xs
xsm
sm
md
lg

“แพท ณปภา” จะอุ้มลูกไปหา “เบนซ์” ในคุกทุกสัปดาห์ อยากให้เข้มแข็งจะได้รู้ว่า อยู่เพื่อใคร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“แพท ณปภา” อุ้มลูกไปเซอร์ไพรส์ “เบนซ์ เรซซิ่ง” ถึงในคุก เพราะอยากให้ฝ่ายชายเข้มแข็ง ต้องสู้ และต้องรู้ว่าจะอยู่เพื่อใคร ตั้งใจต่อไปนี้จะพาลูกไปหาทุกอาทิตย์ ให้ได้รู้ว่านี่เป็นพ่อ และเบนซ์ได้เห็นพัฒนาการของลูก

เป็นคนอื่นสามีติดคุกทั้งสวยทั้งดังแบบ “แพท ณปภา ตันตระกูล” คงเผ่นแนบไปหาสามีใหม่สบายตัวสบายใจไปเรียบร้อยแล้ว แต่แพทเลือกที่จะรอ “เบนซ์ เรซซิ่ง” อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช สามีผู้ต้องหาคดีสมคบฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติด. และคอยเป็นกำลังใจให้ตลอด ล่าสุด ก็อุ้มลูกไปเยี่ยมถึงในคุก แม้ญาติพี่น้องจะห้ามปรามก็ตาม เพราะอยากให้สามีเข้มแข็งยอมรับความจริง ต้องสู้ และต้องรู้ว่าจะอยู่เพื่อใคร ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ขณะมาร่วมงานเปิดแคมเปญ ใช้ชีวิตยกกำลัง 3

“จริงๆ เหมือนมันเป็นสิ่งที่เรากลัวกันไปเองไม่ว่าจะเป็นครอบครัวพี่เบนซ์ หรือตัวเขาเองที่บอกว่าไม่พร้อม แพทเลยตัดสินใจพาลูกไปเจอเขาช่วงวันพ่อ เพราะพี่เบนซ์ไม่ได้เจอหน้าลูกมาสักพักแล้ว รวมเวลาที่ห่างกันเกือบๆ 7 เดือน จริงอยู่ที่เราเจอกันนอกรอบตอนที่เขามาขึ้นศาล แต่ก็ยังนานอยู่ดี เราคิดว่าวันพ่อเป็นโอกาสที่ดีที่เจาจะได้เจอกัน ก็เลยอุ้มเข้าไปเลยโดยไม่ปรึกษาใคร”

“พี่เบนซ์ไม่ได้เตรียมตัว พอเห็นเราอุ้มลูกเข้าไปก็ตกใจ อ้าว...พาลูกมาหรอ แล้วพูดชมลูกว่าหล่อ ลูกเราน่ารักนะ ลูกดื้อไหม ไม่สบายหรือเปล่า ปีใหม่จะพาลูกไปเที่ยวไหน ล่าสุดวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาแพทก็พาลูกไปเจอเขาอีก แพทรู้สึกว่าวันแรกที่เราพาลูกไปเจอเขาเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่ดี ปฏิกิริยาเขาไม่ได้แย่ เลยตั้งใจว่าหลังจากนี้ถ้าแพททำได้พี่เบนซ์จะได้เห็นหน้าลูกทุกอาทิตย์”

“เบนซ์” ร้องไห้ ได้แต่มองลูก แต่ไม่สามารถสัมผัสได้
“ใช่ค่ะ ครั้งล่าสุดที่ไปก็ร้องอีก เราเข้าใจเขานะ ในระหว่างที่ลูกดุ๊กดิ๊กเล่นกับคนนั้นคนนี้ ทุกคนมีโอกาสได้อุ้ม แต่ทำไมเขาถึงอุ้มลูกไม่ได้ เขาอยากอุ้มลูกบ้าง เราก็บอกให้เขาอดทนหน่อย ตรงนั้นมีโทรศัพท์เราก็ให้เขายกหูคุยกับลูกเยอะๆ เพราะตอนนี้ลูกได้ยินแล้ว เวลาพูดเขาก็ฟัง พยายามเล่น หยอกล้อ โบกมือบ๊ายบาย น้องก็ให้ความสนใจ”

เราเห็นแล้วก็สงสาร เราเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงบอกเราก่อนหน้านี้ว่าไม่พร้อม พอเราเห็นภาพเราเข้าใจเลยว่าเขาคงอยากอุ้ม อยากสัมผัสลูก แต่ทำไม่ได้ น้ำตาที่ไหลออกมาแพทรู้สึกได้ว่าเป็นน้ำตาแห่งความดีใจ ความปลื้มปีติ ลูกกลายเป็นกำลังใจของเขาไปแล้ว กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เขาอยากเจอลูกทุกอาทิตย์ อยากเห็นหน้า อยากเห็นพัฒนาการของลูก แพทว่างทุกวันพฤหัสบดีก็จะพาลูกไปหาเขา”

ตัวน้องเรซซิ่งมีปฏิกิริยายังไง
“ดูจากพัฒนาการแล้ว เขายังไม่ได้อินอะไรขนาดนั้น เด็กเขาต้องการความรัก ความใกล้ชิด บางทีใครเลี้ยงเขาแล้วหายไปเป็นอาทิตย์ กลับมาก็เขาก็ไม่สนิทเหมือนตอนแรกๆ ถ้าให้บอกลูก เราบอกได้ว่านี่คือพ่อนะ แต่ลึกๆ ก็ต้องใช้ความใกล้ชิดอยู่ดี”

