xs
sm
md
lg

รู้จัก “ตูน” ดี “ก้อย” ชี้คิดอยู่แล้วว่าไม่มีเซอร์ไพรส์บนเวทีแม่สาย แต่ยอมรับวินาที “ดู๋” ถามเรื่องแต่งงาน แอบหูอื้อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“ตูน บอดี้สแลม” ว่าไงก็ว่าตามกัน “ก้อย รัชวิน” ลั่นหูอื้อ วินาที “ดู๋ สัญญา” ถามฝ่ายชายบนเวทีแม่สายเรื่องแต่งงาน รับกลัวเบลอแล้วหลุดขอ บอกรู้จักอีกฝ่ายดี คิดแล้วว่างานนี้ไม่มีเซอร์ไพรส์ ไม่เร่งรัดวิวาห์ ขอแค่ได้อยู่ข้างๆ ลั่นมีมุมน่ารักที่รู้กันแค่สองคน เผยหลังโครงการก้าวฯ เปลี่ยนไปทั้งภายนอกและภายใน ร้าวทั้งร่าง ต้องกายภาพ ฝังเข็มช่วย

เป็นอีเวนต์แรกเลยก็ว่าได้ หลังจบจากโครงการก้าวคนละก้าว วิ่งเคียงข้าง “ตูน บอดี้สแลม”  อาทิวราห์ คงมาลัย ระดมทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์เพื่อ 11 รพ. ซึ่ง “ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ” ก็เผยในงาน PPTV WORLD CLASS TV เพื่อแนะนำรายการใหม่ของสถานีฯ ประจำปี 2561 ณ โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ ยอมรับโครงการดังกล่าวเปลี่ยนตนทั้งภายในและภายนอก ต้องฝังเข็ม ทำกายภาพ เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย เตรียมวิ่งมาราธอน งานใหญ่ที่เกียวโต

“ตอนนี้เป็นช่วงปรับตัวค่ะ เพราะว่าเราไปอยู่ตรงนั้นเกือบ 2 เดือน บางทีมันก็จะมีอะไรหลายๆ อย่างในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป คือก้อยรู้สึกเหมือนว่าก้อยดึงพลังงานจากอนาคตมาใช้ค่อนข้างเยอะ ส่วนทางพี่ตูนเองก็เช่นกัน เขาก็ค่อยๆ ปรับตัวอยู่ ดังนั้นช่วงนี้มันก็จะเหมือนกับว่าเราได้กลับมาพักกลับมาฟื้นฟูร่างกายตัวเอง แต่สิ่งหนึ่งที่ติดมาจากวิ่งในโครงการนี้ก็คือ เราติดการตื่นเช้าเพื่อมาวิ่งจนมันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว”

“ตอนวิ่งไม่ได้เจ็บอะไรมากนะคะ แต่พอกลับมาถึงได้รู้ว่าเรามีปัญหาที่เข่ากับสะโพก ตอนนี้คุณหมอก็เลยแนะนำให้ทำกายภาพบำบัด และฝังเข็มเพื่อที่จะได้กลับมาวิ่งอีกครั้ง อีกอย่างคือต้องคอยสังเกตตัวเองหากว่าวิ่งแล้วเจ็บก็ต้องหยุด แต่ยังวิ่งได้นะคะ เพราะว่าการวิ่งมันคือการยืดกล้ามเนื้อแค่เราต้องระมัดระวังแค่นั้นเอง รวมถึงต้องทำให้มันสมดุลระหว่างการวิ่งและการเข้าฟิตเนส ส่วนอาการบาดเจ็บของพี่ตูน ขาไม่มีอะไรน่าห่วงนะคะ แต่พี่ตูนเขาจะเจ็บช่วงไหล่และก็ช่วงสะบักมากกว่า ซึ่งตอนนี้พี่เขาก็กำลังรักษาอยู่ แต่ถามว่ามันมีผลต่อการวิ่งมั้ย จริงๆ ก็ไม่มีนะคะ เพราะพี่เขาก็ยังวิ่งได้”

