xs
xsm
sm
md
lg

ยากที่จะพูด! “น้ำตาล” จุกในใจ วินาที ยก “ในหลวง ร.๙” เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ร่ำไห้อยากสร้างประวัติศาสตร์ให้คนไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


จบอย่างงดงาม “น้ำตาล ชลิตา” คะแนนลิ่วคว้าอันดับ 4 เกือบเข้ารอบ 3 คนสุดท้าย เฉียดมงที่สุดในรอบ 28 ปี ประกวดเวทีมิสยูนิเวิร์ส ยอมรับร่ำไห้หลังประกวด เสียใจอยากสร้างประวัติศาสตร์ให้คนไทย เสียดายไปไม่ถึงนางงามจักรวาล แต่ดีใจสามารถคืนความสุขให้คนไทย รับจุกวินาทีเอ่ยถึง “ในหลวง ร.๙” กราบเวทีขอพ่อหลวง อยากให้เมืองไทยดังไปทั่วโลก

แม้จะจบไปแล้วสำหรับการประกวดชิงมงกุฎ มิสยูนิเวิร์ส 2016 จัดที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยสาวงามจากประเทศฝรั่งเศส สามารถคว้าชัยชนะ ซิวมงกุฎไปครอง ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์กว่า 6 ทศวรรษของฝรั่งเศสเลยก็ว่าได้

สำหรับ “น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” สาวงามตัวแทนประเทศไทยนั้นแม้จะไม่ติดรอบ 3 คนสุดท้าย แต่ก็ถือว่าสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับเมืองไทย เพราะเข้ารอบลึกที่สุดในรอบ 28 ปี สำหรับการประกวดเวทีนี้ ซึ่งภายหลังการประกวดเสร็จสิ้น ได้มีการเผยแพร่ผลคะแนนโหวตอย่างเป็นทางการจากกองประกวด ซึ่งระบุว่าน้ำตาลคว้าคะแนนอันดับที่ 4 หรือ 3rd runner up ซึ่งถือว่าเกือบจะได้เข้ารอบ 3 คนสุดท้ายไปอย่างฉิวเฉียด

หลังจากที่การประกวดเสร็จสิ้นลง ในเพจ Miss Universe Thailand ได้ไลฟ์สดพูดคุยกับสาวน้ำตาลที่ห้องพัก พร้อมเหล่าบรรดาพี่เลี้ยง ถึงบรรยากาศการประกวดและความรู้สึกของสาวน้ำตาลในวันนี้ ซึ่งเจ้าตัวเล่าให้ฟังว่าลุ้นเกร็งมากตั้งแต่ประกาศผู้เข้ารอบ 13 คนแล้ว

“ตอนลุ้นเข้ารอบ 13 คนสุดท้าย เอามือประสานไขว้หลังไว้ ประสานมือกำลุ้นมาก ตื่นเต้นมาก ไม่ตื่นเต้นได้ไงตัวเต็งยังไม่เข้าเยอะมาก ตอนนั้นโคลvมเบียก็ยังไม่เข้า เวเนซุเอลา โดมินิกัน ก็ยังไม่เข้า มันยิ่งทำให้เราตื่นเต้นมากๆ วันนี้มีความสุขปนความเสียดายค่ะ อยากให้ได้ใจคนทั้งโลกมากกว่านี้ น้ำตาลอยากเป็นประวัติศาสตร์ให้กับคนทั้งประเทศไทย”