เสียดายเวลาที่ไม่พาเขาไปตั้งแต่แรกไหม
“ไม่เลย มันเป็นจังหวะที่ดี เพราะตอนนี้เขาเริ่มเรียนรู้อะไรเยอะ ตอนนี้ 10 เดือนกว่า อีก 2 เดือนจะครบขวบหนึ่งแล้ว มันเป็นเวลาที่ดีที่พ่อเองก็ต้องเจอหน้าลูกบ้าง จะได้รู้ว่าเรซซิ่งเปลี่ยนไปขนาดไหน รวมถึงเรซซิ่งเองก็จะได้ไม่รู้สึกว่าแม่พามาที่ไหน พามาทำไม แต่มาให้เขาเข้าใจว่าเราพาเขามาที่นี่ทุกอาทิตย์อยู่แล้ว พอวันหนึ่งเขาเริ่มเรียกแม่ได้ เขาเริ่มรู้จัก ก็จะเข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นภาพที่เห็นอยู่ทุกอาทิตย์ คนที่คุยด้วยตลอดก็คือพ่อเขาเอง”

ก่อนหน้านี้ ที่แพทออกมาเปิดใจประมาณว่า ถ้ายังไม่พร้อมมาเจอหน้าลูกก็ไม่น่าจะมาเป็นพ่อ
“คือใจแพทพูดกับเขาไปแหละว่า แพทอยากให้เขาเข้มแข็ง เหมือนว่าแบบเราเป็นพ่อคนนะ สิ่งหนึ่งที่แพทอยากให้เขามีที่สุดก็คือความเข้มแข็ง แพทรู้ว่ามันเป็นเรื่องเปราะบางและเซนซิทีฟสำหรับใจคน แต่สุดท้ายแล้วแพทก็อยากให้เขารู้สึกว่าเราเองเราเป็นแม่นะ เราเป็นผู้หญิงเรายังเข้มแข็งเลย การที่เราเลี้ยงลูกคนเดียวอยู่ข้างนอก โอเคเรายอมรับว่ามันสบายกว่าคนอยู่ข้างในอยู่แล้วแหละ แต่เราก็รับภาระทั้งหมดเลย เรายังต้องผ่านมันไปให้ได้เลย เราอยากให้เขามองอีกมุมหนึ่งว่าให้ลูกเป็นกำลังใจ อยากให้เขาได้เห็นลูกแล้วเขารู้สึกว่านี่แหละรู้จุดหมายว่าเขาจะสู้เพื่ออะไร อยู่เพื่อใคร”

“แพทเป็นคนตรงๆ และแพทก็พูดกับสามีแพทแบบนี้ คือถ้าทำตรงนี้ไม่ได้ก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว เราไม่อยากให้ครอบครัวหรือใคร ปกป้องในเรื่องที่ไม่จำเป็น เราไม่อยากให้ใครคิดแทนเขาว่าอย่าเพิ่งเอาเข้าไปเลย น้ำตามันมีทุกคนอยู่แล้ว แต่เรายังไม่รู้เลยว่าเป็นน้ำตาแห่งความดีใจหรือเสียใจ เราให้มันเผชิญกับสิ่งที่ควรเป็นดีกว่า วันนี้แพทรู้สึกได้ว่า เขาเข้มแข็งมากขึ้น และพอเจอลู แพทรู้เลยว่า เขามีกำลังใจและเขารู้ว่าต้องสู้เพื่ออะไร”

พยายามจะพาลูกไปหา “เบนซ์” ให้ได้ทุกอาทิตย์
“อย่างอาทิตย์ที่แล้วแพทไม่ได้ไปเขาก็ถามว่า แพทกับลูกไปไหน คือเวลาไม่ได้จริงๆ เราก็ฝากคนไปบอก ส่วนอาทิตย์นี้ไปได้เราก็ไปลูกไป ซึ่งเขาโอเค มีกำลังใจดีมากยิ่งขึ้น เข้มแข็งมากขึ้น”
“เรซซิ่ง” กวนและดื้อเหมือนพ่อ ฉลาดและหน้าตาดีเหมือนแม่
“แพทดุ คือแพทเข้าใจว่าเขาเป็นเด็กโชคดีนะเกิดมามีแต่คนรักคนชอบ แต่แพทกลัวว่าสิ่งเหล่านี้จะเหมือนการไปสปอยเขา รวมถึงคนรอบข้างที่มาเลี้ยง เพราะพอทุกคนรู้ว่าแม่ดุ ทุกคนก็จะโอ๋ๆ เราก็ต้องคอยบอกไม่ได้ แต่ด้วยวัยเขาก็ยังไม่ได้รู้ไปทุกเรื่อง แต่สิ่งหนึ่งที่แพทรู้คือลูกแพทกวนมากจริงๆ เขารู้แต่ไม่ทำเหมือนพ่อ อย่างเวลาแพทพาลูกไปเยี่ยม ก็จะบอกว่าเขาดื้อเหมือนคุณ เขางอแงเหมือนคุณ ลูกฉลาดเหมือนแพท หน้าตาดีเหมือนแพท”

ไม่มีใจอ่อน สปอยลูกแน่นอน
“ถึงร้องชักดิ้นชักงอก็ให้ร้องไปเลย พอเขาเหนื่อยเราก็เข้าไปชวนเล่น เราเข้าใจว่าพอเป็นลูกเรา คนก็ไม่กล้าตี ไม่กล้าดุ พอน้องทิ้งตัวร้องทุกคนก็โอ๋ แต่เราจะบอกหยุดค่ะ ทิ้งตัวไปเลย พอเหนื่อยปุ๊บเราค่อยมาคุยกันใหม่ (ยิ้ม)”



กำลังโหลดความคิดเห็น...