xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) “โบว์” อาการหนัก เฝ้ามองประตูรอ “ปอ” กลับมาจนหลับน็อก! รับต้องต่อสู้ดรามาแห่งความคิดถึง มั่นใจไม่ใช่โรคซึมเศร้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“โบว์ แวนดา” ไม่ให้ค่าเกรียนดรามาห้ามเรียก “ปอ” มั่นใจอีกฝ่ายคงไม่เคยสูญเสีย ยันคิดถึงพี่ปอทุกวินาที บอกเฝ้ารอหน้าประตูจนหลับน็อก! ทั้งที่รู้จะไม่กลับมา เปิดใจไม่หาหมอ เพราะมั่นใจว่ายังคุมสภาพตัวเองไหว และไม่ใช่โรคซึมเศร้า


เพิ่งโพสต์ภาพครบรอบวันแต่งงาน “ปอ ทฤษฎี สหวงษ์” สำหรับ “โบว์ แวนดา สหวงษ์” แม้จะผ่านการสูญเสียจนขึ้นปีที่ 2 แต่ก็ยังคิดถึงไม่เสื่อมคลาย โดยสาวโบว์เปิดใจในงานต้านภัยไข้เลือดออก ณ ลานลิฟต์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ รับยังเฝ้ารอการกลับมาแม้รู้ว่าไม่มีหวัง

“ก็เป็นอีกหนึ่งปีค่ะ ปีที่สองแล้วที่ไม่มีเขาอยู่ ก็บอกเหมือนเดิมค่ะ ตื่นขึ้นมาก็ยังคงพูดกับเขาเหมือนเดิม โบว์ไม่รู้หรอกว่าเขาจะอยู่หรือไม่อยู่ แต่ทุกอย่างก็ยังคงทำเหมือนเดิม บอกรักเขาว่าสุขสันต์วันครบรอบนะ จริงๆ ถ้าไม่นับวันแต่งก็ครบมาหลายปีแล้วค่ะ แต่งปี 56 แต่การแต่งงานก็คือเรื่องของพิธีของผู้ใหญ่ แต่จริงๆ อยู่กันก่อนหน้านั้นสักพักใหญ่ๆ แล้ว ก็ยังคิดถึงทุกวินาทีเลยดีกว่า”

บอกไม่ฝันถึงปอแล้ว ย้ำยังทำใจไม่ได้ เฝ้ามองหน้าประตูเผื่ออีกฝ่ายจะกลับมา
“ตอนนี้ไม่ฝันแล้วค่ะ มันจะเป็นบางช่วงมากกว่า พอเราคิดถึงมากก็จะนอนไม่หลับ ก็จะอยู่อย่างนั้นจนมันน็อกไปเอง ทีนี้พี่ปอก็คงไม่มีสิทธิเข้าฝันโบว์แล้ว เพราะโบว์หลับสนิทมาก (หัวเราะ) คือมันยังทำใจไม่ได้หรอก บางคนเป็นสิบๆ ปีก็ยังทำใจไม่ได้ แต่เราก็ไม่อยากแสดงความอ่อนแอมาก บางทีมะลิหลับแล้วก็ยังคงมองหน้าประตู คือเหมือนตอนที่เขายังถ่ายละครไม่เสร็จแล้วกลับมา มันก็บังคับตัวเองไม่ได้นะ แต่ก็พยายามไม่ให้ตัวเองซึมเศร้า คือที่ผ่านมาเหมือนเราแค่คิดถึง แต่เราไม่ได้รู้สึกว่าเราเศร้า เราทุกข์ แต่รู้สึกเล่นๆ ว่ามองประตูเผื่อเขาจะเปิดเข้ามา แต่พอมันไม่ไหวก็ขึ้นบ้านแล้วก็น็อกเลย”

“วันครบรอบเราก็ให้มะลิบอกรักเขา กิจกรรมตอนโบว์อยู่กับเขามันก็ไม่มีอะไรพิเศษอยู่แล้ว แต่แค่รู้ว่าวันนี้มันเป็นวันสำคัญวันครบรอบนะ แต่เราก็ยังคงใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม แต่มะลิเขาจะบอกรักพ่อเขาอยู่แล้วทุกคืนค่ะ ไปที่รูปก็จะบอกรักพ่อ กู้ดไนท์นะ ไปเรียนแล้ว เราก็ให้เขาดูรูปว่าแม่สวยมั้ย พ่อหล่อมั้ย วันนี้วันดีสำหรับพ่อกับแม่ เขาก็ยังไม่รู้เรื่องหรอก ก็ยิ้ม หัวเราะ”