เผยความรู้สึกรอบตอบคำถามที่ตนเงียบน้ำตาคลอนั้นเป็นเพราะตนรู้สึกจุกที่ใจ เมื่อต้องบรรยายความรู้สึกที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙
“ตอนรอบตอบคำถามก็ภาวนาในใจว่าขอให้เจอคำถามที่ดี ขอให้เจอคำถามที่ดี พอต้องตอบคำถามจริงๆ เรารู้สึกจุกข้างในใจ เราพูดไม่ออก กลัวน้ำตาจะร่วงออกมา มันเป็นความรู้สึกที่พูดไม่ออกมากกว่า น้ำตาลคิดว่าเราไม่ได้มาในตัวแทนของชลิตา ส่วนเสน่ห์ แต่เรามาในนามตัวแทนคำว่าประเทศไทย จริงๆ ก็เป็นความโชคดีของเราด้วยที่ได้คำถามนี้ ได้พูดชื่อในหลวงออกไป ได้พูดเกี่ยวกับพระองค์ท่าน อย่างที่เรามาเก็บตัว พอรู้ว่าเรามาจากประเทศไทยทุกคนก็ให้ความสนใจ ถามว่าเราเป็นยังไงกันบ้าง ทำไมเราและทีมงานถึงใส่ชุดดำกันทุกวัน ขนาดตอนเราเข้าไปสัมภาษณ์กับคณะกรรมการ เขาก็ยังถามถึงในหลวงของเราเลย คือ น้ำตาลกราบเวทีเลยนึกถึงพระองค์ขอให้หนูนำชื่อเสียงกลับมาให้ประเทศไทย ขอให้ชื่อเสียงประเทศไทยเราดังไปทั่วโลกให้ได้รับรู้”

“ตอนที่เขาประกาศเข้ารอบ 3 คน ในใจเราก็หวังว่าจะมีชื่อไทยแลนด์ หน้าเรานี่ลอยมากเลย (ทำหน้าลอยพร้อมหัวเราะ) ในใจก็คิดขอให้เป็นฉันเถอะ ก็คิดว่าคนสุดท้ายจะเป็นไทยแลนด์ อ้าว…ไม่ใช่เหรอ ฉันฟังผิดรึเปล่า พอลงมาหลังเวที ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกเลย เดินมาแบบมึนๆ เซๆ คิดว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหนวะ เอ๊ะ...แล้วต้องไปตรงไหนต่อ แล้วต้องไปทำอะไร พอดีพี่แจ๊ส (พี่เลี้ยงนางงาม) มาคว้าแขนไว้ ก็กอดพี่เขาร้องไห้ ที่ร้องเพราะใจหนึ่งเราเสียดาย ใจหนึ่งก็ดีใจที่มาได้ขนาดนี้ แต่ตอนนั้นรู้สึกเสียดายมากกว่า แต่พอทุกอย่างผ่านไปแล้วรู้สึกดีใจที่เราได้คืนความสุขให้กับทุกๆ คน ดีใจที่ทุกคนมีความสุขกับการประกวดครั้งนี้ นานมากแล้วตั้ง 28 ปีที่คนไทยได้เข้ารอบลึกๆ มาตอบคำถาม ได้เข้าใกล้มงเยอะที่สุดในรอบ 28 ปี แต่เราก็เสียดายมันอีกนิดเดียวเองนะ

รู้ทุกคนคาดหวังว่าตนจะคว้ามงกุฎในปีนี้ ซึ่งตนเองก็ไม่อยากให้จบลงแบบนี้เช่นกัน
“ทุกคนก็พูดอย่างนั้นแล้วก็พากันมาถ่ายรูปเรากันเต็มเลย บอกไม่ได้ๆ มีข่าวออกมาแล้วว่าเราจะมงลง เลยรีบขอถ่ายรูปไว้ก่อน (หัวเราะ) น้ำตาลมีความสุขมากกับการประกวดครั้งนี้ เราคุยกับทีมงานทุกวันในกองประกวดว่าเราจะทำทุกๆ วันให้มีความสุขที่สุด เพราะสำหรับน้ำตาลทุกอย่างมันจะไม่หวนกลับมาแล้ว เราจะไม่มีวันไม่สนุก เพราะความสนุกจะทำให้เราทำทุกอย่างได้ดี ตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่น้ำตาลไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเลย น้ำตาลได้รับพลังจากคนรอบข้าง จากเพื่อนๆ จากทีมงาน ก็ไม่อยากให้มันจบลงเลย (ร้องไห้)