“คุณหมอแนะนำให้พักค่ะ แต่ก้อยไม่อยากพัก เพราะก้อยมีเวลาซ้อมแค่ 6 อาทิตย์เอง ก่อนที่จะลงวิ่งมาราธอนทริปล่าสุด คือเราดื้อนิดหนึ่ง แต่ถ้าก้อยวิ่งแล้วรู้สึกว่าจะปวดก้อยก็หยุดทันทีนะ เพราะร่างกายเราไม่เหมือนเดิมแล้ว และจากนั้นก็กลับมาดูแลสุขภาพตัวเอง ซึ่งก้อยก็พยายามฟื้นฟูตัวเองตลอด แค่วิธีการของมันไม่ใช่การหยุดไปเลย แต่เราเปลี่ยนวิธีการออกกำลังกายมากกว่า เพราะถ้าหากเราหยุดไปเลยและกลับมาซ้อม ก้อยคิดว่าอาจจะไม่คงดี”

บอกตูนไม่ได้ไปด้วย
ไม่ได้ไปค่ะ ก้อยต้องเล่าก่อนว่าช่วงที่วิ่งกับโครงการก้าวคนละก้าว มีคนมาชวนก้อยไปร่วมวิ่งในงานที่เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น คือเป็นงานระดับสากล และเป็นการลงวิ่งมาธอนครั้งแรกของก้อยด้วย ก้อยก็เลยสนใจ แต่ทริปล่าสุดที่เห็นว่าพี่ตูนไปวิ่งด้วยกัน อันนั้นเป็นทริปสวนผึ้งค่ะ เป็นทริปที่ก้อยอยากจะซ้อมก่อนไปเกียวโต ซึ่งพี่ตูนเขาว่างวันนั้น เขาก็เลยอาสาไปเป็นเพื่อน”

แจงวิ่งไปสวยไป เพราะมีความสุข ออกมาจากข้างใน
มันหลายๆ อย่างรวมกันนะ ก้อยมองว่าถ้าหากเรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำ มันก็จะออกมาจากข้างในเอง แต่เอาจริงๆ ก็ไม่เป๊ะนะ โทรมกาย (หัวเราะ) อีกอย่างเราเองก็วิ่งจนรู้มุมกล้องแล้วด้วย ถ้าเห็นกล้องเราก็จะโพสต์หน่อย ไม่ได้เป๊ะตลอดเวลาหรอกค่ะ”

รับปฏิเสธงาน-ขอเป็นผู้ให้ โครงการก้าวฯ เปลี่ยนตนทั้งภายในและภายนอก
“ก็พอสมควรค่ะ แต่ก้อยไม่รู้สึกว่าเสียดายเลยนะ เพราะมันเป็นสิ่งที่เราเลือกและตั้งใจว่าจะทำอยู่แล้ว คือเราเองก็ได้รับมาเยอะนะ ดังนั้นถ้าหากวันหนึ่งเราตัดสินใจจะเป็นผู้ให้บ้าง เราก็จะไม่มานั่งเสียใจในสิ่งที่เข้ามาในตอนนั้น แค่เราเป็นห่วงคนที่เราปฏิเสธไปมากกว่า แต่ก็หวังว่าทุกคนจะเข้าใจว่าตอนนี้เรากำลังทำอะไรและทำเพื่อใครอยู่”

“การวิ่งครั้งนี้เปลี่ยนก้อยไปเยอะมากค่ะ มันเปลี่ยนทั้งภายในและภายนอก ซึ่งความรู้สึกภายนอก ก้อยรู้สึกว่าก้อยได้ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ได้เป็นฟันเฟืองเล็กๆ ในการทำภารกิจของพี่ตูน และมันทำให้เรารู้สึกนะว่าเราอยากทำต่อไปเรื่อยๆ โดยที่เราเองก็ไม่คิดมาก่อนว่าสิ่งที่เราทำมันจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ก้อยก็อยากให้คนอื่นได้ออกกำลังกายดูแลสุขภาพเช่นกัน ส่วนความรู้สึกภายใน ก้อยรู้สึกว่าเรามีความสุขกับการให้มากขึ้น และก็อยากจะทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ค่ะ”

