xs
xsm
sm
md
lg

ความรู้สึกดี ๆ ไม่เหลือแล้ว! “ดีเจต้อง” ปล่อยโฮ! อดีตสามีเบี้ยวนัดเซ็นใบหย่า ลั่นไร้ค่า-ทรมานพอแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ครอบครัว “ดีเจต้อง” ปรี๊ดแตก “ดร.เอก” เบี้ยวนัดเซ็นใบหย่า ฝ่ายหญิงปล่อยโฮสุดกลั้น ลั่นอยู่อย่างทรมานพอแล้ว ชีวิตหดหู่ - ไร้ค่า วอนให้มาเคลียร์ให้จบ ย้ำไม่อยากทำร้ายกันด้วยการแฉ ปัดตอบฝ่ายชายมีมือที่สาม รับหวั่นโดนฟ้อง พ้อความรู้สึกดี ๆ ไม่มีเหลือแล้ว

คาราคาซังมาตั้งแต่ต้นปี สำหรับ “ดีเจ ต้อง ศุภัชญา รื่นเริง” กับสามี “ดร.เอก ชุณหชัชราชัย” โดยฝ่ายหญิงออกมาเปิดใจว่าแยกทางกันแล้วตั้งแต่ต้นปี 59 และรอวันเซ็นใบหย่า หลังใช้ชีวิตคู่กันมา 2 ปี ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (9 ก.ย. 59) ที่สำนักงานเขตพระโขนง ดีเจสาวพร้อมบิดา มารดา น้าสาวและทนายความ ได้เดินทางมาเพื่อเซ็นใบหย่าตามนัด รอเวลาเป็นชั่วโมง แต่กลับไร้เงาอดีตสามี จะมีก็แต่ทนายความอีกฝ่ายมาเจรจา ซึ่งทำให้เจ้าตัวปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น โดยภายหลังเจ้าตัวได้เปิดใจว่า ครอบครัวปรี๊ดแตกกับเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนตนแค่งงทำไมไม่มาทำเรื่องหย่าให้จบ ๆ ไป ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นคนนัดสถานที่ในวันนี้ด้วยตนเอง

“คือ ตอนแรกคอนเฟิร์มนัดกันที่เขตพระโขนง ทางเขาก็นัดเราเอง คอนเฟิร์มนัดเราเองเรียบร้อย 9.30 น. เราก็ไปที่พระโขนง แล้วมีปัญหาอยู่ว่า ตอนที่จดทะเบียนสมรส เราแจ้งว่าจะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลเขา แต่ว่าไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนอะไร ยังใช้รื่นเริงของเราเหมือนเดิม ถ้าจะเซ็นหย่าได้ก็ต้องแจ้งในระบบว่ากลับมาใช้นามสกุลเดิมถึงจะเซ็นหย่าได้ ซึ่งต้องมาทำที่เขตประเวศ

“ก็เลยบอกว่างั้นเรามูฟมาที่เขตประเวศเลยมั้ย เพราะแค่แจ้งเปลี่ยนปุ๊บ ก็เซ็นหย่าได้เลย จบเลย ยังไงเราก็นัดกันแล้ว วันนี้เรียบร้อยแล้ว ทางเขาก็ปฏิเสธว่าเขาไม่ว่าง (เสียงสั่น) เราก็เอ๊ะ ทำไมถึงไม่ว่าง เรายังไม่เจอเขาเลยตั้งแต่ตอนเช้า ยังไม่เห็นหน้าเขาเลย ยังไม่เจอกัน ทนายเขาอ้างว่าเขารออยู่ข้างบน ก็บอกผ่านทนายไปว่าไปเจอที่เขตประเวศทั้งหมดเลยแล้วกัน มันจะได้จบไปเลยก็เสียเวลากันมาทุกคนแล้วเช้าวันนี้”

“เสร็จทนายเขาก็ทำทีว่าเดินขึ้นไปโทรศัพท์อะไรไม่รู้ แล้วก็บอกว่าทางเขาไม่ว่าง เราก็ถามว่าทำไมไม่ว่าง แค่จากเขตพระโขนง มาประเวศ มันแค่แป๊บเดียวเอง ไม่ได้ไกลเลย แป๊บเดียวจะได้จบ เราก็ขอขึ้นไปคุย ก็ขึ้นไปแต่ไม่เจอเขา เราก็ถามว่าเขาลงไปทางไหนคะ เขาบอกลงไปเมื่อกี้เองค่ะ ก็ต้องสวนกันมั้ย แต่ทำไมไม่สวนกัน ทำไมไม่เห็น เลยแกล้งถามว่าตกลงเขามาหรือ ถ้ามาก็ต้องเจอมั้ย”

