xs
xsm
sm
md
lg

ไม่รู้พรุ่งนี้จะมีมั้ย? “เสี่ยบุญชัย” เผยถึงความรักลึกซึ้งที่มีต่อ “ตั๊ก บงกช” แม้ในวันที่อ้วนที่สุด แถมสติแตกที่สุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“เสี่ยบุญชัย” วอนคนไทยสนับสนุน “ตั๊ก บงกช” ในฐานะผู้กำกับหญิง หวังเป็นที่พึ่งของลูกในวันที่ตนไม่อยู่ ฝ่ายหญิงเผยถึงความรักที่ลึกซึ้งของสามี ทนได้แม้ในวันที่อ้วนหนักที่สุด แถมสติแตกที่สุดในตอนที่แม่ป่วย ไม่ต้องการของขวัญวันครบรอบแต่งงาน เพราะทุกวันคือวันพิเศษ

เปิดตัวรอบปฐมทัศน์อย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ “ตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล” กับเรื่อง SAD BEAUTY เพื่อนฉัน ฝันสลาย ณ โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 6 สยามพารากอน ซึ่งงานนี้สาวตั๊กก็ควงสามีสุดที่เลิฟและควบตำแหน่งนายทุนอย่าง “เสี่ยบุญชัย เบญจรงคกุล” มาร่วมงานด้วย ซึ่งเสี่ยบุญชัยก็เผยว่าภูมิใจกับภรรยามากที่ทำได้ขนาดนี้

เสี่ยบุญชัย : “ตั๊กเขากำกับมาหลายเรื่องนะครับ ทั้งหนังสั้นและหนังยาว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขากำกับและสร้างตามใจตัวเอง ก็อยากจะเห็นอย่างนั้นครับ อยากเห็นเขาใช้ฝีมือและแสดงฝีมือของตัวเองครับ ภูมิใจครับ เสียดายข้าวหอมมาดูไม่ได้ เพราะว่ายังเด็กไป ก่อนหน้านี้ที่ตั๊กเครียดเรื่องหานายทุนเนี่ย ผมก็คุยถึงเรื่องโซเฟีย คอปโปลา ตลอดนะกับตั๊ก เพราะเขาก็สร้างหนังอาร์ต หนังอินดี้ และมีรอยเท้าใหญ่อย่างพ่อเหยียบเอาไว้ เขาก็เดินเรื่อยๆ”

“ผมเป็นคนไม่รู้เรื่องสร้างหนังนะครับ แต่ว่าดูหนังเยอะ วันละเรื่อง แล้วได้มีโอกาสไปสัมผัสอยู่ที่กองถ่าย ก็ทำให้เรามีความรู้สึกว่าหนังทุกเรื่องเขาถ่ายกันครึ่งคืนนะครับ เพื่อให้ได้แค่ฉากจอดรถ แล้วเราจะสื่อสารกับคนในบ้านเราว่ายังไง เราดูแต่หนังฮอลลีวูด หนังบอลลีวูดก็ตีมาแล้ว หนังเกาหลีก็มาแล้ว แต่หนังไทยเราก็ยังดูกันไม่มากนะครับ ก็อยากให้ช่วยให้กำลังใจ โดยเฉพาะผู้กำกับหญิงบ้านเราก็มีน้อยอยู่ อยากให้คนมาดูไม่ใช่เพราะว่าต้องดู แต่ดูเพราะว่าเดี๋ยวนี้ผู้กำกับมีการพัฒนาการไประดับไหนบ้าง”

ตั๊ก : “เขาไม่ให้กำลังใจเลย คอยปลุกให้ตื่น แล้วบอกไปถ่ายหนังได้แล้ว (หัวเราะ) มีแต่เข็นให้ไปซะงั้น ส่วนเรื่องนายทุนเนี่ย เราเป็นเหมือนสามีภรรยากัน ก็จะไม่ค่อยเรียกว่านายทุน เพราะจะดูไม่ค่อยดี”

เสี่ยบุญชัย : “กระเป๋าเดียวกัน”

ตั๊ก : “มิกล้า (หัวเราะ) คือ เราก็บอกกับพี่บุญชัยว่าเราอยากทำเรื่องนี้ ก็บอกว่าจะทำออกมาให้ดีที่สุด จะพยายามทำให้ได้กำไร พี่เขาก็อยากให้เรามีอาชีพที่เราชอบและอยากจะทำค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะตามใจเราหมด เขาก็จะบอกว่าหนังอย่าอาร์ตนะ อย่าทำให้คนดูหลับ อย่าอินดี้เกินไปนะ มันต้องแมสนะ พี่เขาก็จะเตือนตลอด เราจะทำอะไรก็ตามไม่ว่าอะไร จะชอบแนวไหนก็ตาม แต่ว่าทุกอย่างมันจะต้องถูกดูแล้วสนุกค่ะ เขาไม่เคยตามใจเลยค่ะ (หัวเราะ) เขาจะสอนเหตุผล อยากให้เราโต เป็นแม่ที่ดี เป็นที่พึ่งของลูกได้”

เสี่ยบุญชัย : “ก็อยากให้เขาเป็นที่พึ่งของลูกได้ ถ้าวันหนึ่งเราไม่อยู่ เขาก็ได้ทำในสิ่งที่เขาชอบด้วย ไม่ได้เป็นสิ่งที่ถูกบังคับให้ทำ ผมเชื่อว่าเขาทำได้ดี เขาเป็นคนที่มีความอ่อนไหวต่อการทำอะไรก็ตาม เขาอ่อนไหวมาก”

