xs
xsm
sm
md
lg

“ท็อป-ดุ๊ก” อาลัยรัก “โอ วรุฒ” ยกเป็นเทพบุตรผิดศีล สอนบทเรียนชีวิตให้กับทุกคน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ท็อป - ดุ๊ก” อาลัยการจากไปของ “โอ วรุฒ” รำลึกถึงความหลังที่เคยร่วมงานกัน ลั่นเป็นคนมีเสน่ห์ มีพลังเหมือนเด็กๆ ไม่เคยนินทาว่าร้ายใคร แม้ช่วงมาสาย ความเป็นตัวตนก็ทำให้โกรธไม่ลง บอกโอจากไปอย่างมีคุณค่า สอนบทเรียนในการใช้ชีวิตให้กับทุกคน ยอมรับนับถือน้ำใจ “นีโน่” ดูแลโอจนนาทีสุดท้าย

หลังจากที่วงการบันเทิง ได้สูญเสียนักแสดงมากความสามารถ พระเอกชื่อดังยุค 90 “โอ วรุฒ วรธรรม” ไปเมื่อวันที่ 11 กันยายน ด้วยภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ติดเชื้อในกระแสเลือด เหล่าบรรดาคนบันเทิง ร่วมไว้อาลัย และออกมาแสดงความเสียใจกันอย่างล้นหลาม รวมไปถึงสองนักแสดงร่วมรุ่นอย่าง “ท็อป ดารณีนุช ปสุตนาวิน” และ “ดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ” ที่วันนี้ได้มารวมงานโครงการใครรักป่ายกมือขึ้น จัดกิจกรรมแจ้งผลการระดมทุน และเปลี่ยนแปลงวิธีการสนับสนุนผู้พิทักษ์ป่า ก็ได้เผยความรู้สึกถึงการจากไปของว่าเป็นนักแสดงรุ่นพี่รุ่นน้องที่น่ารัก มักจะสร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ แม้ครั้งหนึ่งจะเคยผิดพลาดในชีวิต แต่ก็กลับตัวมาเป็นคนที่ดีได้ และอยากให้ทุกคนได้บทเรียนจากการสูญเสียในครั้งนี้

ท็อป : “พี่โอเขาก็เป็นพระเอกในยุคเราเนอะ ในยุคที่เราเป็นทั้งผู้ดูด้วย ต้องบอกว่าคุณดุ๊กเองก็มีความผูกพันที่เป็นครอบครัว”

ดุ๊ก : “โอเหมือนน้อง โดยครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ทำงานด้วยกัน กับคุณพ่อคุณแม่ของโอที่การบินไทย เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าตัวเราเองไม่ได้มีโอกาสได้เจอกับโอบ่อยหรือทำงานกับโอมากนัก แต่เวลาเจอกันเราก็เหมือนพี่เหมือนน้อง ก็รู้สึกเหมือนเสียน้องคนหนึ่ง แล้วโอเป็นน้องที่น่ารัก แล้วทุกคนก็รักโอมากและได้รับความสุขจากโอ ได้เสียงหัวเราะจากโอ ไม่ว่าใครก็ตามก็จะรู้สึกได้ว่าโอเป็นคนมีเสน่ห์ น่ารัก”

“และที่สำคัญก็คือเป็นสิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือ อยากขอบคุณโน่ (เมทนี บุรณศิริ) แทนโอ เพราะโน่ก็เป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง เพราะครอบครัวเราก็เป็นครอบครัวที่ทำงานการบินไทยด้วยกันมา แต่โน่เขาสนิทกับโอมาก เขาดูแลโอจนถึงที่สุดและก็จะดูแลต่อไป นับถือน้ำใจโน่มาก เป็นกัลยาณมิตรที่ดี อยากบอกว่าถ้าโน่ทำอะไรที่คิดว่าช่วยเหลือโอได้ก็ให้บอกเรายินดีที่จะช่วย”

ท็อป : “ถ้าเธอเป็นอะไรฉันก็ทำให้อย่างนั้น (ท็อปหันไปกอดดุ๊ก)”