“แล้วเขตพระโขนงเป็นเขตที่เรานัดตั้งแต่แรกแต่เขาไม่มา เขาอ้างว่าคนรู้จักเขาเยอะ งั้นมาเขตประเวศแล้วกัน แล้วอยู่ดี ๆ เขาก็เป็นคนนัดเขตพระโขนงในครั้งนี้ เราก็ยังคิดเลยว่าทำไม ครั้งแรกเป็นคนไม่มาเอง เราก็แค่เสียความรู้สึกว่าคุยกันมาขนาดนี้ ระยะเวลาขนาดนี้ สรุปสุดท้ายคือไม่มาหรือยังไง ถ้ามาต้องเห็นมั้ย ก็ยังงงว่ายังไง ทางบ้านเรามาหมด คุณพ่อคุณแม่คุณป้ามาหมด จะมีน้ำใจมาเจอ มาไหว้สักนิดมั้ยก็ไม่มี หรือเขาไม่ได้มาอยู่แล้วหรือยังไง งงไปหมด”

ถามว่าโดนหลอกให้มามั้ยก็ไม่รู้ อาจคิดในแง่ดี เขาอาจมาแล้วกลับไปก็ได้ แต่ถ้าช่วงที่ถามทนายว่าเขาอยู่ไหน บอกว่าอยู่ข้างบน เราก็เดินขึ้นไปหาเลย แล้วทำไมไม่เห็น เราไม่ได้ โทร.เพราะไม่ได้คุยกันนานมากแล้ว ทกอย่างผ่านทนายหมดเลย ไม่มีการคุยกันส่วนตัวอีกเลย”

“(ฝ่ายชายมีท่าทีไม่อยากหย่า?) ไม่มีนะ เขาเป็นคนนัดเราเอง เลือกสถานที่เอง คอนเฟิร์มทางอีเมลมาเอง ทุกอย่างทำมาเองหมด เราก็คิดว่าคงถึงเวลาที่ได้จบกันซะที ก็เลย เซลฟ์ รู้สึกเสียใจกับการกระทำที่เกิดขึ้น ถ้าคนอยากให้จบจริง ๆ ก็มาที่เขตประเวศสิ ไม่ถึงชม.ก็ถึงแล้ว มาจัดการสิ่งที่ค้าง ๆ ให้มันจบ”

“ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเบี้ยว (หัวเราะ) ไม่น่าจะไม่อยากหย่า เพราะข้อตกลงทุกอย่างที่คุยมาจนถึงวันนี้ เป็นข้อตกลงที่ ถ้าคนไม่อยากหย่าเขาคงไม่ทำ หลาย ๆ อย่าง พฤติกรรมหลายอย่างระหว่างที่เราแยกกัน มันก็ชัดเจนว่าคงไม่ใช่

ลั่นไม่เกี่ยวกับแบ่งสินสมรส เพราะ 2 ปีที่แต่งงานกันไม่มีอะไรงอกเงย ยันไม่อยากทำร้ายกัน เพราะครั้งหนึ่งเคยใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน
ไม่มีอะไรเป็นสินสมรส 2 ปีที่ผ่านมา ไม่มีอะไรงอกเงย ไม่รู้จะพูดยังไงดี ชีวิตคู่จบลงเพราะอะไร ก็ขอพูดกลาง ๆ ว่า เป็นเรื่องทัศนคติแล้วกัน ไม่สามารถพูดอะไรได้มาก ขนาดไม่พูดอะไรเขายังเล่นทริกกับเราเลย ไม่สามารถพูดอะไรมาก ถ้าพูดไปก็ไม่จบ เอาจริง ๆ ไม่อยากทำร้ายกัน เหมือนมานั่งแฉ ครั้งหนึ่งเคยแต่งงานใช้ชีวิตคู่ (เสียงสั่นร้องไห้) ถ้าวันหนึ่งจะจบก็อยากให้จบแบบไม่ต้องมาแฉกัน มาทำร้ายกันมากไปกว่านี้ แค่นี้ก็ทำร้ายกันจะแย่อยู่แล้ว มันทรมานกันทั้งคู่ ขอพูดกลาง ๆ ว่า เป็นเรื่องของทัศนคติไม่ตรงกัน”

รูดซิปปากฝ่ายชายมีมือที่สาม บอกหวั่นโดนฟ้อง ยันตัดสินใจออกมาเพราะชีวิตไร้ค่า-หดหู่
ไม่กล้าพูด เดี๋ยวเขาฟ้องเรา (หัวเราะ) เราพูดอะไรไม่ได้ เราไม่ได้รวย ไม่มีเงินไปจ่ายถ้าเขาฟ้อง มันพูดไม่ได้ เราก็เสียใจตลอด อยู่ในภาวะหดหู่ เรารู้สึกว่าไม่มีค่า ไม่มีการได้รับเกียรติเลย รู้สึกหดหู่มากกับชีวิตตรงนั้น เลยคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ชีวิตเรายังอีกยาวไกล เราจะเป็นแบบนี้ไปจนตายเหรอ เราก็ไม่ไหว ถึงเวลาต้องตัดสินใจออกมาเพื่อตัวเองบ้าง”