บอก “น้องข้าวหอม” เริ่มรู้ว่าแม่เป็นดารา ไม่บังคับลูก ถ้าลูกอยากเป็นอะไรก็ยินดีสนับสนุน
ตั๊ก : “ตอนที่ตั๊กต้องออกไปถ่ายหนัง บางทีน้องข้าวหอมเขาเห็นเราในทีวีเวลาตั๊กไปออกรายการ เขาก็จะถามว่าคุณแม่เป็นดาราเหรอ ก็บอกว่าไม่ใช่ แม่เป็นนักแสดง แล้วทำไมคุณแม่ต้องไปอยู่ในทีวีด้วยล่ะ ก็บอกว่าแม่เคยเป็นนักแสดงมาก่อน เคยเล่นหนังมาก่อน ก็เริ่มรู้แล้วว่าเราเป็นดารา ก็คงยังไม่เข้าใจหรอกว่าดาราคืออะไร คงดูจากการ์ตูนมากกว่า”

เสี่ยบุญชัย : “ผมเป็นคนไม่แพลนให้เขาครับ เราก็ให้การศึกษาเขา ส่งเสริมให้เขามีความรู้ มีความสามารถ มีความขยันหมั่นเพียร ที่เหลือเป็นเรื่องของเขาครับ ลูกอยากเป็นอะไรได้หมด ขอให้เป็นคนดีก็พอ”

บอกครบใกล้ครบรอบ 5 ปี ที่แต่งงาน ไม่ต้องการอะไรพิเศษไปมากกว่านี้แล้ว
ตั๊ก : “ก็รักเขาด้วยใจจริงๆ ค่ะ ต้องดูเบื้องหลังตอนที่ตั๊กกำกับหนังเรื่องนี้ ตั๊กอ้วน 90 กิโล ช่วงนั้นตั๊กไม่สนแล้ว เพราะแม่ก็ป่วยด้วย ไม่ได้คิดว่าสามีจะรู้สึกยังไง ไม่ได้สนใจ คือตั๊กเครียดมาก แล้วก็เดินไปเดินมาอยู่ในบ้านนั่นแหละ แต่พี่เขาก็อยู่กับเราตลอด แล้วเขาก็พูดมาคำหนึ่งว่าปีนี้กับปีที่แล้วมันไม่ดีเลย กินได้ก็ยังดีกว่าไม่กิน เราฟังแล้วก็รู้สึกว่าน่ารักดีที่เขาไม่ว่าเราและเข้าใจเรา ก็เป็นจุดเปลี่ยนเลยค่ะ ตั๊กเลยเริ่มกลับมาดูแลตัวเอง คิดเลยว่าเราคงต้องดูแลตัวเอง กลับมาแข็งแรง เข้มแข็งเหมือนเดิม ตอนนี้ประมาณ 59 ค่ะ”

เสี่ยบุญชัย : “พอแล้ว แค่นี้ดูก็ดูแลสุขภาพได้ดีแล้ว”

ตั๊ก : “ตั๊กก็พยายามดูแลตัวเองนะ เพราะแม่ตั๊กก็มีเชื้อเบาหวาน พ่อก็มี ถ้าเกิดเราปล่อยเนื้อปล่อยตัวมากๆ แล้วก็เป็นคนชอบทานขนม ตอนนี้ตรวจอาจจะไม่เจอ แต่ในอนาคตล่ะ เราก็ต้องดูแลตัวเอง เพราะลูกเราก็ยังเล็ก”

เสี่ยบุญชัย : “จะครบแต่งงาน 5 ปี ก็ไม่มีแพลนอะไรพิเศษนะ เพราะทุกวันเป็นวันพิเศษ (ยิ้ม) เราต้องทำให้มันพิเศษ เพราะไม่รู้พรุ่งนี้จะมีมั้ย เพราะผมผ่านชีวิตที่คุณพ่อคุณแม่ คุณลุง คุณย่าเซอร์ไพรส์วันตาย เหมือนวันที่ท่านจะไปก็เป็นวันเกิดท่าน เราก็ดูว่าท่านปกตินะ จะไปฟอกไต เรากำลังจะกินอาหารฉลองวันเกิดกัน ยังไม่ทันได้กินเลย มันก็เป็นบทเรียนว่าถ้าเรามีวันนี้อยู่กับคนที่เรารัก อยู่กับครอบครัวเรา เราก็ควรจะเทกแคร์เขา ไม่ต้องรอครบรอบอะไร”

ตั๊ก : “ไม่ได้หวังของขวัญอะไรเลย ทุกวันนี้พี่เขาทำหน้าที่สามีและพ่อดีที่สุดแล้วค่ะ หน้าที่ลูกเขยเขาก็น่ารักมาก ดูแลแม่อย่างดี ไปนิมนต์พระจากวัดมาให้แม่ใส่บาตร แล้วคุณแม่เป็นอัมพาต เขาก็จับมือแม่ใส่บาตร ทำให้ทุกอย่างจริงๆ เราเห็นก็รู้สึกว่าพี่เขาดีจริงๆ จากวันแรกถึงวันนี้ก็มีความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าเดิม จากที่คนก็พูดกันว่าเรารักกันด้วยอะไร เรามีความผูกพันกันด้วยอะไร ไม่ว่าอะไรก็ตาม แต่ว่าเราตื่นมาเรารู้ว่าเราเป็นใคร เรารู้ว่าเรารู้สึกยังไงก็พอ ของขวัญไม่จำเป็นต้องมีเลยค่ะ ตั๊กบอกเลยว่าถ้าผ่านจุดที่ตั๊กอ้วน 90 กิโล แล้วทนตั๊กได้ตอนตั๊กสติแตกตอนที่แม่ตั๊กป่วยมากๆ คือ พี่เขาผ่านมากแล้ว ไม่ต้องหาอะไรมาให้ตั๊กหรอก”





กำลังโหลดความคิดเห็น...