ความประทับใจในตัว “โอ วรุฒ” จากใจ “ท็อป” คือไม่เคยนินทาใคร เป็นที่รักของทุกคน ให้เกียรติทุกคน ไม่ถือตัว ไม่ขโมยซีน มีความเป็นมืออาชีพเวลางาน ถึงแม้จะเคยผิดพลาดในชีวิต แต่ก็กลับตัวกลับใจเป็นคนที่ดีขึ้นได้
ท็อป :ต้องบอกว่าโอเขามีความเป็นเด็กสูงมาก เราสามารถชาร์จพลังเด็กจากโอได้ ถึงเขาจะแก่หรืออะไร คืออันแรกนะ เราไม่เคยเห็นใครใจใสเหมือนโอ เขาไม่เคยนินทาใคร ไม่ว่าใครเขาหัวเราะก๊าก คือเขามีความเป็นเด็กสูงมาก เวลาโอมาสายหรืออะไรก็ไม่มีใครโกรธเขา เพราะเขามาถึงเขาก็ให้เราอารมณ์ดี เขาเป็นคนไม่คิดอะไรเยอะ เขาทำตามหัวใจเขา”

“เขาเป็นคนที่ปล่อยตัวให้เต็มที่ ทำให้ทุกคนไว้ใจ รักทุกคนหมด เขาเป็นคนแบบนี้ บางส่วนก็ตอบแทนเขากลับมาในทางบวก บางส่วนเขาก็โดนโกงบ้าง ก็เป็นชะตากรรมของเขา แม้ว่าโอจะเจอชะตากรรมที่ตกต่ำที่สุด เขาก็ไม่เคยเดินออกมาให้ใครเห็นเลย เขาก็อยู่กับตัวเอง กินเหล้าทำร้ายตัวเอง พอวันหนึ่งเขาจะลุกขึ้นมาทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น”

“ซึ่งอาจจะเป็นบทเรียนที่ดีให้หลายคน ถึงแม้ว่าจะสายเกินไป แต่สิ่งที่โอทำทั้งหมด ทุกคนก็ให้อภัย ตั้งแต่เขาเสียชีวิตมา เราต้องดูคลิป รายการต่างๆ จนรู้เรื่องเขาหมดแล้ว เพราะคิดถึงเขา ก่อนหน้านี้ก็เคยทำรายการด้วยกัน โอเขามืออาชีพมาก ให้เกียรติคนทำงานด้วยกัน ไม่เคยขโมยซีน แต่ถ้าเขามาสาย แล้วเรารอเขา 3 ชั่วโมง เขาก็ทำให้ตลก ใจลืมไปเลยว่ารอโออยู่ มาถึงก็จะเล่นกับทีมงาน ไม่มีความเป็นซูเปอร์สตาร์เลย”

รับเคยนึกโกรธที่ต้องนั่งรอ เวลาโอมาสาย แต่โอก็มาขอโทษและทำให้อารมณ์ดี เลยโกรธไม่ลงสักที
ท็อป : “เคย บางทีเราจะไปทำงานต่อ แต่โอมาสาย ก็ต้องยอมเสียงาน เขาไม่เคยมาบังคับให้เราเข้าใจธรรมชาติของเขา แต่เรากลับเปิดใจ ด้วยความที่เขาเป็นคนมีความเป็นธรรมชาติสูง คือบางคนมาสายแล้วมาโกรธเรา เหมือนโยนความผิด ทำให้คนอื่นกลัว แต่โอไม่เคยทำแบบนั้น โอจะขอโทษแล้วทำให้ทุกคนรู้สึกดี เขาเป็นคนที่แบบเหมือนสิ่งที่ทำไป เขาไม่รู้เรื่องหรอก เขาเมา เขาแฮ้งค์อยู่ไง”

