5 ตุลาคม 2561
กำลังโหลดความคิดเห็น...