จุกลูกถามพ่อไปไหน สอนลูกว่าพ่อจะอยู่ในใจเสมอ
“เขาก็ยังบอกรักพ่อทุกวัน เดี๋ยวนี้เริ่มมีถามว่าพ่อไปไหน มันก็จุกนะ เราก็บอกว่าพ่อทำงานอยู่ข้างบน แม่ทำงานอยู่ข้างล่าง แต่พ่อก็ดูหนูอยู่นะ แม่ก็ดูหนูอยู่ ก็พยายามบอกเขาว่าพ่ออยู่ในใจลูกนะ ช่วงนี้เขาถามบ่อยค่ะ บางทีก็จะเอาดินน้ำมันไปแปะรูปพี่ปอ ทำเป็นต่างหูบ้าง เป็นสร้อยคอบ้าง เขาก็จะเล่นกับพ่อเขาอยู่อย่างนั้น ก็รอวันที่เขพร้อมจะเข้าใจค่ะ แต่ต้องเป็นตามวัยเขาที่จะเรียนรู้ ก็จะพยายามให้เขารู้ทีละนิดๆ”

มั่นใจไม่ถึงขนาดเป็นโรคซึมเศร้า
“ช่วงไหนที่เรามีโน่นมีนี่ทำก็คิดถึงแต่ก็ไม่ได้เครียดอะไรขนาดนั้น มันจะมาเป็นช่วงค่ะ ตัวเราก็ไม่รู้ บางทีมันคิดถึงมากๆ ว่าเขาไปแล้วเหรอ เขาไม่อยู่แล้วเหรอ แต่มันก็ไม่ถึงขนาดเครียดซึมเศร้าขนาดนั้น ดีขึ้นบางครั้งค่ะ แต่โบว์จะไม่ให้ครอบครัวรู้สึกว่าเราเศร้า ไม่ให้รู้สึกว่าเราไม่ไหว คือเวลาพ่อแม่พี่ปอมาก็พยายามจะหาอะไรทำแล้วยิ้มแย้มกัน”

เรื่องเช็กอาการน็อก ยังมีไลน์คุณหมอมารุตอยู่ค่ะ ก็มีคุยกันบ้างว่าวันนี้โอเค วันนี้ไม่ค่อยโอเค หมอเขาก็จะมีวิธีเหมือนตอนที่เขาดูแลเราอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขนาดว่าต้องหาหมออะไรขนาดนั้น คือตัวเราก็คุมสภาพตัวเราได้ เพียงแค่เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราอยู่คนเดียว จะเป็นบ่อยช่วงเวลาที่เรามีปัญหา แล้วไม่รู้จะไปปรึกษาใคร เพราะปกติโบว์จะไม่คุยกับพ่อแม่อยู่แล้ว”

เจอดรามาอย่าเรียก “ปอ” อีก จิกคนวิจารณ์คงไม่เคยสูญเสีย ไม่ให้ค่า อ่านไปก็เสียสุขภาพจิต
“อีกแล้วเหรอคะ (หัวเราะ) โบว์ไม่ได้อ่านเลย แต่โบว์ไม่เรียกไม่ได้หรอกค่ะ เพราะเขาคือสามีของโบว์ เขาคือพ่อของลูกโบว์ เราไม่รู้หรอกว่าเขาอยู่หรือไม่อยู่ เขาอาจจะไปไหนแล้วก็ได้ เขาอาจจะไปอยู่ในที่ที่สูงที่สุดหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ด้วยความเป็นเรา เราไม่ได้เรียกเขา แต่ใจเรามันคิดถึงเขาตลอดเวลา อันนี้ก็แล้วแต่ความคิดของคน โบว์ก็ไม่รู้ว่าคนที่พูด คนที่เขียนเขาเคยสูญเสียหรือยัง แต่ถ้าสักวันหนึ่งเขาสูญเสียคนในครอบครัว เขาก็คงจะย้อนมองกลับมาว่ามันเป็นอย่างนี้นี่เอง แต่ปกติโบว์ไม่ได้อ่านคอมเมนต์แบบนี้อยู่แล้ว อ่านไปก็เสียสุขภาพจิต ไม่อ่านดีกว่า”

ไม่สนดรามา ใครรู้สึกไม่ดีก็ไม่ต้องไปยุ่ง
“โบว์ว่าเป็นทุกคนแหละค่ะ แล้วแต่ว่าจะดรามาเล็กหรือใหญ่แค่ไหน แต่ไม่คิดมากหรอกค่ะ เอาความรู้สึกของเรา ของลูกเรา ของคนในครอบครัวเป็นหลักมากกว่า คือคนเรามันมีวิธีระบายความรู้สึก หรือมีความสุขไม่เหมือนกัน ฉะนั้นตรงนี้คือสิ่งที่โบว์ทำได้ อย่างไอจีหรือเฟซบุ๊กโบว์ที่โบว์ลงไป อย่างน้อยสักวันหนึ่งมะลิอาจจะรู้เรื่องแล้วอาจจะมาไล่ดู มันก็เหมือนไดอารี่ของโบว์อย่างหนึ่งที่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตบ้าง”

ก็ไม่เสียใจค่ะ มันคงไม่มีใครรักเราทุกคนที่เจอเรา ก็คงมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีกับเรา ซึ่งก็ไม่รู้ด้วยสาเหตุอะไร ฉะนั้นคนที่เขาไม่รู้สึกดีกับเรา เราก็ไม่ต้องยุ่งกับเขา ก็จบแค่นั้น”

กำลังโหลดความคิดเห็น...