“ถามว่าทำไมถึงมาสาย มันก็เหตุผลนี้ เคยมีคนด่าเขานะเป็นผู้ใหญ่ เขาก็นั่งก้มหน้าเป็นเด็กๆ เขารอกันทั้งกอง ติดต่อไม่ได้ พอติดต่อได้ปุ๊บ ถามอยู่ไหน ผมอยู่ทะเล ฟังเสียงคลื่นสิครับ เขาเอาโทรศัพท์ไปจ่อทะเล เขาเป็นอย่างนี้ ทั้งๆ ที่วายวอดยกกอง(หัวเราะ) อีโอฟังเสียงทะเลชิลอยู่”

เขาทำแบบนี้แต่คนก็ยังรักเขาอยู่ เพราะโอมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ในมุมสว่างมันเป็นมุมที่กลบมุมดาร์ก ทำให้ทุกคนรับได้และรู้สึกเอ็นดู แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นบทเรียนทุกคน
ท็อป : “อย่างที่พี่ดุ๊กบอก มันเป็นเสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือน ถามว่าทำไมทุกคนรักเขา รักด้วยมุมของตัวเองด้วยนะ เขาไม่ได้เป็นเทพบุตรแต่หน้า คือใจมันเป็นคนอย่างนั้น เพียงแต่มันเป็นเทพบุตรในแนวผิดศีล รักษาศีลไม่ครบ(หัวเราะ) มันเป็นเทพบุตรเทวดาตกลงมา”

ดุ๊ก : “มีความเป็นมนุษย์มีทุกด้าน คือเขามีมุมดาร์กอย่างที่เรารู้ โออาจจะขยันดื่มเหล้าเยอะหน่อย เลยทำให้เขาอาจจะมาสาย หรือทำลายสุขภาพเขา แต่ในมุมสว่างมันเป็นมุมที่กลบมุมดาร์กของเขา ทำให้ทุกคนรับได้และรู้สึกเอ็นดูเขา แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นบทเรียนนะครับ ว่าเขาก็อาจจะเคยชินและทำร้ายตัวเองหนักจนกระทั่งวันนึงที่คุณรู้สึกตัวและอยากกลับตัวเวลามันไม่พอ ก็อยากจะฝากว่าเท่ากับโอได้ให้บทเรียนกับทุกคน ใครที่ชะล่าใจอยู่ก็ให้พี่โอเป็นตัวแทนในการที่กระตุกให้ทุกคนรู้ว่าเวลาไม่รอใคร เวลาของทุกคนไม่เท่ากัน แล้วไม่ได้หมายความว่าอายุเรามากหรือน้อย เราจะอยู่ยงคงกระพัน มันไม่แน่เสมอไป ฉะนั้นต้องรู้ตัว”

ท็อป : “มันไม่ใช่แค่เรื่องเหล้าอย่างเดียว หมายถึงคนเราติดอะไรหลายๆ อย่างที่มันทำร้ายตัวเรา โดยไม่รู้ตัว บางคนติดกินไม่มีวินัย ไม่พักผ่อนไม่ดูแลตัวเอง หรือเป็นคนไหลไปจบกับอะไรบางอย่างที่มันเป็นยางเหนียว อย่างที่โอติดอยู่ ตรงนั้นต่างหากที่ทำให้เราหันมามองตัวเอง เราเองยังหันมามอง ต้องตั้งเวลาชีวิตใหม่แล้ว ถ้าเกิดเรานอนดึก ตรงนี้ที่โอกำลังให้บทเรียนกับเราทุกคน”