รับเดินประกวดในชุดประจำชาติ ตนน้ำตาไหลกลางเวทีจริง โชว์สปิริตยอมพม่า ยกให้ในความครีเอทีฟ
“เรื่องจริงค่ะ ตอนนั้นมันเป็นอะไรที่กดดันมากด้วยเวลา ตอนนั้นเปลี่ยนผมประมาณ 3 รอบ เขามาบอกต้องไปแล้ว เราก็กลัวว่าจะไม่ทัน พอคนมาเร่ง ช่างก็รีบทำให้ พอใส่เสร็จเข้าที่ก็มีคนจูงมือเราออกไปเลย ถึงเวลาก้าวขึ้นบันได 3 ก้าวก็ประกาศชื่อไทยแลนด์ มันเป็นช่วงที่กดดันมาก oh my god! ทันพอดี แต่ก็ยอมชุดของประเทศพม่าในความครีเอทีฟเขาจริงๆ ค่ะ

ลั่นที่ผ่านมาเตรียมตัวฝึกฝนอย่างหนักทุกวัน ในวันประกวดก็บอกกับตัวเองว่าจะได้ตำแหน่งหรือไมได้ตำแหน่งก็จะไม่เสียใจเพราะได้ทำเต็มที่อย่างตั้งใจมาตลอด 4 เดือนเต็ม
“ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวเราหมด ถ้าเรามัวแต่คิดว่าพรุ่งนี้เราจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้มันทำให้เรากดดันตัวเองมากกว่า สู้เราทำทุกวันให้ดี ตื่นขึ้นมาก็คิดแต่สิ่งดีๆ วันนี้เราจะทำอะไรบ้าง เราจะทำให้ดีแค่ไหน เราจะทำดีมากกว่าเมื่อวานนี้มั้ยแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว พยายามคิดบวก ให้กำลังใจตัวเอง อย่าดูถูกตัวเองว่าทำไม่ได้ อย่างน้ำตาลเองโชคดีที่มีเวลาเตรียมตัวถึง 4 เดือน เราตั้งใจในทุกวันเตรียมตัวหนักมากจริงๆ วันที่มาเหยียบประเทศนี้เราไม่มีกังวลอะไรแล้วเพราะที่ผ่านมาเราได้เตรียมตัวมาอย่างเต็มที่ เตรียมตัวมาอย่างหนัก ฝึกฝนทุกวัน น้ำตาลคิดว่าถ้าเราทำเต็มที่แล้วจะได้หรือไม่ได้เราจะไม่เสียใจ เพราะเรารู้ว่าเราทำเต็มที่แล้ว ภาษาเราก็พัฒนาขึ้นสื่อสารได้มากกว่าเดิมแล้ว มียากมากก็จะให้พี่เลี้ยงนางงามช่วย”

ขอบคุณแฟนนางงามทุกคำติชม น้ำตาซึมบอกแม้จะไม่คว้าตำแหน่งนางงามจักรวาลแต่ได้ทำเต็มที่ที่สุดในชีวิตตนแล้ว
“ขอบคุณทุกๆ กำลังใจ ทุกๆ คำติ คำชมมาตั้งแต่แรก น้ำตาลเองพยายามปรับปรุงตัวเอง พยายามทำตัวให้เหมาะสมกับการเป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ พยายามทำทุกอย่าง (ร้องไห้) ตอนนี้น้ำตาลอาจจะไม่ได้ไปถึงที่สุดของจักรวาลจริงๆ แต่ในชีวิตนี้ ครั้งนี้ก็เต็มที่ที่สุดในชีวิตแล้วค่ะ

ทั้งนี้ สาวน้ำตาลจะกลับถึงเมืองไทยในวันพรุ่งนี้ (31 ม.ค.) โดยระบุว่า จะเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 621 เวลา 13.10 - 15.25 น. ซึ่งคาดว่าจะมีแฟนคลับไปรอรับเจ้าตัวกลับบ้านเป็นจำนวนมาก
พ่อแม่ย่าบินไปให้กำลังใจ




กำลังโหลดความคิดเห็น...