“เราแยกกันตั้งแต่ต้นปีแล้วค่ะ ใช้ชีวิตคู่ 2 ปี แยกกันประมาณ 8 เดือน คือจริง ๆ เรื่องมันเกิดมาตลอดอยู่แล้ว ก่อนแต่งก็มี หลังแต่งก็มี แต่ปรับจูนกันเพื่ออนาคต แต่สุดท้ายแล้วไม่ไหว อนาคตไม่น่าจะไปด้วยกันได้ ก็ตัดสินใจแยกกันมั้ย เพื่อความสบายทั้งสองฝ่ายจะได้ไม่ต้องมานั่งทำร้ายกัน มีชีวิตแบบหดหู่กันแบบนี้”

ไม่เสียดายเลือกรักคนผิด บอกไม่รู้อนาคตวันหนึ่งต้องเป็นหม้าย
ไม่เสียดายนะ เพราะเราไม่รู้ว่าวันนี้จะเกิด เราไม่ได้คิดว่าอีก 2 ปีแต่งงานแล้วเราจะหย่า เราจะเป็นหม้าย ถ้าย้อนกลับไปก็คงตัดสินใจเหมือนเดิม เราไม่รู้อนาคต ณ ตอนนั้นเราคิดว่ามันดีที่สุดแล้ว”

แขวะคิวทองยิ่งกว่า “อั้ม พัชราภา” ไม่อยากฟ้องหย่าเพราะไม่ได้รวย
“เดี๋ยวคงต้องนัดกันไปใหม่ เขาก็อ้างว่าต้องเช็กตารางงาน คิวทองกว่า อั้ม พัชราภา อีก นัดยากมาก ค่าตัวแพงมากเหลือเกิน เชื่อว่า พี่อั้ม ยังมีคิวว่างให้นะคะ หวังว่าจะได้จบ วันนี้ถ้าทำเอกสารเสร็จก็ไม่มีอะไรแล้วค่ะ เซ็นหย่าได้ทุกเขต ก็รอดูว่าจะเป็นยังไง”

คือ ถ้าถามใจไม่อยากฟ้อง อย่างที่บอกเราไม่ได้รวยถึงขั้นต้องไปจ่ายค่าทนาย ค่าขึ้นศาล แล้วฟ้องเพื่ออะไรแบ่งสินสมรสก็ไม่มี จะฟ้องทำไม การฟ้องใช้เวลาเป็นปี ถ้าเราสามารถคุยกันได้มันก็จบเลย มันสุดทางแล้วอยากให้มันจบเลยมั้ย เรามาช่วยกันมั้ย”

ครอบครัวปรี๊ดแตกถูกเบี้ยวนัด ลั่น รักสุดทางแล้ว อยากเดินไปข้างหน้า อยากให้เคลียร์ให้จบ ๆ
“มากค่ะ เขตแทบแตกทุกคนอยู่ในภาวะที่อดทน อยากให้จบสวยกันทุกคน อยากให้มันดีกับทุกคน พอมาเจอแบบนี้คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่มาหรือยังไง ขึ้นไปเดินทั่วเขตเลยไม่เห็นแม้แต่เงา มาแล้วกลับไปแล้วเหรอ เร็วจัง หายตัวได้เหรอ เล่นกล เขตแทบแตกเหมือนกัน แต่โอเค ตอนนี้ซอฟต์แล้วค่ะ”

“ถ้าเขายังไม่มาอีกก็คงต้องปรึกษาทนายอีกทีหนึ่ง คือ เชื่อว่า มันสุดทางแล้ว มันจะทำอะไรได้อีก ไม่รู้ ต้องรอดู เล่นมายากลอะไรหรือเปล่า ไม่ถนัดแนวนี้ด้วย ต้องรอดู เราอยากเดินไปข้างหน้า อะไรคั่งค้างก็ให้เคลียร์ อะไรให้ได้ก็ให้ อะไรให้ไม่ได้ก็ไม่ได้เหมือนกัน เราก็แฟร์ๆ อยู่แล้ว ก็หวังว่าน่าจะจบได้แหละ”

ไม่เหลือความรู้สึกดี ๆ ให้ ใช้ชีวิตระวังขึ้น
ตอนแรกในส่วนลึกของหัวใจ ก็คิดว่ายังพอมีอะไรดี ๆ แต่ตอนนี้คงไม่แล้ว ก็ไม่เข็ดชีวิตคู่นะคะ ยังมองเป็นสิ่งสวยงาม แต่ก็คงระวังขึ้น ยังกล้าเปิดใจค่ะ











กำลังโหลดความคิดเห็น...