ในวันนั้นที่โอทั้งเหล้า และยังมาสายจนขึ้นชื่อ ท็อปเคยเข้าไปของานละครของผู้จัดอย่าง “กอบสุข จารุจินดา” ให้ แต่สุดท้ายก็เบี้ยวคิว จนไม่กล้าแนะนำงานให้อีก แต่ก็ไม่ได้ไปต่อว่าแต่อย่างใด ด้านดุ๊กมองความผิดพลาดของโอ เป็นบทเรียนสอนคนที่ยังอยู่ว่าอย่าทำแบบนั้น หรือถ้าทำอยู่ก็เลิกซะ
ท็อป :ได้มีโอกาสคุยกับโอ ก็คุยกันก่อนที่เขาจะเบี้ยวละครตั๊ก เพราะเขาจะบอกเราอยู่ตลอดว่า พี่ท็อปตอนนี้ผมไม่มีงานเลย ซึ่งช่วงนั้นตัวพี่เองก็เล่นละคนกับพี่กอบสุขอยู่ เลยเข้าไปคุยกับพี่กอบสุขให้ ซึ่งพี่กอบสุขเขาเองก็โอเค และก็เรียกพี่โอมาร่วมงาน แต่ปรากฏว่าพี่โอก็ไปเบี้ยวคิวเขาอีก (หัวเราะ) เราก็เลยไม่กล้าแนะนำให้ใครอีก และก็ไม่กล้าไปต่อว่าเขาด้วย เพราะเดี๋ยวมันจะกลายเป็นว่าเราไปซ้ำเติมเขา”

ดุ๊ก : “สำหรับผมนะ ผมคิดว่ามันไม่เป็นอะไรหรอก เพราะเรื่องนี้มันก็จบไปแล้ว จบไปพร้อมกับชีวิตของโอนั่นแหละ แต่เราย้อนกลับมามองที่การจากไปของเขาที่ได้ให้คุณค่ากับเราดีกว่า เพราะเขาได้สอนเราแล้วว่าบทเรียนต่างๆ ในด้านลบที่เขาได้ทำเอาไว้ ถ้าหากเราทำอยู่เราก็ควรที่จะหยุดและก็เลิกทำมันซะ”

คิดว่า “นีโน่ เมทนี” จะเป็นคนดูแลครอบครัวของโอได้ดีที่สุดต่อจากนี้ หากมีอะไรให้ช่วย ยินดีให้ความช่วยเหลือเสมอ
ดุ๊ก : “จริงๆ คุณพ่อคุณแม่ของผมก็ได้มีโอกาสโทร.ไปคุยอยู่บ้างนะครับ เพราะท่านเป็นเพื่อนกัน และตัวผมเองพอได้ฟังก็ได้ก็รู้สึกเป็นห่วง เพราะโอก็เป็นกำลังสำคัญของครอบครัวนี้”

ท็อป : “แล้วแบบนี้ใครจะดูแลพ่อแม่เขาล่ะ”

ดุ๊ก : “ก็น่าจะเป็นพี่นีโน่ที่จะเป็นคนช่วยดูแลต่อไป และพี่นีโน่ก็คงจะทำอะไรเพื่อช่วยเหลือท่าน หรือพวกเราเองก็คงจะมีโอกาสร่วมกันในอนาคต แต่ตรงนี้เดี๋ยวเราค่อยว่ากันอีกที ซึ่งสำหรับผมนะ ผมเชื่อว่าพี่นีโน่ก็คงจะดูแลพ่อแม่และทำหน้าที่พี่ชายที่ดีต่อไป แม้วันนี้โอจะไม่อยู่แล้วก็ตาม และแม้ตัวเราอาจจะไม่ได้ใกล้ชิดโอเท่ากับพี่นีโน่ แต่ถ้าพี่นีโน่มีอะไรให้เราช่วย เราก็พร้อมจะช่วยอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าทุกคนก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเช่นกัน”

จากไปอย่างมีคุณค่า สอนบทเรียนให้ทุกคน
ดุ๊ก : “เอ่อ...อย่างน้อยการจากไปของพี่โอก็มีคุณค่า เพราะพี่โอได้สอนบทเรียนให้กับเรา ให้เราได้แก้ไขข้อบกพร่องอะไรในชีวิตให้มันทันท่วงที ถึงแม้พี่โอจะรู้แล้วและพยายามแก้ไขแล้ว แต่เวลามันไม่รอพี่โอ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน อย่ารอช้า ทำตั้งแต่วันนี้ครับ”

(ติดตามทุกข่าวสารในแวดวงบันเทิงทั้งหมดได้ที่ https://mgronline.com/entertainment)









กำลังโหลดความคิดเห็น...