ไม่เสพดรามา ชี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อคนไทยทุกคน
“ระหว่างที่เราวิ่งก้อยสารภาพตรงๆ นะ เราไม่ค่อยได้อ่านข่าวหรือเช็กโซเชียลสักเท่าไหร่ ก้อยไม่ทราบเลยว่าข้างนอกเขาพูดถึงเรายังไงบ้าง เพราะเราก็โฟกัสอยู่กับการวิ่งอย่างเดียว ฉะนั้นเรามองสิ่งที่สำคัญที่เราจะต้องทำดีกว่า แต่ในส่วนของพี่ตูน อันนี้ก้อยไม่แน่ใจนะคะว่าเขาทราบเรื่องราวต่างๆ มั้ย แต่ก้อยรู้สึกว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เราทำ เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ประโยชน์มันเกิดขึ้นกับคนไทยทุกคน ดังนั้นเราวางดรามาไว้ก่อนดีกว่า เราไม่เอาใจไปปักตรงนั้น เพราะมันยังมีสิ่งที่ใหญ่กว่านั้นและสำคัญกว่านั้นที่เราจะต้องทำค่ะ”

“ก้อยไม่ได้มองตรงนั้นเลยค่ะ เพราะก้อยรู้สึกว่าทุกอย่างที่เราทำมันมีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจอยู่แล้ว แต่ว่าสุดท้ายแล้วถ้าเรามัวแต่ไปกังวลกับสิ่งนั้น และทำให้สิ่งที่เราต้องทำจริงๆ มันพลาดไป มันก็คงสูญเปล่า เราอยากเห็นคนมีความสุขและเราทำทุกอย่างด้วยความสุขดีกว่าค่ะ”

หูอื้อ “ดู๋ สัญญา” ถาม “ตูน” เรื่องแต่งงานบนเวทีแม่สาย เปิดใจไม่เร่งรัดเรื่องวิวาห์ ตูนว่าไงก็ว่าอย่างนั้นเลย
“ยังไม่มีค่ะ (ตอนดู๋ สัญญาถามบนเวทีเรื่องแต่งงาน ตูนบอกว่าขอออกอัลบั้มก่อน?) ตอนนั้นก้อยหูอื้อไปแล้วค่ะ (หัวเราะ) แต่เขาว่ายังไงก็ว่าอย่างนั้นเลย ก้อยไม่ได้เร่งรัดอะไร เพราะทุกวันนี้เราก็ยังมีความสุข และก็สนุกกับการที่ได้เดินทางไปแบบนี้เรื่อยๆ”

“ถามว่าตอนนั้นเราแอบคิดมั้ยว่าจะมีซีนนั้น มันคงยังไม่ถึงเวลา และมันก็คงยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม แต่ก็ต้องขอบคุณทุกคนนะคะที่ช่วยลุ้นช่วยเชียร์ แค่ก้อยต้องบอกตรงๆ ว่ามันยังไม่ใช่ ณ ตรงนั้น”

รู้จักอีกฝ่ายดี คิดอยู่แล้วว่าจะไม่มีเซอร์ไพรส์
“ก้อยคิดว่าก้อยรู้จักเขาดีค่ะ เพราะในใจก็ อย่านะ อย่านะ เพราะเขาเพิ่งวิ่งเสร็จเราก็กลัวว่าเขาจะเบลอๆ และพูดอะไรออกไป แต่ก็ดีแล้วค่ะที่ทุกอย่างจบลงแบบนี้ ถามว่าได้คุยกับเขามั้ย พี่เขาเป็นคนโฟกัสอะไรอย่างๆ ดังนั้นช่วงที่วิ่งเราก็จะคุยกันแต่เรื่องวิ่ง และที่สำคัญคือในเมื่อเราตัดสินใจมาทำเพื่อคนอื่น มันก็จะไม่มีเรื่องของเราสองคนค่ะ เราช่วยกันทำภารกิจให้สำเร็จมากกว่า เขาบอกรักบ่อยมั้ยเหรอคะ ก็ปกติค่ะ(เขิน)”

ชมอีกฝ่ายน่ารัก มีมุมที่รู้กันแค่สองคน คนภายนอกไม่ได้สัมผัส
สำหรับก้อย ก็เป็นคนที่น่ารัก มีมุมที่เรารู้กันเองแค่สองคน ซึ่งคนภายนอกอาจจะไม่ค่อยได้สัมผัสหรือเห็นเท่าไหร่ แต่ว่าเขาก็เป็นคนที่น่ารักคนหนึ่งค่ะ”





กำลังโหลดความคิดเห็น...